เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 เม.ย. ที่ สน.ลุมพีนี นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซลูกนัท นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เดินทางมาเพื่อมอบกระเช้าแสดงความขอโทษ และสำนึกผิด หลังประพฤติด่าทอ พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผกก.สน.ลุมพินี และเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยถ้อยคำหยาบคาย ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นคอนโดฯ อดีตรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ ย่านสุขุมวิท เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสถานที่ที่หญิงสาวผู้เสียหายหลายรายให้การยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่า ถูกผู้ก่อเหตุล่อลวงมากระทำชำเรา ลวนลาม โดย น.ส.หทัยรัตน์ (วิทยพูม) ธนากิจอำนวย หรือ แอนนา อายุ 30 ปี ภรรยาของลูกนัท ซึ่งเป็นหนึ่งในหญิงสาวผู้เสียหายจากเหตุฉาวดังกล่าว จึงเป็นสาเหตุให้นายธนัตถ์ ไม่พอใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะภรรยาของตนเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย ไม่สามารถขึ้นไปชี้จุดเกิดเหตุได้

นายธนัตถ์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนนำกระเช้าเข้ามามอบให้ผู้กำกับ ซึ่งสิ่งของภายในกระเช้า ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากนักกิจกรรม อาทิ กระปุกน้ำพริกของทะลุฟ้า มะม่วงของทนายอานนท์ ทุเรียนกรอบของไมค์ ระยอง ซึ่งของในกระเช้าที่ใส่มา ตนมีความตั้งใจอย่างมาก รวมถึงอยากช่วยเพื่อนๆ นักกิจกรรม ช่วยโปรโมตผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆ ด้วย

นายธนัตถ์ เผยอีกว่า ยอมรับว่าในวันดังกล่าว ตนทำเกินกว่าเหตุ อย่างที่แอนนาได้ชี้แจงในเฟซบุ๊กว่า ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของตน รวมถึงก็ได้มีการว่ากล่าวตักเตือนทั้งจากผู้ใหญ่ในวงการเมือง ขอร้องให้ตนปรับปรุงตัวเอง ตนก็น้อมรับ จึงมาขอโทษด้วยความจริงใจ เพราะสำนึกผิดจริงๆ ถึงแม้ว่าวันนี้ ผกก.สน.จะไม่สะดวกมา แต่ตนก็ได้โทรฯ บอกกล่าวล่วงหน้าแล้วว่า จะเข้ามาและนำกระเช้ามามอบให้ ซึ่งส่วนตัวแล้ว คอนเซปต์ในการขอโทษของตน คือต้องการขอโทษ ส่วนจะพอใจรับไว้หรือไม่ก็เป็นสิทธิของเจ้าหน้าที่ ตนยอมรับว่าผู้กำกับมีความเป็นผู้ใหญ่ ท่านก็ยืนยันว่าจะทำคดีนี้อย่างยุติธรรม รวมทั้งไม่มีการแทรกแซงคดีใดๆ จากบุคคลใด

นายธนัตถ์ เผยต่อว่า ในวันเกิดเหตุ มันมีความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร เนื่องจากวันนั้น เจ้าหน้าที่มีหมายค้นสถานที่ ส่วนการจะขึ้นไปชี้จุดเกิดเหตุ จะต้องเป็นคนละหมายกัน กลายเป็นว่าตนสื่อสารผิดพลาด ตนก็ไม่สบายใจ อาจจะด้วยเสพสื่อทางโซเชียลมากเกินไป ทำให้มีผลต่อความรู้สึกและความคิด จึงหวาดระแวงการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำหรับกรณีของ น.ส.หทัยรัตน์ (วิทยพูม) ธนากิจอำนวย หรือ แอนนา ว่าเป็นอย่างไรบ้างจากเหตุการณ์ดังกล่าว นายธนัตถ์ เผยว่า แอนนามีความเข้มแข็ง มีสติ มีวุฒิภาวะมากกว่าตน และแอนก็ตั้งใจจะออกมาต่อสู้เพื่อผู้เสียหายในกรณีอื่นๆ ด้วย ทั้งปัญหาเรื่องความรุนแรงทางเพศและปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยจะขับเคลื่อนให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายร่วมกับองค์กรอิสระต่างๆ และภาคสังคมผ่านโครงการต่างๆ แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าโครงการจะออกมาเป็นแบบไหนอย่างไร

ส่วนประเด็นการรับทราบข้อกล่าวหานั้น นายธนัตถ์ เผยว่า ตนจะรับก็ต่อเมื่อมีหมายเรียกมา ซึ่งขณะนี้ก็ทราบข้อกล่าวหาเท่าที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งต่อสื่อมวลชน ซึ่งตนก็ต้องรอดู เพื่อจะตอบได้ว่าจะรับข้อกล่าวหานั้นหรือไม่

ทั้งนี้ ระหว่างที่นายธนัตถ์ได้นำกระเช้าที่เตรียมมานำเข้าไปภายใน สน.ลุมพินี ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งออกมาชี้แจงว่า ขณะนี้ ผู้กำกับติดประชุมที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายธนัตถ์ จึงวางกระเช้าไว้บนเคาน์เตอร์แทน จากนั้นจึงแจกคำแถลงการณ์ให้กับสื่อมวลชน ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ โดยใจความในแถลงการณ์ ระบุใจดังนี้

“คำแถลง

ตามที่มีข่าวในโลกออนไลน์ว่า เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2565 ผมกับพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ได้โต้เถียงกันบริเวณห้องโถงชั้นล่างของคอนโดมิเนียมที่เกิดเหตุ ผมขอแถลงข่าวสั้นๆ ว่า

ในวันดังกล่าว พนักงานสอบสวนได้นัดหมายคุณแอนนาให้ไปชี้สถานที่เกิดเหตุในคดีนักการเมืองใหญ่ข่มขืนลวนลามผู้หญิงหลายคน ซึ่งได้รับความสนใจจากสังคมมาก เมื่อคุณแอนนากับผมไปถึงห้องโถงชั้นล่างของคอนโดฯ ที่เกิดเหตุพนักงานสอบสวนซึ่งได้รับหมายค้นห้องชุดที่เกิดเหตุจากศาลแล้ว ไม่ให้คุณแอนนาและผม เข้าไปชี้จุดเกิดเหตุในห้องชุดที่เกิดเหตุ แต่กลับให้คุณแอนนาชี้ที่เกิดเหตุในบริเวณห้องโถงชั้นล่างของคอนโดฯ นั้นแทน ผมรู้สึกสงสารภริยาที่ต้องมาอยู่ในสถานที่ซึ่งเคยเกิดเหตุเลวร้ายและไม่อยากจดจำอีกครั้ง โดยไม่ได้ชี้ที่เกิดเหตุ ความรู้สึกแย่ๆ ในวันนั้นทำให้ผมโมโหและโกรธพนักงานสอบสวนมาก จนเกิดการโต้เถียงกันขึ้น

หลังจากเกิดเหตุ คุณแอนนาภริยาได้เตือนผมว่า ผมพูดและแสดงออกรุนแรงเกินไป ไม่เหมาะสม ควรที่จะแสดงความสำนึกผิด เสียใจและขอโทษต่อพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้อง ต่อมา พวกเราได้ไปพบกับทีมทนายความที่สำนักกฎหมายธรรมนิติ เพื่อขอคำปรึกษากฎหมายเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้คุณแอนนาและผมเข้าใจกฎหมายเกี่ยวกับการสอบสวนและการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนดีมากขึ้น เข้าใจว่าพนักงานสอบสวนอาจจะรวบรวมพยานหลักฐานได้มากพอที่จะเอาผิดกับผู้ต้องหาโดยไม่จำเป็นต้องให้คุณแอนนา ไปชี้จุดเกิดเหตุในห้องชุดที่คอนโดฯ นั้นก็ได้ แต่หากพนักงานสอบสวนยังประสงค์ที่จะขอให้คุณแอนนา ไปชี้จุดเกิดเหตุในห้องชุดที่เกิดเหตุอีกครั้ง พวกเราก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

ในการพูดคุยนัดหมายระหว่างพนักงานสอบสวนกับคุณแอนนาและผมนั้น ผมเข้าใจว่า น่าจะมีการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนและเข้าใจผิดกันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวน ผมยอมรับว่า ในเหตุการณ์ตามที่เป็นข่าว ผมพูดและแสดงออกต่อพนักงานสอบสวนรุนแรงเกินไป ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม ผมจึงขอแสดงความสำนึกผิด เสียใจและขอโทษต่อพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องด้วย ขอบคุณครับ”