ติดตามสถานการณ์น้ำ

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสมศักดิ์ เจริญไพฑูรย์ รองอธิบดีกรมการปกครอง และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงพื้นที่มาตรวจสถานการณ์น้ำ พบปะเยี่ยมเยือน และให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ บริเวณวัดโคกทอง หมู่ 12 ตำบลกุฎี อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์น้ำและการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่

จากนั้น พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา และคณะ ได้มอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย จำนวน 120 ราย จากนั้น ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมบ้านผู้ประสบอุทกภัย 2 ครัวเรือน และติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณประตูระบายน้ำกุฎี ซึ่งกำลังสูบน้ำช่วยเหลือชาวนาเต็มกำลัง โดยมี นายไพรัตน์ เพ็ชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ พ.อ.ภัทราวุธ ทิพโกมุท รอง ผอ.รมน.จว. นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ นายกฤษณ์ แก้วทองหลาง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นายอนันต์ ถ้ำทอง ท้องถิ่นจังหวัดฯ นายธนากร ตันติกุล ผอ.โครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา นางพิศมัย เลิศอิทธิบาท ประชาสัมพันธ์จังหวัด ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ

นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์น้ำ โดยโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา ได้แจ้งข้อมูลการระบายน้ำ เช้าวันนี้ (29 สิงหาคม 2565) เมื่อเวลา 06.00 น. ปริมาณน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ไหลผ่าน C13 ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 1,579 ลบ.ม/วินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 79 ลบ.ม/วินาที ทำให้ระดับน้ำที่ C35 บ้านป้อม พระนครศรีอยุธยา เพิ่มขึ้น 8 ซม. ในส่วนปริมาณน้ำระบายท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ไหลผ่านสถานี S.28 อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี 366 ลบ.ม/วินาที ปริมาณน้ำระบายลดลง 105 ลบ.ม/วินาที ระดับน้ำที่ สถานี S.26 (เขื่อนพระรามหก) อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ระบาย 545 ลบ.ม./วิ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 21 ซม.

นายวีระชัย ได้กล่าวต่อว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ทั้งสิ้น 16 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมใต้ถุนบ้าน และพื้นที่การเกษตร จำนวน 8 อำเภอ 78 ตำบล 347 หมู่บ้าน 4 ชุมชน 10,595 ครัวเรือน ดังนี้ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอบางไทร อำเภอบางปะหัน อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน และอำเภอท่าเรือ รวมทั้งพื้นที่การเกษตร 2,793 ไร่ สถานการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่งดังกล่าว ประชาชนเริ่มได้รับผลกระทบบางพื้นที่แล้ว เนื่องจากน้ำมีปริมาณที่สูงขึ้น และเริ่มเอ่อล้นท่วมถนนภายในหมู่บ้านบางพื้นที่ แต่ก็ยังสัญจรไป-มาได้ ประชาชนยังดำเนินวิถีชีวิตของบ้านริมแม่น้ำ ใต้ถุนสูง มีเรือทุกบ้าน พร้อมมีไม้กระดานวางเพื่อเดินเข้าบ้าน โดยทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบ และเฝ้าระวัง พื้นที่สำคัญ แบ่งเป็น 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่เขตพระราชฐาน โบราณสถาน และวัดที่สำคัญ พื้นที่เขตเศรษฐกิจ นิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่างๆ และพื้นที่ชุมชนหนาแน่น เขตเทศบาลนคร เทศบาลเมือง ทั้งนี้ ได้ตั้งวอร์รูมและติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ได้ประสานติดตั้งเครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่การเกษตรแล้วกว่า 5 ล้านคิว ทำให้สามารถรักษาที่นาได้ 1 หมื่นกว่าไร่ คาดว่าจะคืนทุ่งรับน้ำให้กับกรมชลประทาน ได้ภายในวันที่ 15 ก.ย.นี้

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวว่า ในวันนี้ผมและปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยอธิบดีป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนและมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทั้งหมด รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ที่ช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชน ตอนนี้มีอุทกภัย ซึ่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็เป็นจังหวัดหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบ ที่จุดนี้มีประชาชนได้รับผลกระทบ กว่าพันหลังคาเรือน ส่วนพื้นที่นาประมาณกว่า 400 ไร่ ที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว แต่ทางชลประทานได้เข้ามาช่วยเหลือติดตั้งเครื่องสูบน้ำออกแล้ว จะเก็บเกี่ยวประมาณอีก 10 วัน ถ้าเป็นไปตามนี้ผลเสียหายก็ไม่มากมายนัก จากนั้นคงจะเป็นทุ่งรับน้ำเหนืออย่างเช่นทุกปี ส่วนผู้ที่อยู่นอกแนวคันกั้นถนนที่เป็นพนังกั้นน้ำ จะ ได้รับผลกระทบเรื่องการอยู่อาศัยลำบาก เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง ปภ. อนามัย และหน่วยงานต่าง ๆ ได้เข้ามาช่วยดูแลกันอยู่ หวังว่าอีก 10 วันนี้ คงไม่มีน้ำเหนือลงมาเติม จะได้เก็บเกี่ยวที่กุฏิ เนี่ย 400 ไร่ และทุ่งป่าโมกทั้งหมด 4,000 ไร่ เราก็หวังว่าอย่างนั้น ความเสียหายทั้งหมด ท่านผู้ว่าฯ ประกาศเป็นเขตให้ความช่วยเหลือแล้ว ส่วนการช่วยเหลือทางราชการได้เตรียมไว้หมดแล้วทั้งที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ขอให้ท่านผู้ว่าฯ ท่านปลัดฯ เร่งสำรวจ และประกาศให้เป็นเขตให้ความช่วยเหลือ โดยต้องลงไปดูรายละเอียดเพราะบางรายพิเศษอย่างกรณีคนแก่อยู่คนเดียว ขอให้จัดเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายให้การช่วยเหลือ โดยแบ่งเป็น ปัจจุบันจะอยู่อย่างไร อนาคตกลุ่มที่ทำมาหากิน ชาวนาชาวไร่จะเก็บเกี่ยวได้อย่างไร หลังจากนั้น จึงเป็นเรื่องเยียวยากันในระยะต่อไป (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

รางวัล “เพชรพาณิชย์”

นายจิรยุทธ์ เตียวสมบูรณ์กิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรี รับรางวัล “เพชรพาณิชย์” ประจำปี 2565 สาขาผู้ประกอบการด้านสินค้าเกษตรจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณ ห้องมโนปกรณ์นิติธาดา ชั้น 12 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงพาณิชย์ ครบรอบ 102 ปี

ทั้งนี้รางวัล “เพชรพาณิชย์” เป็นรางวัลที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดขึ้น เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ ผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพาณิชย์ รวมถึงผู้ที่สร้างคุณูปการให้แก่กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งพิธีมอบรางวัล “เพชรพาณิชย์” จัดขึ้นในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงพาณิชย์ (วันที่ 20 สิงหาคม) ของทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นแบบอย่างของบุคคลที่แสดงถึงความมุ่งมั่น และทุ่มเท ในการพัฒนาภาคเศรษฐกิจ การค้า การพาณิชย์ทั้งในระดับองค์กร สังคมส่วนรวม และระดับประเทศ โดยรางวัล “เพชรพาณิชย์” จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2553 และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เป็นปีที่ 13 ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 สาขา ได้แก่ สาขาผู้ประกอบการ สาขาผู้ทรงคุณวุฒิ และสาขาข้าราชการและพนักงาน สำหรับในปี2565 นี้ มีผู้ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัล “เพชรพาณิชย์” จำนวนทั้งสิ้น 15 ราย (กฤษณพงศ์ อยู่รอด ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

วันที่ 26 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้ นางสาวนุชนาถ ประทีปธีรานันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 5 ปี 2566 เพื่อพิจารณาปฏิทินการดำเนินงานและแผนการทำงานสนับสนุนกระบวนการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 5 ระดับจังหวัด โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

โดยการประชุมในครั้งนี้ มีเนื้อหาสาระสำคัญประกอบไปด้วย การชี้แจงแผนปฏิทินการดำเนินงานของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 5 การเสนอแนวทางการประชาสัมพันธ์ เพื่อประชาสัมพันธ์การเสนอชื่อครูฯ ผ่านช่องทางต่างๆ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สำหรับครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ระดับจังหวัดนี้ จะต้องเป็นหรือเคยเป็นครูผู้สอนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษาของรัฐ เอกชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงมีประสบการณ์ปฏิบัติงานสอนอย่างต่อเนื่องมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 ปี และต้องไม่เป็นครูสอนพิเศษเป็นอาชีพหลัก ในกรณีที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษา จะต้องมีชั่วโมงสอนในรายวิชาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง จึงขอเชิญชวนลูกศิษย์และคณาจารย์ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมส่งชื่อครูเพื่อรับรางวัลพระราชทานเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 5 ตามช่องทางต้นสังกัดของตนเอง เพื่อเป็นเกียรติและขวัญกำลังใจแก่ครูผู้ทำหน้าที่สอนการเปลี่ยนแปลงอนาคตลูกหลานในพื้นที่ (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม

วันที่ 29 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ หนองระหาน ตำบลแม่ลา อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาภาคการเกษตรกิจกรรมส่งเสริมการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ (กุ้งก้ามกราม) เพื่อสร้างอาชีพและรายได้แก่เกษตรกร จำนวน 300,000 ตัว โดยมี นายสุชาติ พิลาเดช ประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามตามโครงการดังกล่าว เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกร เป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างยิ่ง เป็นการเพิ่มผลผลิตทรัพยากรสัตว์น้ำ จากสภาวะเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตั้งอยู่บนพื้นฐานด้านการเกษตร มีทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยเฉพาะพันธุ์กุ้งก้ามกราม เป็นส่วนเสริมที่สำคัญในการดำรงชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวชนบท เพราะประชาชนได้ใช้สัตว์น้ำจากแหล่งน้ำเป็นทั้งอาหารและสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว ตลอดจนรักษาระบบนิเวศธรรมชาติให้มีความอุดมสมบูรณ์ยั่งยืนต่อไป

นายสุชาติ พิลาเดช ประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้กล่าวว่าจังหวัดฯ มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารจากแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างหลากหลาย มีสัตว์น้ำหลายชนิดที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกุ้งก้ามกราม โดยจังหวัดได้ให้ความสำคัญและประกาศให้กุ้งก้ามกรามเป็นสัตว์น้ำประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อปี 2558 สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้ ได้ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม ขนาด 5-7 เชนติเมตร จำนวน 300,000 ตัว เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าภาคการประมง และเพิ่มทรัพยากรกุ้งแม่น้ำที่เติบโตจากธรรมชาติ เพื่อเป็นแหล่งอาหารปลอดภัยเพื่อการบริโภค อีกทั้งเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ทำการประมงกุ้งแม่น้ำ และผู้มีอาชีพประกอบการร้านอาหารและบริการเพื่อเพิ่มแหล่งอาหารธรรมชาติและส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำอีกด้วย (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

(ห่วงสถานการณ์น้ำ

ช่วงบ่ายวันที่ 26 สิงหาคม นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายกฤษณ์ แก้วทองหลาง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.อ.ภัทราวุธ ทิพโกมุท รอง ผอ.รมน.จว. นายธนากร ตันติกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำที่เขื่อนพระรามหก และการเตรียมความพร้อมรับมือมวลน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยมี นายชูพงศ์ อิศรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้ นายเดชาธร เชาว์เลขา นายอำเภอท่าเรือ นายชโลม โปลิตานนท์ นายกเทศมนตรีตำบลท่าเรือ ให้การต้อนรับและสรุปสถานการณ์

ตามที่ กรมชลประทาน ได้แจ้งเตือนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็น 1 ใน 5 จังหวัด ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น จากปริมาณฝน ในช่วงวันที่ 24-30 สิงหาคม 2565 คาดว่าจะมีปริมาณน้ำท่าไหลลงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ รวมจำนวน 133.26 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ปริมาตรน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะมีจำนวน 355 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อเป็นการควบคุมระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับการรองรับน้ำเหนือ จึงมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยจะทยอยเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป เมื่อปริมาณน้ำไหลลงไปรวมกับน้ำที่มาจากคลองชัยนาท-ป่าสักแล้ว จะควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหกในอัตราไม่เกิน 600 ลบ.ม./วินาที จะส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำป่าสัก ตั้งแต่ท้ายเขื่อนพระรามหก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปจนถึงจุดบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยา ที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.00-1.50 เมตร

ด้าน นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานแจ้งเตือนประชาชนอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก โดยเร็วที่สุดเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ได้ประสานกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขอสนับสนุนติดตั้งเครื่องสูบน้ำตามจุดสำคัญต่างๆ ทั้ง 16 อำเภอ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน รวมถึงเตรียมกระสอบทรายไว้คอยช่วยเหลือประชาชนและหน่วยงานต่างๆ โดยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ ยังเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้คอยช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหากเกิดเหตุฉุกเฉินอีกจำนวน 15 เครื่อง พร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อมีการร้องขอ

ต่อจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่บริเวณด้านหน้าเทศบาลตำบลท่าเรือ ซึ่งเป็นชุมชนจุดพื้นที่เสี่ยง พร้อมสั่งการให้นายอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานกับ ผอ.สำนักชลประทานที่ 10 เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการระบายน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยเร็วที่สุด (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

ปลัดฯ ลงพื้นที่อุทัยธานี

ช่วงบ่ายของวันที่ 26 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาย ธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี นำคณะ ผู้เข้าร่วมโครงการสัมมนากลุ่มกำลังคนคุณภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและบูรณาการการปฏิบัติงาน ลงพื้นที่ศึกษาดูงานวิธีการแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อน ด้วยกระบวนการบูรณาการจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งเพื่อเปิดโลกทัศน์ มุมมอง ในมิติด้านศิลปวัฒนธรรมประจำถิ่น เพื่อพัฒนากรอบความคิดใหม่ ในการบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกัน ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ศึกษาดูงานการบริหารจัดการมรดกโลกทางธรรมชาติเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง, ศึกษาดูงานการบูรณาการแก้ไขปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่าง ป่าไม้ : สัตว์ป่า : ชุมชน ต่อจากนั้น ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางไปยัง โครงการจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชน (คทช.) อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ร่วมกิจกรรมจิตอาสาปลูกต้นไม้, เยี่ยมชมการทำการเกษตรของชาวบ้าน และรับฟังแนวคิด ปัญหา และข้อเสนอแนะ จากประชาชน อีกด้วย (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

เทศบาลมอบข้าวสาร

เมื่อเร็วๆนี้ นายอภิสิญจ์ เลิศธนธรณ์ ร่วมกับโรงเจโผวกวงเซี่ยงตึ้ง อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี ได้มีจิตศรัทธาบริจาคข้าวสารขนาดบรรจุ 5 กิโลกรัมจำนวน 1,000 ถุง โดยมี นางอรนุช คูวิจิตรสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลวิหารแดง พร้อมคณะผู้บริหารพร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิหารแดงและนายไชยพาฆินทร์ อนันต์ไชยศิริ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลวิหารแดง และนางสาวภานุมาศ สุขไพศาล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ตำบลหนองสรวง ร่วมรับมอบเพื่อมอบต่อให้เทศบาลตําบลวิหารแดง นำไปแจกจ่ายให้กับครอบครัวและประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและขาดแคลนเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายต่อไป (สมชาติ มานะยิ่งเมต / สระบุรี)

ถนนคนเดินหันคา-หนองมะโมง

นายอดิศร เกิดโต นายอำเภอหันคา เป็นประธานเปิดงานถนนคนเดินหันคา-หนองมะโมง สัปดาห์ที่สี่ บริเวณวงเวียนอำเภอหันคา โดยมีนายมณเฑียร สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท เขต 2, นายกเทศมนตรีตำบลหันคา นายกเทศมนตรีหนองแซง พัฒนาการอำเภอหันคาและปลัดอำเภอ และ 7 ภาคีเครือข่าย ร่วมพิธี สำหรับงานถนนคนเดินหันคา-หนองมะโมง ซึ่งกำหนดจัดทุกวันเสาร์เวลาตั้งแต่ 14.00-24.00 น. โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนภายในอำเภอหันคา

