สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา มื่อวันที่ 27 ก.พ. ว่า สหรัฐ คณะกรรมาธิการยุโรป ( อีซี ) ซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป ( อียู ) แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสหราชอาณาจักร ออกแถลงการณ์ร่วมกัน เกี่ยวกับการเตรียมนำ “สถาบันการเงินบางแห่งของรัสเซีย” ออกจากระบบสื่อสารโทรคมนาคมด้านการเงินระหว่างสถาบันการเงินทั่วโลก หรือ “สวิฟต์” ( SWIFT )
Everyone is talking about whether to exclude Russia from SWIFT — but what is it? And what are the ramifications of being cut off from it?
— DW News (@dwnews) February 26, 2022
[via @dw_business] pic.twitter.com/azOGQh29F9
ขณะที่ธนาคารกลางของรัสเซียจะไม่สามารถจัดหาเงินสำรองระหว่างประเทศได้ “ตามแนวทางของมาตรการคว่ำบาตร” ร่วมกันระหว่างพันธมิตรระหว่างประเทศ และมีการเห็นพ้องกันในเบื้องต้น เกี่ยวกับการจำกัด การมอบสถานะผู้อยู่อาศัยพิเศษที่เรียกว่า “วีซ่าทองคำ” และการมอบสัญชาติ “กิตติมศักดิ์” หรือ “หนังสือเดินทางทองคำ” ให้แก่พลเมืองรัสเซียที่มีฐานะร่ำรวยด้วย
BREAKING: U.S., other countries to disconnect some Russian banks from SWIFT. https://t.co/zybGbZlInI
— ABC News (@ABC) February 26, 2022
ปัจจุบัน สวิฟต์ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารกลางเบลเยียม มีสมาชิกเป็นธนาคารกลางและสถาบันการเงินขนาดใหญ่มากกว่า 2,000 แห่ง รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ ( เฟด ) และธนาคารแห่งอังกฤษ ( บีโออี )
ด้าน นายดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีและอดีตรองนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติของรัสเซีย กล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรระลอกใหม่ต่าง ๆ นานา “คือปัจจัยยอดเยี่ยมที่สุด” เพื่อใข้ทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซีย กับประเทศตะวันตกเหล่านั้น และเตือนว่า อาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาเชิงยุทธศาสตร์ “อีกหลายเรื่องในอนาคต”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



