เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เปิดเผยภายหลังนำคณะข้าราชการตำรวจ บช.ก. อาทิ พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปอท. และ พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. เดินทางไปประเทศสิงคโปร์เพื่อหารืองานด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมกับทางผู้บัญชาการอาวุโส และ ผอ.สำนักงานตำรวจสอบสวนกลางประเทศสิงคโปร์ระหว่างวันที่ 7-12 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญที่จะเป็นประโยชน์ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รวมถึงกำหนดทิศทางในการทำงานร่วมกันในอนาคต ถึงแม้ประเทศสิงคโปร์จะเป็นประเทศที่ปลอดภัย มีสถิติคดีอาชญากรรมอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะคดีอุกฉกรรจ์ที่ในหลายปีที่ผ่านมามีสถิติเกิดขึ้นต่ำกว่าปีละ 10 คดี ซึ่งมากกว่า 50 เปอร์เซนต์นั้น เป็นคดีเกี่ยวกับการฉ้อโกง หลอกลวงเกิดความเสียหายเป็นมูลค่านับพันล้านบาทไม่ต่างกับประเทศอื่นๆและแน่นอนว่าในหลายคดีก็คงมีส่วนพัวพันกับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยเป็นผู้เสียหาย เป็นคนร้าย หรือบริษัทไทยไปเกี่ยวข้องเป็นต้น เพราะทุกวันนี้คนร้ายก็ก่อเหตุได้ทุกวันโดยไม่มีพรมแดน แนวโน้มต่อไปเราคงได้เห็นตำรวจไทยกับตำรวจสิงคโปร์จับมือกันทำงานอย่างเข้มแข็ง และยกระดับศักยภาพการทำงานขององค์กรไปด้วยกัน

พล.ต.ท.จิรภพ เปิดเผยต่อว่า อาชญากรรมไซเบอร์ในโลกยุคปัจจุบันได้กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของโลกยุคออนไลน์ จึงได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสากล ที่รับผิดชอบคดีอาชญากรรมไซเบอร์ ณ Interpol Global Complex for Innovation (IGCI) ด้วยโดยหารือในประเด็นการพัฒนาบุคลากรของ บช.ก. ในด้านอาชญากรรมทางไซเบอร์ จัดการฝึกอบรมร่วมกันระหว่างสองหน่วยงาน รวมถึง บช.ก. ก็พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติของ Interpol ในทุกมิติ เพราะการฉ้อโกงออนไลน์เป็นอาชญากรรมที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในทุกประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ที่เปรียบเสมือนปัจจัยกระตุ้นให้คดีฉ้อโกงออนไลน์ทวีความรุนแรงและเพิ่มความหลากหลายมากขึ้นไปอีก

“ผมให้ความสำคัญกับข้อมูลเป็นอย่างมาก ยิ่งข้อมูลมากเท่าใดก็ยิ่งทำให้การสืบสวนปราบปรามได้มากขึ้นเท่านั้น ผมเชื่อว่าต่อไปเรากับสิงคโปร์จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ข้อมูลข่าวกรองโดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับการฉ้อโกงออนไลน์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงสนับสนุนการปฏิบัติของตำรวจไทยในหลายๆ ด้านอีกด้วย” ผบช.ก. ระบุ



