สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ว่ารายงานจากกองทัพยูเครนระบุว่า กองเรือรัสเซียในทะเลดำระดมยิงขีปนาวุธนำวิถีโจมตีเมืองใหญ่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ซูมี มาริอูโพล โพลทาวา และกรุงเคียฟ


ขณะที่กระทรวงมหาดไทยของยูเครนประกาศเตือนภัยประชาชนในกรุงเคียฟ ให้อาศัอยู่แต่ภายในเคหสถาน หากอาศัยอยู่ในสภานที่หลบภัยแล้ว ห้ามออกมาอย่างเด็ดขาด และเมื่อมีการเปิดเสียงไซเรน ขอให้ประชาชนซึ่งยังอยู่ภายนอก เข้าสู่สถานที่หลบภัยของรัฐโดยเร็วที่สุด เนื่องจาก “มีการสู้รบบนท้องถนน”

อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงเคียฟ ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด


ทั้งนี้ ความสูญเสียของกำลังพลของแต่ละฝ่ายยังไม่เป็นที่ชัดเจน โดยประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวเพียงครั้งเดียว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 137 ราย ทั้งทหารและพลเรือน ด้านแหล่งข่าวในรัฐบาลยูเครนอ้างการสังหารทหารรัสเซีย “มากกว่า 1,000 นาย” แต่รัฐบาลมอสโกเปิดเผยเพียง การทำลาย “เป้าหมายทางยุทธศาสตร์อย่างน้อย 821 แห่ง” ในยูเครน

เจ้าหน้าที่พยาบาลอพยพหญิงคนหนึ่งซึ่งได้รับบาดเจ็บ ออกจากบริเวณอพาร์ตเมนต์ ซึ่งได้รับความเสียหายจากการโจมตี


ด้านสำนักข่าวอินเทอร์แฟกซ์รายงานว่า กองทัพรัสเซียสามารถควบคุมเมืองเมลิโตโพล ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ และมีประชากรประมาณ 150,000 คน ซึ่งหากเป็นความจริงจะถือเป็น เมืองใหญ่แห่งแรกของยูเครน ที่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย นับตั้งแต่ปฏิบัติการทางทหาร เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เผยแพร่คลิป ยืนยันว่าตัวเองยังคงอยู่ในกรุงเคียฟ


ส่วนผู้นำยูเครนยืนยัน ยังคงอยู่ในกรุงเคียฟ โดยมีการเผยแพร่คลิปออกมาเป็นระยะ ปลุกใจให้ประชาชนร่วมกันจับอาวุธร่วมกันปกป้องเมืองหลวงของยูเครน ขณะที่นายมิคาอิล โพโดลยัก ที่ปรึกษาของเซเลนสกี ยังปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เมืองเมลิโตโพล แต่ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงควบคุมสถานการณ์ในกรุงเคียฟได้ “ในภาพรวม”

บรรยากาศวังเวง บนถนนสายหนึ่ง ในกรุงเคียฟ


กองทัพรัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในยูเครน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตามคำสั่งของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งกล่าวว่า รัสเซีย “ไม่มีทางเลือกอื่น” และ “จะตอบสนองอย่างทันท่วงที หากมีกองกำลังภายนอกพยายามแทรกแซง” พร้อมทั้งเตือนว่า “ความพยายามโจมตีรัสเซียจะนำไปสู่ผลลัพธ์อันเลวร้ายต่อผู้รุกราน”


อนึ่ง รัฐบาลมอสโกเรียกร้องให้องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งสหรัฐเป็นสมาชิกหลัก ตอบสนองต่อ “หลักประกันความมั่นคง” ที่รวมถึงการไม่ขยายอิทธิพลทางทหารในฝั่งตะวันออก และการไม่รับยูเครนเป็นสมาชิกนาโต “เพื่อยุติการคุกคาม” ต่อความมั่นคงของรัสเซีย แต่นาโตและสหรัฐปฏิเสธ.

เครดิตภาพ : REUTERS