เร่งผันน้ำ

นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า โครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา แจ้งสถานการณ์น้ำ วันที่ 13 กันยายน 2565 เวลา 06.00 น. มีปริมาณน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ไหลผ่าน C13 ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 1,799 ลบ.ม./วิ เมื่อวาน 1,698 ลบ.ม./วิ ปริมาณน้ำไหลผ่านเพิ่มขึ้น 101 ลบ.ม./วิ ระดับน้ำที่ C35 บ้านป้อม พระนครศรีอยุธยาระดับตลิ่ง 4.35 ม. ระดับน้ำ 4.25 ม. เมื่อวาน 4.07 ม. ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 18 ซม.

ในส่วนปริมาณน้ำไหลผ่านท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ระดับน้ำที่สถานี S.26 (เขื่อนพระรามหก) อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาระบาย 513 ลบ.ม/วิ ระดับตลิ่ง 8 ม. ระดับน้ำ 5.98 ม. เมื่อวาน 5.95 ม. ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 3 ซม. สถานี S.5 (สะพานปรีดี-ธำรง) อ.พระนครศรีอยุธยา ระดับตลิ่ง 4.70 ม. ระดับน้ำ 3.42 ม. เมื่อวาน 3.32 ม. ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 10 ซม.

ทั้งนี้ มีประชาชนได้รับผลกระทบน้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมใต้ถุนบ้าน รวม 6 อำเภอ (อำเภอบางบาล เสนา บางปะอิน บางไทร ผักไห่ และอำเภอพระนครศรีอยุธยา) 85 ตำบล 506 หมู่บ้าน 5 ชุมชน 21,554 ครัวเรือน รวมพื้นที่การเกษตร 3,418 ไร่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และประกาศพื้นที่เขตการให้ความช่วยเหลือ เพื่อช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป

ด้านการให้ความช่วยเหลือประชาชน ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่การเกษตร เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ (นาข้าว) รวมกว่า 50 เครื่อง สูบน้ำสะสม 26 วัน ปริมาณน้ำสะสม 7,400,000 ลบ.ม. และจัดตั้งผนังกั้นน้ำและวางกระสอบทรายในเขตพระราชฐาน โบราณสถาน และพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้ง แจกจ่ายถุงยังชีพให้พี่น้องประชาชน รวมทั้งสิ้น 7,148 ชุด ตลอดจนส่งหน่วยเคลื่อนที่ออกดูแลรักษาสุขภาพผู้ประสบภัย ผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบางอื่นๆ และแจกจ่ายยา Whitfield ป้องกันโรคที่มากับน้ำให้กับผู้ประสบภัยแล้ว 10,640 ตลับ

อย่างไรก็ตาม กอนช. ได้เตือนเฝ้าระวังระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจะสูงขึ้น 40-60 ซม. ช่วงวันที่ 16-17 กันยายนนี้ คาดการณ์จะมีฝนตกหนักกระทบพื้นที่ 5 จังหวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร เป็นต้น รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ซิด เพื่อดูแลประชาชนและให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบได้ทันที (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ป้องกัน ปราบปราม การค้ามนุษย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2565 ที่ ห้องประชุมบึงพระราม ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสาวนุชนาถ ประทีปธีรานันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมฯ พร้อมด้วย คณะกรรมการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ โดยมี นางสาวนฤมล พงษ์สุภาพ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นฝ่ายเลขานุการดำเนินการประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 2/2565 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและเตรียมจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประจำปี 2566

โดยที่ประชุมได้รับทราบสารของนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาส “วันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์” ประจำปี 2565 ในวันที่ 5 มิ.ย.65 ความว่า การค้ามนุษย์เป็นอาชญากรรมที่มีความซับซ้อน และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง จึงขอให้ทุกภาคส่วนบูรณาการการทำงานในทุกมิติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ตลอดจนปรับวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์และรูปแบบการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์โลก เป็นต้น รวมทั้งรับทราบรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่รายงานการค้ามนุษย์ โดยจัดระดับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ในปี 2565 ซึ่งประเทศไทยได้ถูกยกระดับจากเทียร์ 2 WL (Tier 2 Watch List) ขึ้นเป็น เทียร์ 2 จากการที่ประเทศไทยมีการจับกุมคดีค้ามนุษย์เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ได้รายงานผลการดำเนินงานด้านการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ตั้งแต่เดือน มีนาคม-สิงหาคม 2565 ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้านการดำเนินคดี จำนวน 1 คดี ด้านการคุ้มครองช่วยเหลือ จำนวน 73 ราย และด้านการป้องกัน ภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ ขอให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูลจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประจำปี 2566 ต่อไป (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ประชุมคณะรักษาความมั่นคงภายใน

