สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ว่านายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด กล่าวถึงการชุมนุมประท้วงต่อต้านมาตรการควบคุมโควิด-19 โดยเฉพาะการบังคับฉีดวัคซีน ของกลุ่มคนขับรถบรรทุกขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน ซึ่งปักหลักอยู่ที่กรุงออตตาวามานานกว่า 1 สัปดาห์ ว่ารัฐบาลยึดมั่นตามหลักการด้านวิทยาศาสตร์ ดังนั้น การเรียกร้องลักษณะนี้ “ต้องยุติทันที” แต่ยังไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจน ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ขณะที่นายโอมาห์ อัลกาบรา รมว.คมนาคมของแคนาดา ตำหนิการที่กลุ่มคนขับรถบรรทุกบางส่วนปิดกั้นการจราจรบนสะพานแอมบาสซาเดอร์ ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรระหว่างประเทศ เชื่อมระหว่างรัฐออนแทรีโอ กับรัฐมิชิแกนของสหรัฐ ว่าจะยิ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของแคนาดา และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ ด้านหอการค้ารัฐออนแทรีโอและรัฐมิชิแกน พร้อมใจออกมาเรียกร้อง ให้กลุ่มผู้ประท้วงยุติการปิดกั้นการเจรจาโดยเร็วที่สุด
Prime Minister Justin Trudeau called for an end to protests in Canada’s capital, where truckers and anti-vaccine groups have paralyzed the city center. They are “trying to blockade our economy, our democracy and our fellow citizens’ daily lives,” he said. pic.twitter.com/IzFYlbkNQU
— The New York Times (@nytimes) February 8, 2022
As Canada's capital remained paralyzed by nearly two weeks of protests against pandemic measures, a new road blockade targeting the Ambassador Bridge has effectively cut off the country's busiest link to the U.S. https://t.co/lpstQsV97G pic.twitter.com/vhB0g4Pozo
— The New York Times (@nytimes) February 9, 2022
ส่วนนายดัก ฟอร์ด มุขมนตรีรัฐออนแทรีโอ กล่าวเสริมว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจำนวนมาก ของทั้งแคนาดาและสหรัฐ อาศัยสะพานแห่งนี้เป็นเส้นทางสัญจรเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน การกระทำดังกล่าวมีแต่จะยิ่งสร้างความเสียหายให้ลุกลามเป็นวงกว้างมากขึ้นเท่านั้น

ทั้งนี้ เทศบาลกรุงออตตาวาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อต้นสัปดาห์นี้ เนื่องจากกลุ่มคนขับรถบรรทุกจากทั่วสารทิศ ซึ่งเข้ามาปักหลักในเมืองหลวง เพื่อจัด “กิจกรรมแห่งเสรีภาพ” มีจำนวนเพิ่มขึ้นจนมากกว่าตำรวจทั้งเมืองหลวงของแคนาดาแล้ว ทว่าการที่ภาครัฐยังคงไม่มีมาตรการที่ชัดเจนและจริงจังเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ สร้างความไม่พอใจให้กับชาวกรุงออตตาวามากขึ้นเช่นกัน.
เครดิตภาพ : REUTERS
















