สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ว่า นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวถึงสถานการณ์การสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า เป็นสงครามที่ “ไม่มีเหตุผลทั้งในด้านศีลธรรม การเมือง และการทหาร”


เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เมืองมาริอูโปลในยูเครน ซึ่งรัฐบาลเคียฟกล่าวว่า “กลายเป็นเศษซากไปแล้ว” เลขาธิการยูเอ็นให้ความเห็นว่า ต่อให้รัสเซียสามารถยึดครองและควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดในเมืองมาริอูโปล แต่การไล่ยึดครองไปทีละเมืองแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีก การสู้รบครั้งนี้ไม่มีผู้ชนะอย่างแท้จริง ในไม่ช้าก็เร็ว คู่กรณีทุกฝ่ายต้องย้ายจากสนามรบมายังโต๊ะเจรจา “อย่างจริงจัง”

ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นกลุ่มควันหลายจุดในเมืองมาริอูโปลของยูเครน ซึ่งเป็นผลจากการสู้รบ ระหว่างกองทัพยูเครนกับกองทัพรัสเซีย


ขณะเดียวกัน กูเตร์เรสเตือนด้วยว่า สงครามในยูเครนไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชาวยูเครน แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่งทุกภูมิภาคของโลก ไม่ว่าจะเป็นราคาเชื้อเพลิง และราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนวิกฤติผู้ลี้ภัยครั้งใหม่ในทวีปยุโรป


อย่างไรก็ตาม รัสเซียยืนกรานว่า “ไม่มีทางเลือกอื่น” เนื่องจากเป็นฝ่ายเผชิญกับแรงกดดันมาอย่างยาวนาน จากการเดินหน้าขยายอิทธิพลทางตะวันออก ขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และ “การฝักใฝ่ตะวันตกมากเกินไป” ของยูเครน.

เครดิตภาพ : REUTERS