การเลือกตั้งเกิดขึ้นหลังผ่านปีที่สำคัญยิ่งในคาซัคสถาน โดยเมื่อช่วงต้นเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา การเป็นประธานาธิบดีของโทคาเยฟ เผชิญกับภัยคุกคามจากการผสมผสานของการประท้วงใหญ่หลายครั้ง และการกล่าวหาว่า พยายามทำรัฐประหาร โดยสมาชิกครอบครัวและผู้ร่วมงานของ นายนูร์สุลต่าน นาซาร์บาเยฟ อดีตประธานาธิบดี และประธานาธิบดีคนแรกของคาซัคสถาน ซึ่ง โทคาเยฟสามารถเอาชนะภัยคุกคามทั้งสองอย่างได้
การปฏิรูปของโทคาเยฟมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงประสิทธิภาพของเศรษฐกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นแล้ว การพูดถึงความรับผิดชอบจึงถูกออกแบบมาเพื่อให้ข้าราชการพลเรือนที่เข้มงวดมีการตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้มากขึ้น ตลอดจนเน้นหนักการทำให้ข้าราชการพลเรือนมีความเป็นมืออาชีพ, การทำให้เป็นระบบดิจิทัล และการมุ่งเสนอมาตรฐานสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งธรรมาภิบาลของรัฐวิสาหกิจ
ในประเด็นเศรษฐกิจ โทคาเยฟนำเสนอการวินิจฉัยที่สมเหตุสมผล เกี่ยวกับความท้าทายที่คาซัคสถานเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็น การครอบงำของรัฐในเศรษฐกิจ, การควบคุมราคา, การผูกขาด, ผลิตภาพที่ต่ำ, การขาดการพัฒนาตลาดทุน และการคอร์รัปชั่น ซึ่งทั้งหมดนี้มีส่วนทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูง, ผลิตภาพที่ต่ำ และเศรษฐกิจที่มีค่าจ้างต่ำ
อย่างไรก็ตาม โทคาเยฟจะต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากบางอย่างในการปฏิรูปเศรษฐกิจ เนื่องจากทุกการปฏิรูปย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย และการปฏิรูปที่เน้นตลาดจะสร้างความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในระยะสั้น เพื่อแลกกับคำมั่นสัญญาของการเติบโตในอนาคต
นอกจากนี้ ความกังวลที่มีอย่างต่อเนื่องสำหรับประธานาธิบดี คือ การนำตำแหน่งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่มีใครอยากได้ของคาซัคสถาน เพราะนับตั้งแต่การปะทุของสงครามในยูเครน คาซัคสถานมีจุดยืนที่ไม่มั่นคงอย่างมากระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตก แม้รัฐบาลอัสตานาจะยังคงเรียกรัฐบาลมอสโกว่าเป็น “หุ้นส่วนทางยุทศาสตร์” แต่กลับไม่ยอมรับการอ้างสิทธิทางดินแดนของรัสเซียในยูเครน และเคารพมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก
แม้จุดยืนนี้จะสอดคล้องกับจุดยืนของคาซัคสถานที่มีต่อยูเครน ตั้งแต่ปี 2557 แต่บริบทนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก ขณะที่ ทำเนียบเครมลิน มองว่า สงครามในขณะนี้เป็นการสู้รบกับชาติตะวันตกที่มีอยู่จริง ส่วนความเป็นกลางของคาซัคสถานคือ “การทรยศ” และได้ทำการคุกคามแบบปิดบังต่อรัฐบาลอัสตานา
ทั้งนี้ทั้งนั้น โทคาเยฟอาจเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์มากที่สุดในคาซัคสถาน อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในอาชีพการงานภายใต้เงาของนาซาร์บาเยฟ มันยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไปว่า โทคาเยฟจะเป็นผู้นำแบบไหน และเขาจะเลือกตอบสนองต่อความท้าทายเหล่านี้ทั้งหมดอย่างไร.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : REUTERS