ภายในงานมีการนำสินค้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและของกินอร่อยแต่ละตำบลของอำเภอหันคาและอำเภอใกล้เคียงมาจำหน่าย รวมถึงมีลานดนตรีจัดแสดงตลอดงาน โดยในสัปดาห์นี้เป็นการแสดงของนักเรียนอนุบาลหันคา ทั้งนี้นายอดิศร เกิดโต นายอำเภอหันคาได้ให้เกียรติขึ้นร่วมร้องเพลงกับวงดนตรีนักเรียนอนุบาลหันคา กิจกรรมดังกล่าว

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล (U2T) ของมหาวิทยาลัยจันทรเกษม, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ และ 7 ภาคีเครือข่ายอำเภอนำร่องบำบัดทุกข์ บำรุงสุข โดย ศจพ.อำเภอหันคา ได้นำเสื้อโปโลสีฟ้า หันคาอำเภอแห่งความสุข มาจำหน่ายในงาน เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายไปช่วยเหลือครัวเรือนยากจนหรือผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่อำเภอหันคาต่อไป ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก และมีการสำรวจข้อมูลในการจัดกิจกรรมแต่ละสัปดาห์มีเงินรายได้หมุนเวียนสัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท (สุรพล บำรุงศรี วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

เปิดค่ายเยาวชน

องค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมกับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง และสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง เปิดโครงการค่ายเยาวชน รู้รักสามัคคี สิงห์บุรี คนดี เมืองน่าอยู่ โดยกำหนดจัดกิจกรรมแบบบูรณาการหลักสูตรร่วมกับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สิงห์บุรี อ่างทอง ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 23-24 สิงหาคม 2565 ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมาย เป็นลูกเสือ เนตรนารี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 285 คน เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเอง เป็นผู้นำ มีจิตอาสา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ห่างไกลยาเสพติด โดยมีนายศุภวัฒน์ เทียนถาวร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธีเปิดฯ พร้อมด้วยสมาชิกสภา อบจ.สิงห์บุรี และนายประธาน ทวีผล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการฯ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2565 ณ อุทยานวีรชนค่ายบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

พบสื่อภูธรสระบุรี

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ร้าน อาหารนัดบายนัด อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์พบสื่อมวลชน จ.สระบุรี ปี 2565 โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก นายณัฐพล ชูจิตารมย์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร นายชูชาติ โพธิรัชต์ ผู้จัดการส่วนคลังน้ำมันสระบุรี และนายอนันต์ ศรีกุศลานุกูล ผู้จัดการส่วนกิจการเพื่อสังคม พนักงานเจ้าหน้าที่ บริษัท ปตท.ฯ ร่วมให้การต้อนรับ

นายณัฐพล เปิดเผยว่า โออาร์ มีความตั้งใจที่จะจัดกิจกรรมสารสัมพันธ์กับสื่อมวลชนขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมหาแนวทางพัฒนากิจกรรมที่จะช่วยสร้างโอกาสเติบโตให้กับทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ สังคม ชุมชน สื่อมวลชน สอดรับตามวิสัยทัศน์” เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโตร่วมกัน” หรือ Empowering All Toward lnclusive Growth ที่โออาร์ยึดมั่นดำเนินงาน ซึ่ง จังหวัดสระบุรี ถือเป็นศูนย์กลางด้านการปฏิบัติการคลังน้ำมันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 โดยเป็นต้นทางหลักในการขนส่งเชื้อเพลิงไปยังคลังน้ำมัน และสถานีบริการน้ำมันในเขตภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้กับพี่น้องประชาชน

ด้านนายชูชาติ กล่าวว่า คลังน้ำมันสระบุรีมีการดูแลพัฒนาคุณภาพชีวิตเศรษฐกิจชุมชนโดยรอบพื้นที่คลังฯ มาตลอด และดำเนินกิจการเพื่อสังคมร่วมกับชาว จังหวัดสระบุรีต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี อาทิ ได้สนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน เช่นโครงการ Smart Farming ที่ ตำบลเมืองเก่า อำเภอ เสาไห้ จังหวัดสระบุรี เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตทางการเกษตร และพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ในกระบวนการผลิต เพิ่มผลิตข้าว และเพิ่มรายได้ของเกษตรกร รวมถึงโครงการโออาร์ อาสาสานสุข เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ฟรี การสนับสนุนปประเพณีทางศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่เป็นต้น

ในส่วนสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ในพื้นที่ จ.สระบุรี มีจำนวนทั้งสิ้น 27 แห่ง แบ่งเป็นที่โออาร์ลงทุนและดำเนินการเอง 2 แห่ง แบบที่ดีลเลอร์ลงทุน 25 แห่ง โดยทุกแห่งดำเนินการภายใต้จุดยืนเดียวกัน นั่นคือการเป็นศูนย์กลางในการเติมเต็ม ทุกความสุขให้กับผู้คน สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อเชื่อมโยงสร้างโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตไปพร้อมกัน (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

เปิดรับนักศึกษาใหม่

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2566 ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2566 โดยจัดการเรียนการสอนในระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวส.) ปริญญาตรี (ป.ตรี) ประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) ปริญญาโท (ป.โท) ปริญญาตรี (ป.เอก) เปิดการสอนทั้งหมด 6 คณะ ได้แก่ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์

สอบถามข้อมูลโดยตรงได้ที่ สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน หรือ งานสื่อสารองค์กรและกิจการระหว่างประเทศ

ศูนย์พระนครศรีอยุธยา หันตรา 035-709085 / 0 3570 9101-3

ศูนย์พระนครศรีอยุธยา วาสุกรี 035-324179 , 035-324180

ศูนย์นนทบุรี 02-9691369 – 74

ศูนย์สุพรรณบุรี 035-544301-3

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1VCw1SYEeQd-JALdxhKzfkiD8FmCck-X-/view ลิงก์เข้าระบบรับสมัคร https://admissions.rmutsb.ac.th/web_admis/ (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

สำรวจช่วยน้ำท่วม

นายพงศกร มงคลหมู่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรางจรเข้  อำเภอเสนา เปิดเผยว่า จากการที่เขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำอยู่ที่ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้พื้นที่ หมู่ 5 หมู่ 6 และ หมู่ 7 รวม 300 ครัวเรือน ของตำบลรางจรเข้ อำเภอเสนา  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำน้อย ระดับน้ำสูงขึ้น ล่าสุด มีบ้านน้ำท่วมพื้นบ้านแล้ว จำเป็นต้องหนุนพื้นบ้านให้สูงขึ้น และหากเขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำเพิ่มมากขึ้น จะทำให้พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างอย่างแน่นอน เบื้องต้น องค์การบริหารส่วนตำบลรางจรเข้ ได้ระดมเจ้าหน้าที่นำถุงยังชีพไปมอบให้กับบ้านที่น้ำท่วมพื้นบ้านแล้ว  พร้อมเตรียมพื้นที่รองรับการเคลื่อนย้ายให้กับผู้ประสบอุทกภัยไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน  ขณะเดียวกัน ยังพบอีกว่ามีเกษตรกรที่ปลูกข้าวริมแม่น้ำน้อยและยังไม่ได้เก็บเกี่ยวอีกประมาณ 100 ไร่ คาดว่าจะเก็บเกี่ยวในวันที่ 3 กันยายน ที่จะถึงนี้ ปัจจุบันอยู่ในคันล้อม แต่หากคันล้อมพัง ก็จะทำให้ข้าวได้รับความเสียหาย ดังนั้น อบต.รางจรเข้ จึงเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ ให้คำแนะนำ ควบคู่กับแจ้งสถานการณ์น้ำผ่านไลน์กลุ่มหมู่บ้าน และเสียงตามสายอย่างต่อเนื่อง (ชาญ ชูกลิ่น / อยุธยา)

“คุณธรรมอวอร์ด”

ณ หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร คุณปภาวี ด่านชัยวิโรจน์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค เข้ารับโล่รางวัลและประกาศเกียรติคุณ “คุณธรรมอวอร์ด ประจำปี 2564” (Moral Awards 2021) ประเภทชุมชนและองค์กร แห่งแรกและหนึ่งเดียวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จาก คุณอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในพิธีมอบรางวัลคุณธรรมอวอร์ด ประจำปี 2564 ประเภทสื่อ บุคคล ชุมชน และองค์กร ในงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติครั้งที่ 12 ซึ่งจัดโดยศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติให้แก่บุคคล ชุมชน องค์กร และสื่อที่นี่มีผลงานด้านคุณธรรมเป็นที่ประจักษ์แก่สังคมไทย (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)