สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ว่าสำนักข่าวอินเทอร์แฟกซ์ของรัฐบาลมอสโกรายงานโดยอ้างข้อมูลจากกระทรวงกลาโหม ยืนยันกองทัพรัสเซียสามารถรุกคืบพื้นที่ทางตอนใต้ของยูเครนได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถควบคุมเมืองแบร์เดียนสก์ และเมืองเอเนอร์โฮดาร์ ได้เพิ่มอีก


ทั้งนี้ เมืองเอเนอร์โฮดาร์มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ในฐานะเป็นสถานที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “ซาโปริชเชีย” (Zaporizhzhia) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป และอยู่ในกลุ่ม 10 อันดับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วย


ขณะที่ภายในวันแรกของปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ซึ่งเปิดฉากเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียสามารถควบคุมพื้นที่รอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ใกล้กับเมืองปรือเปียต ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของยูเครน


แม้โรงไฟฟ้าแห่งนี้ปลดประจำการและถูกทิ้งร้างไปนานแล้ว นับตั้งแต่เกิดหายนะนิวเคลียร์ เมื่อปี 2529 แต่สถานะของเตาปฏิกรณ์และอุปกรณ์ภายในทั้งหมดยังคงคลุมเครือ และการที่ทหารรัสเซียเข้าควบคุมพื้นที่บริเวณนี้ได้ ซึ่งครอบคลุมอาณาเขตประมาณ 2,600 ตารางกิโลเมตร ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากในทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากอยู่ห่างจากเขตชายแดนระหว่างยูเครนกับเบลารุส เพียง 16 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากกรุงเคียฟเพียง 130 กิโลเมตร


ด้าน พล.ต.อิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย ประกาศ “การครองอากาศ” (Air Supremacy) ในเขตน่านฟ้าของยูเครน แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ส่วนรัฐบาลยูเครนยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้ แต่ให้ข้อมูลว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด กองทัพรัสเซียลดระดับความรุนแรงของปฏิบัติการทางทหาร.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES