คนในศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) กระซิบว่า ตอนนี้กำลังเป็นห่วงกันมากในเรื่องปัญหาภัยแล้ง และราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ กำาลังซ้ำเติมประชาชนในต่างจังหวัด

โดยเฉพาะปริมาณน้ำในเขื่อนทั่วประเทศ ณ วันที่ 4 ส.ค. 64 มีรวมกัน 35,001 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 49% ของความจุเขื่อนทั้งหมด ถ้าเดือน ส.ค.-ก.ย. ยังไม่มีพายุลูก ใหญ่ๆ เข้ามา จะส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกอย่างแน่นอน

ส่วนผลผลิตทางการเกษตรตัวสำาคัญ ไม่ว่าจะเป็นข้าวเปลือกนาปรังซึ่งกำาลังทยอยเก็บเกี่ยว ด้วยราคาตันละ 6,500-7,000 บาท แม้ราคาข้าวจะถูก แต่ก็ภาวนาให้บรรดาโรงสีเปิด รับซื้อข้าวจากชาวนาด้วยเถอะ!

นอกจากนี้ยังมีผลไม้ตามฤดู เช่น ลำไย เงาะ มังคุด เมื่อ วันก่อนผ่านไปแถวๆ ถนนเทพรักษ์ ย่านบางเขน มีรถขายผลไม้ จอดขายเต็มไปหมด ราคาก็ถูกมาก เช่น มังคุดมาจากภาคใต้ ราคา 4-5 กก./100 บาท แล้วชาวสวนจะได้ กก.ละกี่บาท

นี่คือสภาพของพี่น้องเกษตรกร และคนยากจนในประเทศไทย ณ เวลานี้ ซึ่งไม่รู้ว่าจะยืนอยู่ตรงไหน? เนื่องจาก “ยากจน” เหมือนกันหมด จากที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา เคยแจกเงินผ่านบัตรคนจนจำนวน 14.5 ล้านคน

แต่ปัจจุบันจำนวนคนจนน่าจะทะลุ 20 ล้านคน เนื่องจาก คนชั้นกลางที่มีกิจการเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือคนทำงานในระบบประกันสังคม แต่ตอนนี้ว่างงาน ตกงาน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถกันไม่ไหว บ้างก็ต้องย้ายลูกออกจากโรงเรียนที่มีค่าเทอมแพง ๆ ไปเรียนที่ค่าเทอมถูกลงมา

สรุปคือคนชั้นกลางกลายมาเป็นคนจนกันทั่วหน้า สะท้อนภาพจากผู้คนในเมืองพัทยา เป็นพัน ๆ คนไปนั่งรอการแจกจ่ายอาหาร หรือแม้แต่คนในเชียงใหม่ก็เฮโลไปรุมต่อแถว แย่งข้าวกล่องที่มีผู้ใจบุญนำามาแจก

สภาพเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำความรู้ ประสบการณ์ และขีดความสามารถของผู้นำประเทศ ที่เคยคุยฟุ้งไว้หลังจากทำ รัฐประหารใหม่ ๆ ว่า “บริหารประเทศ ไม่เห็นยากตรงไหน”

แต่จะว่าไปแล้วปัญหาของคนชั้นกลาง และเกษตรกร มันเกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้คุม 3 กระทรวงหลัก คือ พาณิชย์-เกษตร-พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

การได้คุม 3 กระทรวงใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ มันช่วยให้ประชาชนคนรากหญ้าลืมตาอ้าปากขึ้นมาได้หรือไม่? ท่ามกลางจำนวนคนจนมันฟ้องอยู่!

ดังนั้นต้องถามนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าต้องการทำให้พรรคโตขึ้น หรือเล็กลง ถ้าจะยืนอยู่ข้าง พล.อ.ประยุทธ์ นั่นหมายถึงคุณยืนอยู่คนละฝั่งกับประชาชนรากหญ้า

ตราบใดยังยืนอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งคนรากหญ้า ลามไปถึงคนชั้นกลางจะไม่มีที่ยืน เนื่องจากประชาธิปัตย์ทำประโยชน์อะไรได้? ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนจนดีขึ้น หรือเปล่า? ภายใต้การบริหารแบบรวมศูนย์ของ พล.อ.ประยุทธ์

ตอนนี้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทหมดแล้ว! ส่วนวัคซีน ไฟเซอร์ 20 ล้านโด๊ส รัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ? วันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ต้องถอดบทเรียนในอดีต ทั้งการ “บอยคอต” เลือกตั้ง อดีตสมาชิกพรรคหลายคนออกไปขัดขวางการเลือกตั้ง สารพัดเรื่องที่พรรคอื่นเขาไม่ทำากัน แต่คนของประชาธิปัตย์ เคยทำมาแล้ว

ตอนนี้ถึงเวลาทำในสิ่งที่เข้าท่าเข้าทาง! คือย้ายฝั่งมายืนข้างประชาชนส่วนใหญ่ ทำไมนายจุรินทร์ทำไม่ได้? ทั้งที่ สภาพความเป็นไปมันฟ้องอยู่ว่าประเทศและประชาชนมองไม่เห็นอนาคตเลยภายใต้การบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์!!.

—————–
พยัคฆ์น้อย