เมื่อวันที่ 1 ม.ค. นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่ากลายเป็นปัญหาสำคัญต่อการอนุรักษ์ช้างในปัจจุบัน เนื่องจากมีการขยายตัวของชุมชนอย่างต่อเนื่อง มีการบุกรุกพื้นที่ป่าแหล่งที่อยู่ของช้าง สำหรับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีช้างป่ากว่า 180 ตัว อาศัยในพื้นที่ราว 220 ตารางกิโลเมตร ทางตอนล่างของอุทยาน ถือว่ามีความหนาแน่นค่อนข้างสูง ช้างจึงต้องออกมาหากินนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์

ขณะที่ใน ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขตพื้นที่รอยต่อก็มีปัญหาช้างป่าออกมาหากินนอกพื้นที่ โดยเฉพาะ “พลายบุญช่วย” และ “พลายบุญมี” ช้างใหญ่เจ้าถิ่นที่มีพฤติกรรมดื้อเกเร ชอบสร้างปัญหาทำลายทรัพย์สินพืชไร่บ้านเรือนของประชาชนเสียหาย ไม่ตอบสนองต่อการขับไล่และการผลักดันจนต้องจัดเจ้าหน้าที่อุทยานร่วมกับทหารชุดเฉพาะกิจจงอางศึกดูแลความปลอดภัยช้าง-คน บริเวณพื้นที่ที่ล่อแหลมที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาช้างป่าเดินข้ามถนนตามเส้นทางสายพุไทร-ไทรเอน สายหลักไปน้ำตกป่าละอู แหล่งท่องเที่ยวดังใน ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ รวมทั้งภายในชุมชนช่วงกลางคืนที่ช้างชอบออกหากิน

ต่อมามีการเสนอเรื่องขอย้ายช้างป่าทั้ง 2 ตัว ในความควบคุมของสัตว์แพทย์ไปไว้ยังป่าลึกเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเพื่อตัดปัญหา แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากช้างรู้แกวหากคนเข้าใกล้ รวมทั้งปัญหาจากการขนย้ายช้าง ล่าสุดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีหนังสืออนุมัติให้เจ้าหน้าที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 บ้านโป่ง และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ร่วมกันติดตามพฤติกรรม “พลายบุญช่วย” และ “พลายบุญมี” โดยติดปลอกคอติดตามตัวสัตว์สัญญาณดาวเทียม (GPS-collar) เพื่อทราบเส้นทางการเคลื่อนที่ การหากินด้านนิเวศวิทยาเพื่อเฝ้าระวังป้องกันช้างเข้าสู่เขตชุมชน พร้อมรายงานให้ทางกรมฯ ทราบ

และเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาการจัดการพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า สัตวแพทย์ประจำกลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย และทหารชุดเฉพาะกิจจงอางศึกดำเนินการจับช้าง “พลายบุญช่วย” และ “พลายบุญมี” เก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจสุขภาพพร้อมติดปลอกคอสัญญาณดาวเทียมให้แก่ช้างป่าทั้ง 2 ตัว เรียบร้อยแล้ว จากนั้นจะให้เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามพฤติกรรม การเคลื่อนที่ เพื่อป้องกันเฝ้าระวังช้างป่าออกหากินนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ต่อไป.



