เมื่อวันที่ 30 มี.ค. พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.บางพลี พร้อมกำลังชุดสืบสวนได้ร่วมกันคุมตัวนายสุพิศ เปล่าขำ อายุ 30 ปี ชาว จ.หนองคาย ผู้ต้องหาคดี วิ่งราวทรัพย์ หมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 200/65 ลงวันที่ 30 มี.ค. 65 มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณตลาดเรือบิน ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และอีกหลายแห่ง

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี ได้รับแจ้งมีคนร้ายเป็นชาย 1 คน ขี่รถ จยย. ยี่ห้อ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีเขียว-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ก่อเหตุ วิ่งราวทรัพย์ สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 บาท ที่บริเวณร้านขายของส่ง ตลาดเรือบิน แต่คนร้ายไม่ได้ทรัพย์สินไป เนื่องจากผู้เสียหายสามารถจับสร้อยคอไว้ได้ทัน หลังก่อเหตุคนร้ายได้ขี่รถ จยย. กลับไปที่ห้อง ก่อนที่จะออกไปก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ สร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท ต่อเนื่องที่บริเวณเอื้ออาทรเทพารักษ์ 3 ตึก 27 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี ซึ่งคนร้ายได้ทรัพย์สินบางส่วนไป

ต่อมาในคืนเดียวกันคนร้ายยังขี่รถ จยย. กลับมาก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ สร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท ที่บริเวณหน้าร้านปราโมทย์การเกษตร ตลาดเรือบิน ซึ่งเป็นช่วยเวลาที่มีคนเดินพลุกพล่าน ได้สร้อยคอทองคำไปทั้งเส้น ก่อนที่จะนำทองทั้งหมดไปขายโรงรับจำนำ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวได้ที่หน้าตึก 1 เอื้ออาทรเทพารักษ์ 3 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

พ.ต.อ.วิโรจน์ กล่าวว่า สำหรับคนร้ายรายนี้ให้การรับสารภาพอ้างว่า นำเงินไปจ่ายหนี้สิน หลังได้สร้อยไปก็นำไปขายที่โรงรับจำนำได้เงินมากว่า 2 หมื่นบาท อ้างว่าตกงานไม่มีเงินใช้ จึงลงมือก่อเหตุเพื่อหาเงินมาใช้จ่าย โดยก่อเหตุแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย และมีการก่อเหตุต่อเนื่องในวันเดียวกันถึง 3 ราย ถือเป็นภัยสังคมจึงต้องเร่งติดตามจับกุมตัวให้ได้โดยเร็ว.



