เมื่อวันที่ 28 เม.ย. น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี ชาว จ.นครพนม ร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวว่า ถูกนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี อดีตสามีบุกเข้าทำร้ายร่างกายบริเวณหน้าบ้านพักใน ต.นาเดื่อ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เป็นเหตุให้กระดูกซี่โครงขวาหัก 1 ซี่ และมีเลือดคั่งในสมอง ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่ตึกศัลยกรรมหญิง โรงพยาบาลนครพนม แต่เกรงจะไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน หากอดีตสามีได้รับการประกันตัว เหตุเกิดเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา

โดยพบว่า น.ส.บี อยู่ในสภาพเบ้าตาทั้งสองข้างเขียวคล้ำ ร่างกายก็มีรอยช้ำเป็นจ้ำๆ ตามลำตัว แขน ขา นอนให้น้ำเกลือบนเตียงคนไข้ เล่าว่า ตนเองอยู่กินฉันสามีภรรยากับอดีตสามี ตั้งแต่อายุ 17 ปี โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส กระทั่งมีบุตรชายด้วยกัน 1 คน

เมื่อแรกรักน้ำต้มผักยังว่าหวาน แต่พอนานวันแม้น้ำตาลก็พาลขม อดีตสามีเริ่มไปพัวพันหญิงอื่น มีทั้งจับได้และจับไม่ได้ ถึงกระนั้นก็ยังอภัยให้ทุกครั้ง โดยปี 2567 อดีตสามีอ้างกลับตัวกลับใจแล้ว ขอโอกาสแก้ตัวเป็นสามีและเป็นพ่อที่ดีของลูก จึงไปสมัครทำงานเกษตรกรที่ประเทศเกาหลีใต้ ผ่านกรมการจัดหางาน ทางครอบครัวทั้งสองฝ่ายก็สนับสนุน

“หนูไม่รู้ว่าเขาได้เงินเดือนเท่าไหร่ เพราะเขาโอนเงินให้ใช้เดือนละ 1-2 หมื่นบาท หนูก็มาแบ่งให้แม่ย่าและลูกชายใช้จ่าย”

เดือน ธ.ค. 2568 อดีตสามีก็ได้วิดีโอคอลมาหา โดยนั่งคลอเคลียหอมแก้มกันกับหญิงสาวคนใหม่เป็นคนภาคเหนือ บอกว่าเป็นเมียใหม่ และขอเลิกกับตน ยอมรับว่าหัวใจแตกสลาย ในเมื่ออดีตสามีเลือกทางเดินที่คิดว่าดีแล้ว ตนจึงหลีกทางให้เขาทั้งสองครองคู่กัน โดยเรื่องดังกล่าวไม่กล้าเล่าให้แม่ย่าฟัง เก็บความบอบช้ำไว้ในใจเพียงผู้เดียว โดยตนก็หาทางออกด้วยการชวนเพื่อนหญิงไปเที่ยวสถานบันเทิงเพื่อให้ลืมอดีต

ขณะกำลังรักษาแผลใจใกล้หายสนิท ช่วงเดือน มี.ค. 2569 เมียคนใหม่ของอดีตสามีก็โทรศัพท์มาระบายว่า ถูกทำร้ายร่างกายบ่อยๆ ตอนนี้อยากคืนให้ ตนก็ยืนยันว่าไม่รับคืน ถือว่าพ้นจากอเวจีนี้แล้ว ตนถือเป็นคนนอกไม่ขอก้าวก่ายเรื่องผัวเมียใคร หาวิธีกันเอาเอง กระทั่งต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา อดีตสามีก็วิดีโอคอลมาตน บีบน้ำตาร้องไห้ร้องห่มอ้อนวอนขอกลับมาเป็นผัวเมียกันดังเดิม ซึ่งตนก็ไม่ยอมคืนดีใดๆ ทั้งสิ้น และบล็อกการติดต่อทุกช่องทาง

วันเกิดเหตุตนได้ขับรถ พร้อมกับเพื่อนหญิงคนสนิทในหมู่บ้านรวม 4 คน ไปนั่งกินดื่มกันที่ร้านอาหาร ขณะจอดรถเพื่อเปิดประตูเข้าบ้าน อดีตสามีโผล่ออกจากมุมมืด พุ่งเข้ามาทำร้ายร่างกาย ทั้งตบ เตะ ต่อย ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นอดีตผัวบินมาจากประเทศเกาหลีใต้ ตั้งแต่เมื่อไหร่ จึงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากคนข้างบ้าน

“พอรู้ว่าเป็นอดีตสามีก็เกิดการต่อสู้ขัดขืน ก่อนจะถูกจับเหวี่ยงเข้าไปในรถ ตนก็สู้สุดชีวิต จับพวงมาลัยหักจนรถพุ่งชนกำแพงบ้าน แต่อดีตสามียังไม่ยอมหยุดความบ้าคลั่ง ยังพยายามขับรถไปต่อ ยอมรับว่ากลัวจะถูกพาตัวไปฆ่าทิ้ง”

ซึ่งขณะเกิดเหตุ ตนได้ร้องให้คนช่วย เพื่อนบ้านก็ได้โทรศัพท์แจ้งศูนย์วิทยุ 191 ให้มาระงับเหตุ ตำรวจสายตรวจ สภ.ศรีสงคราม ก็ได้ออกมาพบรถอยู่ปากซอยตรงข้ามวัดป่าบ้านดงขวาง ต.บ้านเอื้อง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ตำรวจจึงควบคุมตัวอดีตสามี เพราะมีพฤติการณ์ที่อาจจะก่ออันตรายได้ และเห็นสภาพตนที่มีเลือดออกเต็มใบหน้าก็รีบนำส่งโรงพยาบาล ตอนนี้เลือดที่ออกในสมองหยุดไหลแล้ว เหลือแต่กระดูกซี่โครงที่หักต้องใช้เวลารักษา ยืนยันจะดำเนินคดีกับอดีตสามีคนนี้ให้ถึงที่สุด

ด้านนายเอ อดีตสามี ยอมรับว่าหึงหวงภรรยาเก่า แม้จะเลิกรากันแล้ว แต่ก็ยังส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือน โดยไหว้วานเพื่อนช่วยเป็นสายสืบ ติดตามดูว่า น.ส.บี ไปไหนกับใครที่ไหน โดยถ่ายรูปส่งให้ดูเป็นหลักฐาน และหลายภาพเห็นนั่งกินดื่มคู่กับชายหนุ่ม ที่ไม่รู้เป็นใครมาจากไหน เกิดอารมณ์หึงหวงมาก อีกอย่างเมียก็บล็อกทุกช่องทาง จึงคิดว่าปันใจให้ชายคนใหม่ จึงลาออกจากงานบินกลับประเทศไทย เพื่อมาจับผิดโดยเฉพาะ โดยแอบซุ่มรออยู่ริมรั้วบ้าน จนภรรยาเก่ากลับเข้าบ้าน ก็เข้าไปทำร้ายร่างกายดังกล่าว

ขณะที่ ร.ต.อ.จรินทร์ พิมพ์จันทร์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ศรีสงคราม จะนำตัวนายเอ อดีตสามี ส่งฝากขังผัดแรกต่อศาลจังหวัดนครพนมในวันนี้.