เมื่อวันที่ 11 ก.พ. พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง เลขาธิการ ปปง. เปิดเผยว่า คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้สำนักงาน ปปง. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.194/2564 เรื่องยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว (เพิ่มเติม) ของ น.ส.พิยดา ทองคำพันธ์ กับพวก ลงวันที่ 7 ธ.ค.64 จำนวน 62 รายการ ได้แก่ รถยนต์ BMW, เงินสด, ทองรูปพรรณ, เครื่องประดับ, กระเป๋า รองเท้า หมวก กล่องเปล่าแบรนด์เนม, กล้องถ่ายรูป, เครื่องคอมพิวเตอร์, โทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมมูลค่าประมาณ 2,199,024.46 บาท พร้อมดอกผล คืนหรือชดใช้แก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินด้วยในคราวเดียวกัน ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยเป็นผู้เสียหายตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.167/2564 จำนวน 99 ราย ผู้เสียหายตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.173/2564 จำนวน 11 ราย และผู้เสียหายตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.194/2564 จำนวน 7 ราย รวมจำนวนผู้เสียหายที่ได้รับการคุ้มครองสิทธิในรายคดีนี้ทั้งสิ้น 117 ราย
มติปปง. ส่งเรื่องอัยการขอศาลสั่งนำเงิน“พิยดา”10ล้านบาท คืนเหยื่อ101 ราย
การยึดอายัดดังกล่าวสืบเนื่องจาก น.ส.พิยดา กับพวก มีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา อันเข้าลักษณะความผิดมูลฐาน ตามมาตรา 3 (3) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยประกาศลงข้อความหรือข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์เพื่อหลอกขายสินค้า แต่ไม่มีสินค้าอยู่จริง มีการโฆษณาเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่มีความเป็นจริง และลักลอบนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น ไปลงทะเบียนเพื่อเปิดใช้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ และมีเจตนาอำพรางตน โดยนำหมายเลขดังกล่าวนั้นไปรับโอนเงินที่ได้มาจากการหลอกลวงผู้เสียหายรายอื่นเป็นทอดๆ เมื่อมีการโอนเงินชำระค่าสินค้าไปแล้ว ผู้ซื้อจะไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้อีก
พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวว่า สำนักงาน ปปง. จะเน้นการสืบสวนขยายผลเพื่อยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีดังกล่าว รวมทั้งคดีอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมและตัดเส้นทางการเงินของผู้กระทำความผิด ให้เกิดความเข้มข้นและเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ ทั้งนี้ หากพบเห็นบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด สามารถโทรฯ แจ้งหรือสอบถามได้ที่สายด่วน ปปง. 1710



