เมื่อวันที่ 25 มี.ค. พ.ต.ท.เมธา สง่างาม สารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า ช่วงเย็นวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วย ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหรืออีโอดีของตำรวจภูธรจ.สงขลา ตำรวจชุดเวหาและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ้ง) หาดใหญ่ ร่วมกันตรวจสอบเหตุปาระเบิดใส่กัน ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่เกิดเหตุพบว่าเป็นบ้านห้องแถวชั้นเดียว มีพ่อแม่ลูกสาว พักอาศัยอยู่กันเป็นครอบครัว โดยที่หลังคาบ้านพบระเบิดลูกเกลี้ยงถูกขว้างขึ้นไปค้างอยู่ชวนให้หวาดเสียวว่าจะระเบิดหรือไม่ เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีต้องทำการระมัดระวังก่อนเข้าไปตรวจสอบ พบว่าเป็นระเบิดลูกเกลี้ยงสภาพเก่าถูกถอดสลักเรียบร้อย พร้อมจะระเบิดทุกเวลา แต่ยังโชคดีมากที่สนิมไปติดขัดเอาไว้ระเบิดจึงไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่เก็บสามารถเก็บกู้เอาไว้ได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้หากปล่อยไว้ก็อาจเกิดการระเบิดสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินแก่เจ้าของบ้าน จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายบรมสวัสดิ์ เผือดผ่อง อายุ 30 ปี คู่กรณีซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่ระหองระแหงมีเรื่องกันมาตลอด 3 ปี เจ้าหน้าที่จึงตามไปจับกุมไว้ได้ ก่อนพาไปสอบสวนยัง สภ.หาดใหญ่ เพื่อสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้น แจ้งข้อหาครอบครองอาวุธ เครื่องกระสุนและวัตถุระเบิดที่พนักงานไม่สามารถออกใบอนุญาติให้ได้ (ระเบิดลูกเกลี้ยง) ส่วนข้อหาอื่น ๆ เช่น พยายามฆ่า ต้องรอให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความอีกครั้ง

ด้านเจ้าของบ้านให้การว่า เรื่องที่อีกฝ่ายมาปาระเบิดคงต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ที่ผ่านมามีปัญหากับเพื่อนบ้านคนนี้มาตลอด 3 ปี ถูกอีกฝ่ายหาเรื่องก่อนเสมอ ตอนก่อเหตุลักษณะเหมือนคนเมายาเสพติด แต่พอตอนปกติดี เคยเข้าไปถามตรง ๆ ว่าครอบครัวตนไปสร้างความเดือดร้อนหรือมีปัญหาอะไร จะได้เคลียร์กันให้จบ อีกฝ่ายก็บอกว่าไม่มีอะไร โดยก่อนจะมีเรื่องปาระเบิด อีกฝ่ายได้ถือน้ำมันและมีดมาหาเรื่องที่บ้าน จนต้องเผ่นหนีไปแจ้งความไว้ที่ สภ.หาดใหญ่ คุมตัวไว้ไม่นานก็ปล่อยตัวออกมาอีก แล้วก็ยังตามหาเรื่องคุกคามแบบนี้ไปเรื่อย ๆ หากเป็นแบบนี้ต่อไป กฎหมายทำอะไรคนเหล่านี้ไม่ได้ ทำให้ชีวิตคนในครอบครัวต้องมาเสี่ยง ตนคงต้องประกาศขายบ้านหนีเพื่อไปอยู่ที่อื่นที่ปลอดภัยกว่า จบปัญหายิ่งอยู่ยิ่งเครียด เพราะตอนนี้คนในบ้านมีภาวะซึมเศร้าแล้ว ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงตลอดเวลา.