เช้าตรู่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา สนทนาธรรมออนไลน์ สถานีสื่ออาสาประชาชน ในช่วงรายการ “อาสาหาธรรม” มีคำถามจากผู้ฟังว่า “ทำอย่างไรจึงจะตั้งตัวได้สักที” พระท่านสอนว่า “อัตตสัมมาปณิธิ การตั้งตนไว้ชอบหรือการประกอบตนไว้ดี”  

คุณธรรมข้อนี้สำคัญในอันที่จะพัฒนาชีวิตไปสู่ความเจริญก้าวหน้า ด้วยเหตุว่าบุคคลที่เกิดมาจำต้องปฏิบัติให้เหมาะสมกับภูมิเดิม ภูมิรู้ และภูมิฐานของตน เพื่อจะได้หลีกพ้นจากอุปสรรคข้อขัดของทั้งผอง มาประคองชีวิตให้ดำเนินไปสะดวกง่ายดาย  

การตั้งตนไว้ชอบประกอบตนไว้ดี ในที่นี้หาได้หมายถึงการตั้งหลักปักฐานภายนอก เช่น การก่อร่างสร้างตน มีบ้านเรือนเรือกสวนไร่นา เท่านั้น หากแต่หมายถึงการตั้งตนภายใน คือ ตั้งกาย ตั้งวาจา และตั้งใจไว้ชอบ  

การตั้งกายชอบ คือ การประกอบกิริยาไว้ในระเบียบของกาย เป็น “กายสุจริต” มีจิตประกอบด้วยเมตตาธรรม ไม่ฆ่า ไม่ลัก ไม่ประพฤติเสียหายทางประเวณี มีเมตตากายกรมทั้งต่อหน้าและลับหลัง คือ มีกายอ่อนน้อม วาจาอ่อนหวาน ใจอ่อนโยน 

การตั้งวาจาชอบ คือ การตั้งวาจาให้อยู่ในระเบียบของวาจา คือ “วจีสุจริต” ได้แก่ เมตตาวจีกรรม พูดคำจริง พูดคำไพเราะ พูดคำสมัครสมานสามัคคี และคำพูดมีประโยชน์ เพราะวาจาเป็นสิ่งมีค่าสูง ใช้ในการสื่อสารสังคม และเป็นเครื่องวัดภูมิของผู้พูด  

ผู้พูดเป็นผู้เป่า ผู้ฟังเป็นผู้เผา หรือความคิดเป็นผู้เป่า คำพูดเป็นผู้เผา คนเขียนเป็นผู้หว่าน คนอ่านคนฟังเป็นผู้เก็บ คือเฝ้าเก็บจดจำคำพูดไปขยายความให้กว้างไกล  

ในตัวช้างไม่มีส่วนอื่นสำคัญไปกว่างา “ฆ่าช้างเอางา เจรจาเอาถ้อยคำ” คำพูดที่เปล่งออกจากปากจะมากหรือน้อยก็ตาม สามารถนำให้ผู้พูดถูกประณามก็มี ยกย่องสรรเสริญก็มาก หากตั้งวาจาชอบประกอบวาจาไว้ดี ก็จะเกิดเป็นคุณเป็นประโยชน์ 

การตั้งใจชอบ คือการประกอบใจให้อยู่ในระเบียบของใจ คือเป็น “มโนสุจริต” ตามธรรมดาใจมีลักษณะดิ้นรน ซุกชน กวัดแกว่ง ห้ามได้ยาก รักษาได้ยาก และมักตกไปในอารมณ์ฝ่ายต่ำเสมอ ใจเป็นประธานของกาย ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ใจทำหน้าที่คิด คิดโลภอยากได้ คิดพยาบาทอาฆาตจองเวร เห็นผิดเป็นชอบ เห็นชอบเป็นผิด ชนิดเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นความชั่วเป็นความดี เห็นสิ่งที่มีราคีว่ามีราคา 

บุคคลจึงควรตั้งใจไว้ชอบ ประกอบใจไว้ดี โดยมีสติปัญญาคอยกำกับ สนับสนุนควบคุมให้หนักแน่นมั่นคง ควร “เอาหินพกไว้ในอก ไม่ควรเอานุ่นพกไว้ในใจ” ให้ระลึกสำนึกรู้ตัวทั่วพร้อมตลอดเวลา ด้วยการภาวนาอบรมใจให้เย็นเป็นน้ำ คือ “น้ำใจ” ไม่คิดอยากได้ ไม่โลภโมห์โทสัน ไม่คิดทำร้ายทำลายกันด้วยความเหี้ยมโหด มุ่งประโยชน์ความสงบสุขของกันและกัน  

ความจริง บุคคลที่เกิดมาล้วนมีความปรารถนาความดีใส่ตัว ไม่ปรารถนาความชั่วใส่ใจ คือการตั้งกาย วาจา ใจ ให้ถูกต้อง ถูกทาง ถูกจุด ถูกวิธี และถูกศูนย์ ถ้าไม่ถูกศูนย์ก็จะเอียง เอียงมากไปก็จักเสียการทรงตัว เมื่อเสียการทรงตัว ก็จะตั้งตัวไม่ตรงต้องหกล้มหรือล้มลุกคลุกคลาน ดังที่กล่าวกันว่า “ชีวิตล้มเหลว”  

ฉะนั้นเพราะการครองตัวหรือการครองชีวิต มักมีอุปสรรคมากมายหลายอย่าง อุปสรรคเหล่านั้นเป็นเพียงพายุพัดผันผ่านมาเป็นครั้งคราว แต่อุปสรรคที่ยืนยาวร้ายเหลือเหนืออุปสรรคเหล่านั้นก็คือ “การตั้งตัวผิด” 

การตั้งตัวผิดคิดจนวันตาย ถ้าไม่คิดปฏิรูปหรือพัฒนาให้ดี ให้ถูกต้อง ชีวิตก็จะเศร้าหมองล้มเหลว ตกอับอาภัพ อนาถา หาความมั่นคงมิได้  

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงควรที่จะตั้งกายวาจาใจให้ชอบ ประกอบกายวาจาใจให้ดี ให้ถูกต้องตามหลักคำสอนที่ว่า “อตฺตสมฺมาปณิธิ การตั้งตนไว้ชอบประกอบตนไว้ดี” 

……………………………………….

คอลัมน์ : ลานธรรม

โดย : พระสุธีวชิรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประธานพระธรรมวิทยากรเครือข่ายธรรมะอารมณ์ดี