จากกรณีผู้ปกครองเด็กนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ร้องสื่อว่าลูกสาวถูกครูพละอายุ 54 ปี ลวนลามหลายครั้งแบบไม่เลือกสถานที่ แม้แต่นั่งอยู่กับเพื่อนข้างโรงอาหาร เผยถ้าไม่ยอมทำตามเจอขู่ไม่ให้แก้ ร. แจก 0 เรียนไม่จบ แต่ทางผู้บริหารไม่ได้สนใจ ทั้งที่ครูที่ปรึกษาเอาคลิปและหลักฐานการแชตไปมอบให้ โดยชาวบ้านแฉพฤติกรรมลวนลามเด็กนักเรียนหญิงมานานเกือบ 20 ปี ทุกคนรู้กันหมดยกเว้นผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา แต่ยังไม่เคยรับโทษทางอาญาและวินัยของต้นสังกัดแม้แต่ครั้งเดียว เชื่อมีเหยื่อโดนกระทำเพียบ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มี.ค. หลังเรื่องนี้แดงขึ้นมา มีคนตั้งข้อสงสัยว่าครูคนดังกล่าว มีเส้นสายทางไหนจึงรอดมาทุกคดี จากการสอบถามไปยังนักการเมืองในพื้นที่ ปรากฏว่าเคยเตือนครูมาแล้วหลายครั้งว่าให้เลิกพฤติกรรม แต่ยังทำมาอย่างต่อเนื่อง แบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย

“ทั้งนี้จากการสืบค้นข้อมูลพบว่าครูดังกล่าว เป็นลูกชายของอดีตศึกษานิเทศก์จังหวัดบุรีรัมย์ และยังมีภรรยา เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งอีกด้วย ซึ่งมีความเป็นไปได้หลังก่อเหตุและเรื่องแดงขึ้นแต่ละครั้ง จะมีการร้องขอตามสายการทำงาน หรือขอให้ช่วยเรื่องวินัยมาโดยตลอด สอดคล้องกับ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ที่ไม่ยอมให้สัมภาษณ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

แต่อย่างไรก็ตามพบว่าล่าสุด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ได้มีคำสั่งพักราชการครูดังกล่าว ตามคำสั่งของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ 23 มี.ค. เป็นต้นไปจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

ด้าน พ.ต.อ.ขวัญชัย เผือกพูนผล ผกก.สภ.ลำปลายมาศ เผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ภายในโรงเรียน มีผู้เสียหายและครูที่ปรึกษาได้เดินทางมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ก็รับไว้เป็นคดีทันที โดยผู้ถูกกล่าวหาได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง ในวันเดียวกันตำรวจได้พาผู้เสียหายและผู้ปกครองเด็ก ไปพบสหวิชาชีพ เพื่อสอบปากคำที่ศูนย์เด็กและเยาวชนอัยการจังหวัดบุรีรัมย์

ต่อมาได้ทำหนังสือถึงต้นสังกัดของครู คือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ เพื่อให้รับทราบว่าบุคลากรของหน่วยงานต้องคดีอาญา ส่วนทางคดี ตำรวจกำลังเร่งขอตรวจประวัติอาชญากรรม เบื้องต้นได้ตั้งข้อหาอนาจารต่อหน้าธารกำนัล มีอัตราโทษระบุว่าผู้ใดกระทำอนาจารบุคคลอายุเกิน 15 ปี โดยใช้กำลัง ขู่เข็ญ ทำให้อยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นบุคคลอื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย.