กราบเรียนคุณหมอ ดร.โอ ที่นับถือ
ตอนนี้ผมอายุ 48 ปี ป่วยความดันโลหิตสูงมา 3 ปีแล้ว ไปพบแพทย์ตรวจและรับยามากิน แต่กินยาไม่สม่ำเสมอ ในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา มีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย บางครั้งเป็นลม เดินขึ้นบันไดไม่ถึง 10 ขั้น ก็มีอาการเหนื่อยมาก ใจสั่น หอบ บางครั้งแน่นหน้าอกด้วย การมีเพศสัมพันธ์กับภรรยา นาน ๆ ครั้ง แต่สำเร็จด้วยกันทุกครั้ง แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งขณะมีเพศสัมพันธ์ มีอาการหน้ามืด เหนื่อยมากแทบจะเป็นลม รีบไปพบแพทย์ ผลการตรวจแพทย์บอกว่าเป็นโรคหัวใจ และกำลังอยู่ในภาวะหัวใจล้มเหลว ต้องรักษาตัวหลายเดือน ตอนนี้อาการดีขึ้นมากเดินขึ้นบันไดได้หลายชั้นโดยไม่มีอาการเหนื่อยหอบและเจ็บหน้าอกเลย แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือ ยังไม่กล้ามีกิจกรรมทางเพศอีกเพราะกลัวจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ งดการร่วมเพศมาเกือบ 7 เดือน แม้ปรึกษาแพทย์ที่รักษาก็ให้ความมั่นใจ แต่ไม่กล้าเสี่ยงจึงอยากได้คำแนะนำจากคุณหมอ ดร.โอ
ด้วยความนับถือ
ภาวุธ 48
ตอบ ภาวุธ 48
ตามปกติผู้ป่วยโรคหัวใจส่วนใหญ่สามารถร่วมเพศได้ใหม่ภายใน 4-6 สัปดาห์หลังจากหายเจ็บป่วยถ้าไม่มีอาการเจ็บหน้าอกขณะออกกำลังกาย มีรายงานวิจัยในคนไข้กลุ่มที่เป็นโรคหัวใจจากการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ และกลุ่มที่ยังไม่เป็นโรคหัวใจแต่มีแนวโน้มที่จะเป็น การร่วมเพศไม่ได้ทำให้ร่างกายทำงานหนักมากเกินไป ทั้งการใช้ออกซิเจนของร่างกายระหว่างการร่วมเพศน้อยกว่าการเดินขึ้นบันได 2 ชั้นเสียอีก ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่ผู้เป็นโรคหัวใจจะต้องหยุดร่วมเพศหลังจากการพักรักษาตัวแล้ว 4-6 สัปดาห์ ถ้าสามารถออกกำลังกายได้ในระดับพลังงาน 6-8 แคลอรีต่อนาทีได้โดยไม่มีอาการผิดปกติของความดันโลหิตและชีพจร
สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีอาการในขณะร่วมเพศควรกินยา และออกกำลังกายตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะจะทำให้สมรรถภาพทางเพศและการทำงานของร่างกายดีขึ้น อย่างไรก็ตามความถี่ในการร่วมเพศของผู้ที่เป็นโรคหัวใจไม่ควรมากกว่าที่เคยปฏิบัติอยู่ นอกจากนั้นเวลาที่เหมาะสมในการร่วมเพศควรจะเป็นตอนเช้าหลังจากได้นอนหลับพักผ่อนเพียงพอแล้ว แต่ถ้ามีอาการเจ็บหน้าอก แน่นอึดอัดหรือเหนื่อยหอบ ก็ควรหยุดและรีบปรึกษาแพทย์ที่ดูแล หากมีความจำเป็นต้องการงดร่วมเพศจริง ๆ การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองก็ต้องงดด้วย เพราะมีผลต่อร่างกายและหัวใจเช่นกัน ในกรณีที่สามารถร่วมเพศได้แต่เกิดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ไม่สามารถใช้งานได้เหมือนเดิมซึ่งเกิดได้บ่อยมาก
สิ่งที่อยากแนะนำคือ ห้ามกินยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์พีดีอี-5 เพื่อให้อวัยวะเพศเกิดการแข็งตัวเต็มที่ ควบคู่กับการใช้ยาขยายหลอดเลือดกลุ่มไนเตรตที่ส่วนใหญ่ใช้รักษาโรคหัวใจเพราะจะเกิดอันตรายมากจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ถ้าต้องการให้ปลอดภัย ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจแล้วมีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ควรจะทราบชื่อยาที่หมอใช้ในการรักษา คือกลุ่มไนเตรตใช้ในกรณีเส้นเลือดหัวใจตีบจึงห้ามกินยาเฉพาะกิจ ทำให้ร่วมเพศไม่ได้ต้องเลี่ยงไปใช้วิธีอื่น ให้ขอคำแนะนำจากแพทย์ที่ดูแลให้ละเอียด เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่ปลอดภัย เช่น การใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำ ช่วยขยายเส้นเลือดตีบบริเวณอวัยวะเพศให้ขยายโตและยาวเพิ่มขึ้นจะมีส่วนช่วยให้การแข็งตัวดีขึ้นใช้คู่กับบริหารกล้ามเนื้อเพศจะได้ประโยชน์ดีแทนยาเฉพาะกิจ บ้างก็ใช้ยากระตุ้นการแข็งตัวเฉพาะที่แทนยากินจะปลอดภัยที่สุด.
……………………………….
ดร.โอ สุขุมวิท 51



