นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอสมุ่งเน้นเรื่องการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste ที่นับวันจะมีปริมาณที่เพิ่มขึ้น และหากกำจัดอย่างไม่ถูกวิธี ก็จะนำมาซึ่งผลเสียที่ร้ายแรงทั้งในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้นนอกเหนือจากการบริหารจัดการ E-Waste อย่างถูกวิธีตามมาตรฐานสากลแล้ว การจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อขยายผล ร่วมกันปลูกจิตสำนึก อันจะนำมาซึ่งความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการกำจัดขยะ E-Waste ในวงกว้าง
“ดังนั้นเนื่องในวันคุ้มครองโลกหรือ Earth Day ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญที่พวกเราควรรำลึกถึงสิ่งแวดล้อม และใคร่ครวญว่าเราจะต้องทำอะไรอีกบ้างเพื่อปกป้องธรรมชาติที่มอบแก่โลกใบนี้ รวมถึงหนึ่งในภารกิจสำคัญอย่างการลดอัตราการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ เอไอเอสจึงมุ่งทำทุกวิถีทางที่จะสนองตอบเป้าหมายดังกล่าว โดยได้ขยายจุดรับทิ้งขยะ E-Waste ต่อเนื่องร่วมกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำ อาทิ โครงการบ้านในเครือ ศุภาลัย กว่า 15 โครงการ, ศูนย์บริการซัมซุง 35 สาขา, โรงงานและบริษัทในเครือกลุ่มธุรกิจ TCP รวมถึงหน่วยงานรัฐอย่าง สถาบันการเเพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทำให้ปัจจุบันเรามีจุดรับทิ้งแล้วกว่า 2,478 จุดทั่วประเทศ และสามารถนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่กระบวนการจัดการที่ถูกต้องตามมาตรฐานไปแล้วกว่า 307,414 ชิ้น จึงนับเป็นการทำงานร่วมกันเพื่อบูรณาการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์แบบองค์รวมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ”

นางสายชล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้จับมือร่วมกับลาซาด้า แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำ จัดกิจกรรม “ทิ้งรับ Code” เพื่อเชิญชวนคนไทยมาทิ้งขยะ E-Waste ผ่านจุดรับทิ้งเอไอเอสช้อปทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต สายชาร์จ หูฟัง พาวเวอร์แบงก์ แบตเตอรี่มือถือ โดยทุกการทิ้ง 1 ชิ้น จะได้รับ Code ส่วนลดไปใช้จ่ายซื้อสินค้าได้ผ่านร้านค้าบน ลาซาด้า ซึ่งนับว่าเป็นการทำงานที่สอดประสาน ผ่านแนวทางความร่วมมือที่สร้างการมีส่วนร่วมที่เปิดกว้างเพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรวมถึงการจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างยั่งยืน