ช่วงเช้าของ วันที่ 8 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ห้องประชุมมหาธาตุ ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พ.อ.ภัทราวุธ ทิพโกมุท รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ทหาร) และ พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 ครั้งที่ 2 ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ google meeting โดยมี พลโท สุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 เป็นประธานการประชุมจากห้องประชุม ชั้น 3 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 ได้รับทราบสรุปผลการดำเนินงานที่สำคัญในรอบปีงบประมาณ 2565 (ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564 ถึงปัจจุบัน) พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงแต่ละพื้นที่ในปีต่อไปอีกด้วย (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

เชิญสิ่งของพระราชทาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านผู้ประสบอัคคีภัยบ้านเลขที่ 131 หมู่ที่ 6 ตำบลแม่ลา อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้ นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไปมอบให้แก่ครอบครัว นายสมชาย บัวหลวง ซึ่งอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 131 หมู่ที่ 6 ตำบลแม่ลา อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประสบอัคคีภัยเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2565 เวลา 03.40 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 1 ครอบครัว มีผู้ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 3 ราย ซึ่งการได้รับสิ่งของพระราชทาน ยังความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์พระบรมราชูปถัมภก แห่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นล้นพ้น

โอกาสนี้ หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาทิ กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ข้าราชการและเจ้าหน้าที่อำเภอนครหลวง ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ได้มอบเงินและสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยด้วย (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

พร้อมรับมืออุทกภัย

นายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมนางสาวนงเยาว์ เทพศิริ หัวหน้าสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี โยธาธิการและผังเมืองสิงห์บุรี นายกเทศบาลตำบลทับยา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภออินทร์บุรี ลงพื้นที่ตรวจติดตามเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้น 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยได้ตรวจสอบผนังกั้นน้ำเจ้าพระยาบริเวณอำเภออินทร์บุรี จุดที่ 1 วัดเฉลิมมาศ หมู่ 7 ตำบลอินทร์บุรี จุดที่ 2 วัดม่วง หมู่ 7 ตำบลอินทร์บุรี จุดที่ 3 วัดโพลังกา หมู่ 6 ตำบลอินทร์บุรี และจุดที่ 4 วัดปราสาท หมู่ 4 ตำบลอินทร์บุรี

ซึ่งทางเทศบาลตำบลอินทร์บุรี ได้ดำเนินการปิดช่องฟันหลอ แนวปิดกั้นด้านเหนือ หมู่ที่ 4 ตำบลอินทร์บุรี ชุมชนวัดปราสาท จำนวน 3 ช่อง โดยเว้นช่องถนนอินทร์บุรี-ประศุก เพื่อความไม่ประมาท หลังจากเขื่อนเจ้าพระยาปรับปริมาณการระบายน้ำไหลผ่านเขื่อน ในเกณฑ์ 1,800 ลบ.ม./ว. ในวันนี้และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก จากการระบายน้ำจากท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้น้ำรั่วซึมท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในเทศบาล บริเวณหมู่ที่ 4 ชุมชนวัดปราสาท จำนวน 6 หลังคาเรือน และหมู่ที่ 7 ชุมชนวัดเฉลิมมาศ จำนวน 3 หลังคาเรือน เทศบาลตำบลอินทร์บุรี ได้ดำเนินการติดเครื่องสูบน้ำ เพื่อทำการสูบระบายน้ำที่ท่วมขังลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ในจุดที่ 2 บ้านต้นโพธิ์ หมู่ 4 ในจุดที่ 3 หน้าวัดปราสาท หมู่ที่ 4 และในจุดที่ 6 ซอยป้าเตี้ยม หมู่ที่ 7 จนสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ และสั่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง 24 ชม. พร้อมประชาสัมพันธ์ย้ำเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่พื้นที่ลุ่มต่ำ ให้ยกสิ่งของมีค่าไว้ในพื้นที่สูง หวั่นฝนซ้ำน้ำอาจระบายไม่ทัน ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีพร้อมคณะ ได้มอบซาลาเปา เครื่องดื่ม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลอินทร์บุรี ในการปฏิบัติการป้องกันน้ำท่วมในครั้งนี้ด้วย

นายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เปิดเผยว่า ทางจังหวัดสิงห์บุรีร่วมกับเทศบาลตำบลอินทร์บุรี ได้วางแนวป้องกันอุทกภัยไว้พร้อมหมดแล้ว แต่แนวนอกคั้นกั้นน้ำให้ชาวบ้านเก็บของแล้วอพยพไปตามจุดที่กำหนด หากเกิดอุทกภัยปีนี้ เราพร้อมรับมือแล้ว เพราะเราได้เตรียมความพร้อมไว้ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว จนมาถึงปีนี้ ในจุดที่เคยมีปัญหาอุทกภัยปีที่แล้ว เราก็วางเสริมแนวป้องกันแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนปีที่แล้วอีก (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

ติดตามน้ำเจ้าพระยา

ที่บริเวณห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ สำนักงานชลประทานที่ 12 อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท พลตรี นพสิทธิ์ คงชินศาสตร์ธิติ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ จังหวัดลพบุรี และคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา หลังจากที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มสูงขึ้น โดยมีนายชวลิต ฉลอม ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 12 นายสรรเสริญ สีติภูตะ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท กล่าวบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำดังกล่าว

ด้าน พลตรี นพสิทธิ์ คงชินศาสตร์ธิติ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ จังหวัดลพบุรี กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาในครั้งนี้สืบเนื่องจาก ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี ได้รับคำสั่งจากกองทัพบกให้ดูแลรับผิดชอบในอำเภอเมืองชัยนาท และอำเภอหนองมะโมง ของจังหวัดชัยนาท โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการลงมารับทราบข้อมูลสถานการณ์น้ำและเตรียมความพร้อมสนับสนุนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากเกิดสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งนี้ ทางผู้บัญชาการทหารบก ก็ได้มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และได้มีการสั่งการให้หน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกทุกหน่วยลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในยามเกิดภัยพิบัติ (วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

ปัญหาความยากจน

นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เดินทางไปเป็นประธานในพิธีมอบพันธุ์พืชและปัจจัยการผลิต โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน และบูรณาการตามนโยบาลของทางรัฐบาล ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอหนองมโมง อำเภอหนองมโมง จังหวัดชัยนาท โดยมี นางสาวชไมพร อำไพจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท พร้อมข้าราชการและเกษตรกรในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า จังหวัดชัยนาทได้รับการสนับสนุนพันธุ์พืช และปัจจัยการผลิตต่างๆ เช่น ต้นกล้า ผัก พริก มะเขือ วอเตอร์เครส เมล็ดพันธุ์ผัก เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวาน น้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ จากหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้กับพี่น้องประ ชาชนชนกลุ่มเป้าหมาย TPMAP ด้านรายได้ของ จังหวัดชัยนาท จำนวย 1,536 ราย ในส่วนของ อำเภอหนองมะโมง มีประชาชนกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 155 ราย ได้รับพันธุ์พืชผักสวนครัว ไปปลูกไว้บริโภคในครัวเรือน เป็นการลดรายจ่ายให้กับประชาชนในครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง (สมชัย – ประนอม ลัทธิเดช / ชัยนาท)

ยุวชนไทยต้นแบบดีเด่น

สมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคม โดยนายธวัชชัย กิตติรัตนวิวัฒน์ นายกสมาคมฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเด็กไทย ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ จะเป็นกำลังสำคัญที่จะสืบสาน สืบทอดคุณธรรม จริยธรรม ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทย พร้อมที่จะพัฒนาบ้านเมืองไทยของเราให้เจริญรุ่งเรืองวัฒนาถาวรสืบไป จึงได้ริเริ่มการจัดงานมอบรางวัลและมอบใบประกาศเกียรติคุณ “ยุวชนไทยต้นแบบดีเด่น” ประจำปี 2565 ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับกลุ่มเด็กเล็ก และในปีนี้ ทางสมาคมฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะมอบรางวัลและมอบใบประกาศเกียรติคุณ “ยุวชนไทยต้นแบบดีเด่น” ให้แก่ เด็กชายแดนไทย จงวัฒนาไพศาล นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2565 เพื่อเป็นเกียรติประวัติและเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็กไทยทั้งประเทศสืบไป (สมคิด – สมนึก ลือประดิษฐ์ / นนทบุรี)

บริจาคช่วยน้ำท่วม

นายเผอิญ ไทยสม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ พระนครศรีอยุธยา พร้อมกับ อุปนายกฯ และสมาชิกสมาคมฯ ร่วมบริจาคน้ำดื่ม นมกล่อง ร่วมกับทางศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค โดยนางปราณี ด่านชัยวิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ดร.สมพล รัชตพิมลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค พร้อมกับเจ้าหน้าที่ ร่วมกันรับมอบน้ำดื่ม นมกล่อง เพื่อจะร่วมนำไปช่วยเหลืออำเภอต่างๆ ที่มีผู้ประสบภัยจากน้ำท่วม บรรเทาและช่วยเหลือเบื้องต้น หลังจากมีเหตุการณ์น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน โรงเรียน และวัดต่างๆ (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

ขับเคลื่อนปัญหายาเสพติด

วันที่ 12 กันยายน 2565 ที่ ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการอบรม เผยแพร่ความรู้ เพื่อพัฒนาศักยภาพ ทีมผู้ปฏิบัติงานในศูนย์คัดกรองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประจำปี 2565 โดยมีนายแพทย์เศกสรรค์ ชวนะดีเลิศ ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุทัย เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ข้าราชการเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อชี้แจงการเปลี่ยนแปลงนโยบายและทิศทางการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติด INISTRY OF PLBLIC HEALTY ตามประมวลกฎหมายใหม่ เพื่อให้การปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีกลุ่มเป้าหมายในการอบรมครั้งนี้ ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์คัดกรองระดับตำบล จำนวนทั้งสิ้น 1,050 คน หลังจากทำพิธีเปิดเสร็จสิ้น นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในการมอบป้ายศูนย์คัดกรอง ทั้ง 209 ตำบล ให้กับผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดอำเภอ ทั้ง 16 อำเภอ

ด้านนายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ทางรัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหายาเสพติด ภายใต้นโยบายหลักด้านความมั่นคงความปลอดภัยและความสงบสุขของประเทศ กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายเร่งด่วน โดยดำเนินการตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ให้บังเกิดผลอย่างชัดเจน และให้เป็นไปตามแผนแม่บทและยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นความมั่นคง ที่จะลดปัญหายาเสพติดให้ได้ผลอย่างมีนัยสำคัญ โดยทางรัฐบาลมีกรอบแนวคิด “ผู้เสพ” คือ “ผู้ป่วย” มุ่งเน้นการให้โอกาสในการบำบัดรักษาแทนการลงโทษทางอาญา และปรับระบบการบำบัดรักษามุ่งเน้นการสมัครใจเข้าสู่ระบบการบำบัด ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด และเนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของระบบการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ตามประมวลกฎหมายใหม่ (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

เสวนา เสรีภาพ ทางเพศ

ผศ.ดร.กันยา บาร์นท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี เป็นประธานพิธีเปิดการเสวนาอิสรภาพ เสรีภาพ สู่ความหลากหลาย LGBTQIAN+ อย่างเท่าเทียม ซึ่งสาขาวิชานิเทศศาสตร์ดิจิทัล คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี, ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ลพบุรี และ องค์กรพิงค์มังกี้ ได้ร่วมจัดการเสวนา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยน เรียนรู้ สร้างความเท่าเทียม ความเสมอภาค อิสรภาพ ของ LGBTQIAN+ หรือกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ และเพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนทั่วไปถึงความหลากหลายทางเพศ ความเสมอภาค และความเท่าเทียมกัน ที่มีอยู่ในสังคมปัจจุบันมากยิ่งขึ้น โดยมี อติเทพ กล้ำถึก สุดารัตน์ ลิจุติภูมิ หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี และ นิธิวดี วงษ์พยอม นักพัฒนาสังคม ชำนาญการ สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี ร่วมเสวนา ณ ลานกิจกรรม ชั้น 2 ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ลพบุรี (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

