สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ว่าที่ประชุมผู้นำ 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) มีมติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คว่ำบาตรประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย จากกรณีปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ต่อยอดจากการเดินหน้าคว่ำบาตรกลุ่มคนร่ำรวย และสถาบันการเงินหลายแห่งในรัสเซีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อ 70% ของระบบการเงินในรัสเซีย
ขณะที่นายโฮเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของอียู กล่าวว่า ปูตินเป็นเพียงผู้นำคนที่สองของโลกเท่านั้น ซึ่งต้องมีชื่ออยู่ในบัญชีคว่ำบาตรของอียู ต่อจากประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำซีเรีย
In response to #Russia's invasion of #Ukraine, the EU has listed President Putin and Foreign Minister Lavrov, and remaining Duma members supporting this aggression.
— Josep Borrell Fontelles (@JosepBorrellF) February 25, 2022
We adopted restrictive measures on financial, trade and energy sectors and visa policy.https://t.co/aoz0n8fXVc pic.twitter.com/ZKdSXJ6etC
ด้านสหราชอาณาจักร และแคนาดา ประกาศมาตรการคว่ำบาตรผู้นำรัสเซียและ รมว.การต่างประเทศ แบบเดียวกับอียู ส่วนนางเจน ซากี โฆษกหญิงทำเนียบขาว กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันเตรียมใช้มาตรการแบบเดียวกับฝั่งยุโรป ต่อปูตินและลาฟรอฟเช่นกัน ซึ่งจะเป็นการยกระดับการส่งสัญญาณ ของสหรัฐและโลกตะวันตก ที่มีต่อท่าทีของรัสเซียต่อสถานการณ์ในยูเครน
ปัจจุบัน สหรัฐใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อผู้นำต่างประเทศเพียงสองคน คือ อัสซาด และประธานาธิบดีนิโคลาส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา
ต่อมา กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียออกแถลงการณ์ว่า มาตรการคว่ำบาตรของตะวันตกที่มีต่อปูตินและลาฟรอฟ ยิ่งตอกย้ำ “การดำเนินนโยบายต่างประเทศด้วยความอ่อนแอ”.
เครดิตภาพ : REUTERS



