นายนพดล ศรีพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 นครสวรรค์ (สศท.12) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี เป็นสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอุทัยธานีมาอย่างยาวนาน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อปี 2555 ด้วยเอกลักษณ์ของเนื้อปลาที่นุ่ม แน่น และรสชาติหวานอร่อย นิยมนำไปทำเป็นเมนูรับประทานกันในงานเลี้ยงโต๊ะจีน และร้านอาหารในจังหวัด ประกอบกับการรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่นของผู้ประกอบการในท้องถิ่น ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจและนำรายได้มาสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดปีละ 10 ล้านบาท

ปัจจุบัน จังหวัดอุทัยธานี มีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี (GI) จำนวน 148 ราย โดยเกษตรกรจะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม จากการทำเกษตรกรรมและประมงเป็นหลัก เกษตรกรเลี้ยงประมาณ 1–2 กระชัง/ครัวเรือน พื้นที่กระชังรวม 4.11 ไร่ หรือ 1,644.44 ตารางเมตร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสะแกกรัง, ตำบลอุทัยใหม่, ตำบลน้ำซึม และตำบลท่าซุง ของอำเภอเมือง ซึ่งจากการลงพื้นที่ของ สศท.12 เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี ที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) พบว่า มีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 42,944 บาท/กระชัง/รุ่น (กระชังขนาดประมาณ 5 x 5 x 2.5 เมตร) โดย 1 กระชัง สามารถเลี้ยงได้ประมาณ 800–1,000 ตัว ระยะเวลาในการเลี้ยงประมาณ 18–22 เดือน/รุ่น เกษตรกรจะวางแผนเริ่มเลี้ยงตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน เพื่อให้ผลผลิตออกสู่ตลาดช่วงเดือนตุลาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลประเพณีตักบาตรเทโว ตรุษจีน ปีใหม่ และสงกรานต์ ให้ผลผลิตเฉลี่ย 600–800 กิโลกรัม/กระชัง/รุ่น (ขนาด 700-1,200 กรัม/ตัว) เกษตรกรได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 48,000-64,000 บาท/กระชัง/รุ่น คิดเป็นผลตอบแทนเฉลี่ยสุทธิ (กำไร) 5,056-21,056 บาท/กระชัง/รุ่น ราคาที่เกษตรกรขายได้ ณ ธันวาคม 2564 อยู่ที่ 80-85 บาท/กิโลกรัม

ทั้งนี้ ผลผลิตจะทยอยออกสู่ตลาดเนื่องจากการเจริญเติบโตของปลาไม่เท่ากัน จึงต้องมีการคัดขนาดในแต่ละรอบเพื่อนำไปจำหน่าย ด้านสถานการณ์ตลาด ผลผลิตส่วนใหญ่เกษตรกรจะจำหน่ายภายในจังหวัดเป็นหลัก โดยผลผลิตร้อยละ 94 จำหน่ายให้กับพ่อค้าในพื้นที่ ซึ่งมารับซื้อถึงกระชังเลี้ยงปลา เพื่อส่งต่อไปยังร้านอาหาร โต๊ะจีนในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง ส่วนผลผลิตที่เหลืออีกร้อยละ 6 เกษตรกรนำไปจำหน่ายด้วยตนเองที่ตลาดสด และบางส่วนนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ อาทิ น้ำพริก แหนม ปลาร้าด่วน โดยจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook ของเกษตรกรเอง และจัดส่งสินค้าผ่านไปรษณีย์ไทย และ Kerry Express

ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานประมงจังหวัด สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์จังหวัด และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด มีนโยบายสนับสนุนด้านการแปรรูปด้านการตลาด ตลอดจนมาตรฐานของสินค้าเพื่อให้ผลผลิตของเกษตรกรมีคุณภาพ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงเน้นการส่งเสริมให้เกษตรกรขายผ่านตลาดออนไลน์มากขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจมาเที่ยวชมและชิมเมนูปลาแรดที่จังหวัดอุทัยธานี เพื่อสร้างรายได้และสนับสนุนให้เกษตรกรมีกำลังใจในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพต่อไป หากท่านใดสนใจผลการศึกษาเชิงลึกเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ สศท.12 นครสวรรค์ โทร 0-5680-3525 หรืออีเมล [email protected]



