สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ว่ากระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีเหนือเผยแพร่แถลงการณ์ เกี่ยวกับการทดสอบขีปนาวุธอย่างน้อย 7 ครั้ง ตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา คือ “ความก้าวหน้าครั้งสำคัญ” ของ “การป้องปรามทางสงคราม”
เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุต่อไปว่า ปัจจุบันมีเพียงไม่กี่ประเทศจากมากกว่า 200 ประเทศบนโลก ที่มีระเบิดไฮโดรเจน ขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) และขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก หนึ่งในนั้นคือเกาหลีเหนือ “ซึ่งเป็นประเทศเดียวบนโลก” ที่ครอบครองขีปนาวุธซึ่งมีพิสัยทำการไกลถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐ ตรงข้ามกับประเทศส่วนใหญ่บนโลก “ซึ่งเสียเวลา” ไปกับ “การยอมจำนน” และ “เชื่อฟังอย่างหน้ามืดตามัว” กับคำสั่งของอเมริกา
N.Korea boasts of 'shaking the world' by testing missiles that can strike U.S. https://t.co/uLBaRUVr80 pic.twitter.com/SLP7T4IM0P
— Reuters (@Reuters) February 8, 2022
อนึ่ง รัฐบาลเปียงยางเคยทดสอบไอซีบีเอ็ม “ฮวาซอง-15” มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2560 โดยเป็นขีปนาวุธพิสัยไกลรุ่นเดียวของเกาหลีเหนือ ซึ่งมีพิสัยทำการมากกว่า 13,000 กิโลเมตร อย่างไรก็ดี เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลาง (ไออาร์บีเอ็ม) “ฮวาซอง-12” เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี เมื่อปลายเดือนที่แล้วด้วย
KCTV releases footage of Sunday morning's Hwasong-12 missile launch test https://t.co/3h7J3zh3Tp pic.twitter.com/3ZexRuYJsR
— NK NEWS (@nknewsorg) May 15, 2017
KCTV aired a slideshow of North Korea's Jan. 30 IRBM test as the only entry for its 5pm news segment with two new photos allegedly "photographed from outer space with a camera at the warhead of the missile."
— NK NEWS (@nknewsorg) January 31, 2022
Read more about the Hwasong-12 test here:https://t.co/dbapBgPkwr pic.twitter.com/xGsYYKgcST
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐออกแถลงการณ์ ด้วยเนื้อหาที่แทบไม่แตกต่างจากเดิม ว่ารัฐบาลวอชิงตัน “ไม่เคยมีเจตนาร้าย” ต่อเกาหลีเหนือ และเรียกร้องรัฐบาลเปียงยางให้กลับมาร่วมโต๊ะเจรจา
อย่างไรก็ตาม เนื้อหาจากแถลงการณ์ระบุด้วยว่า พฤติกรรมของเกาหลีเหนือจวบจนถึงปัจจุบัน “ยังเป็นภัยคุกคามระหว่างประเทศในระดับร้ายแรง” และการยับยั้งรัฐบาลเปียงยาง “ไม่ให้ใช้อาวุธเพื่อการคุกคาม” เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาผลประโยชน์ของสหรัฐ.
เครดิตภาพ : REUTERS



