สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวต่อที่ประชุมร่วมกับผู้ประกอบกิจการธุรกิจขนาดใหญ่ในรัสเซีย เมื่อวันพฤหัสดีที่ผ่านมา ว่าปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครน เป็นผลจาก “ความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่มีต่อรัสเซีย” ซึ่งเกิดขึ้น “ในระดับสูงสุด จนไม่สามารถตอบสนองด้วยวิธีอื่นได้”


ตอนนี้ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกำลังวิเคราะห์ ความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบเชิงภูมิศาสตร์ อันเป็นผลจากมาตรการคว่ำบาตรของตะวันตก ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องรุนแรงมากกว่าเมื่อปี 2557 แต่ผู้นำรัสเซียแสดงความเชื่อมั่นว่า บรรดาผู้ประกอบการซึ่งเรียนรู้และปรับตัวอย่างหนักตลอด 8 ปีที่ผ่านมา จะยังคงสามารถฝ่าฟันวิกฤติทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ที่กำลังจะส่งผลในอนาคต


ขณะที่กระทรวงกลาโหมของรัสเซียออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับผลของปฏิบัติการทางทหารในยูเครน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกของภารกิจ ว่าสามารถทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของยูเครน อย่างน้อย 83 แห่ง


อย่างไรก็ตาม นายมิไคโล โพโดลยัก ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่ากองทัพรัสเซียสามารถควบคุมพื้นที่รอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ใกล้กับเมืองปรือเปียต ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ


แม้โรงไฟฟ้าแห่งนี้ปลดประจำการและถูกทิ้งร้างไปนานแล้ว นับตั้งแต่เกิดหายนะนิวเคลียร์ เมื่อปี 2529 แต่สถานะของเตาปฏิกรณ์และอุปกรณ์ภายในทั้งหมดยังคงคลุมเครือ และการที่ทหารรัสเซียเข้าควบคุมพื้นที่บริเวณนี้ได้ ซึ่งครอบคลุมอาณาเขตประมาณ 2,600 ตารางกิโลเมตร ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากในทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากอยู่ห่างจากเขตชายแดนระหว่างยูเครนกับเบลารุส เพียง 16 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากกรุงเคียฟเพียง 130 กิโลเมตร.

เครดิตภาพ : REUTERS