บวงสรวงพระแม่โพสพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ แปลงนาส่วนพระองค์ (ทุ่งมะขามหย่อง) ตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายประพันธ์ ตรีบุพผา ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีบวงสรวงรับขวัญพระแม่โพสพ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ เกษตรอำเภอ เกษตรกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีฯ โดยมี นายไพฑูรย์ รื่นสุข เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้กล่าวรายงาน หลังจากเสร็จพิธี ประธานฯ ได้มอบพันธุ์ข้าวอยุธยา 1 ให้กับเกษตรอำเภอทั้ง 16 อำเภอ และพี่น้องเกษตรกร ที่มาร่วมงาน เพื่อนำไปเพาะปลูกและขยายพันธุ์ข้าวในพื้นที่ต่อไป

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวิถีชาวนาไทย ตามที่สำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการจัดทำแปลงนาสาธิตการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ในฤดูนาปีได้ดำเนินการปลูกข้าวพันธุ์อยุธยา 1 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2565 สำหรับการดูแลแปลงนาข้าวในระยะที่ผ่านมา มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยโดยการใช้โดรนทางการเกษตรฉีดพ่นสารและใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ใช้สารชีวภัณฑ์ในการป้องกันโรคข้าวที่เกิดจากเชื้อรา และวัชพืช ซึ่งข้าวพันธุ์อยุธยา 1 เป็นข้าวเจ้าที่ไวต่อแสงและมีคุณลักษณะเป็นข้าวน้ำลึกมีศักยภาพในการให้ผลผลิตมีความสามารถในการยืดปล้องทนน้ำท่วมและทนแล้งได้ดี จึงเหมาะกับการปลูกในพื้นนาที่เป็นที่ลุ่ม ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและเพลี้ยจักจั่นเขียว และสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารแบบเส้นได้ดี อาทิ เส้นหมี่ เส้นขนมจีน เส้นกวยจั๊บ เป็นต้น ข้าวพันธุ์อยุธยา 1 จะเริ่มตั้งท้องในช่วงต้นเดือนตุลาคม และจะเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงต้นเดือนธันวาคม

โดยการทำพิธีบวงสรวงรับขวัญพระแม่โพสพ ตามความเชื่อที่ว่าแม่โพสพเป็นเทพธิดาประจำต้นข้าว และเป็นผู้คุ้มครองดูแลต้นข้าวให้เจริญงอกงามจนได้ผลผลิตที่สมบูรณ์ ชาวนาจึงให้ความเคารพนับถือและกราบไหว้ ซึ่งเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน (ชาญ ชูกลิ่น / อยุธยา)

ศูนย์คุมประพฤติ

อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค 1 เป็นประธานเปิด ศูนย์คุมประพฤติภาคประชาชนอำเภอแก่งคอย (วัดพระพุทธบาทน้อย) หมู่ที่ 10 ตำบลสองคอน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี นายณรงค์ศักดิ์ อัจฉรานุวัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค 1 เป็นประธานในพิธีเปิด “ศูนย์คุมประพฤติภาคประชาชนอำเภอแก่งคอย” โดยมีผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสระบุรี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงสระบุรี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสระบุรี นายสมภพ สมิตะสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี อัยการจังหวัดสระบุรี นายอำเภอแก่งคอยและหัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายภาครัฐและเอกชน ร่วมงาน

มีนายบุญเลิศ คงหอม ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสระบุรี รายงานการจัดตั้งศูนย์ฯกรมคุมประพฤติ โดยสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสระบุรี ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวกับการแก้ไข ฟื้นฟู ติดตาม ดูแลช่วยเหลือและสงเคราะห์ผู้กระทำผิดทั้งในระบบคุมประพฤติ และผู้กระทำผิดภายหลังปล่อย โดยการบูรณาการการทำงานร่วมกับชุมชนและภาคประชาสังคม เพื่อเป็นการให้โอกาสแก่ผู้กระทำผิดได้กลับตนเป็นคนดีสู่สังคม โดยวิธีการคุมประพฤติ การแก้ไขฟื้นฟูการทำงานบริการสังคม การให้การสงเคราะห์ รวมถึงการจัดตั้งสถานที่เพื่อให้การสงเคราะห์ (บ้านกึ่งวิถี) ศูนย์ประสานอาสาสมัครคุมประพฤติ โดยมีหน่วยงานภาคีต่างๆ เพื่อรองรับการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดและสร้างหลักประกันความเชื่อมั่นแก่สังคม (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)