สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน สนทนากันผ่านระบบทางไกลอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันศุกร์ โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
ทั้งนี้ เนื้อหาในตอนหนึ่งของการสนทนา เกี่ยวข้องกับวิกฤติการณ์ในยูเครน ซึ่งไบเดนกล่าวกับสีอย่างตรงไปตรงมา ว่าจีน “ต้องยอมรับกับผลที่จะเกิดขึ้นตามมา” หากมอบความสนับสนุนไม่ว่าในทางใดก็ตาม ให้แก่รัสเซีย ซึ่งกำลังปฏิบัติการทางทหารในยูเครน และเตือนอีกว่า มาตรการที่จะเกิดขึ้นอาจไม่ได้มาจากรัฐบาลวอชิงตันฝ่ายเดียว แต่จะมาจาก “พันธมิตรในยุโรป” ด้วย
President Biden warned Xi of consequences if China were to provide Russia with "material support," Psaki says about the two leaders' 2-hour-long call on Friday morning https://t.co/F4Zho0g29K pic.twitter.com/lrV2gdlQvA
— Bloomberg Quicktake (@Quicktake) March 19, 2022
ต่อมา ทำเนียบขาวขยายความเรื่องนี้ ว่าผลกระทบที่จะตามมาอาจเกิดขึ้นต่อ “เศรษฐกิจและการค้าของจีนซึ่งมีมูลค่ามหาศาล” ขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) ยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ ว่าหากสหรัฐคว่ำบาตรจีนด้วยเหตุผลเกี่ยวข้องกับสงครามในยูเครนจริง อียูจะร่วมด้วยหรือไม่
In a video call with U.S. President Joe Biden, Chinese President Xi Jinping said the war in Ukraine war should end and called on NATO nations to hold a dialogue with Russia https://t.co/0Nf6DrhMiJ pic.twitter.com/qXgx7XH1WQ
— Reuters (@Reuters) March 19, 2022
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีนเผยแพร่แถลงการณ์ เกี่ยวกับการสนทนาระหว่างสีกับไบเดน ว่าผู้นำจีนเรียกร้องให้องค์การสนธิสัญญาแอตแลติกเหนือ (นาโต) ซึ่งมีสหรัฐเป็นสมาชิกหลัก เจรจาโดยตรงกับรัสเซีย และการเจรจาโดยตรงระหว่างรัสเซียกับยูเครน เพื่อให้การสู้รบในยูเครน ซึ่งมีชนวนเหตุมาจาก “ความยุ่งยากทางการเมืองและการทหาร” ยุติเร็วที่สุด
เกี่ยวกับการที่ไบเดนขู่คว่ำบาตรจีน แถลงการณ์ของรัฐบาลปักกิ่งระบุว่า สีกล่าวว่า การทำเช่นนั้นคือการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนทั่วโลก เนื่องจากทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทานจะเสียหาย เป็นความสูญเสีย “ที่ไม่สามารถแก้ไขได้”.
เครดิตภาพ : REUTERS



