ประธานรัฐสภา เยี่ยมชมโบราณสถานในงานแผ่นดินพระนารายณ์

นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ เยี่ยมชมโบราณสถานในงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี โดยมี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสุวจี ศิริปัญโญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ คณะทำงานการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฏร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ภาคส่วนต่าง ๆ ตลอดพี่น้องประชาชนให้การต้อนรับ

โดยการเยี่ยมชมในครั้งนี้ ประธานรัฐสภาและคณะ ได้เข้าสักการะศาลลูกศร ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองลพบุรี เยี่ยมชมโบราณสถานวัดปืน โบราณสถานบ้านหลวงรับราชทูต (บ้านวิชาเยนทร์) เทวสถานปรางค์แขก และเดินทางเข้าสู่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ชมการแสดงประวัติศาสตร์ในจินตนาการ ณ โบราณสถานตึกเลี้ยงรับแขกเมือง กราบสักการะองค์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ณ พระที่นั่งดุสิตสวรรย์ธัญญมหาปราสาท และชมกิจกรรมอื่นๆในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์/ลพบุรี)

“พระราชวัชรสารบัณฑิต” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ราชวรมหาวิหาร แต่งตั้ง “พระปลัดนิวัฒน์ อกิญจโน” เจ้าคณะตำบลปากข้าวสาร เจ้าอาวาสวัดเชิงเขา ดำรงตำแหน่งฐานานุกรมที่ “พระครูปลัด”

เมื่อบ่ายวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 คณะสงฆ์ คณะกรรมการ วัดเชิงเขา อุบาสก อุบาสิกา พี่น้องประชาชนชาวชุมชนเชิงเขา 1 และเชิงเขา 2 ตำบลปากเพรียว อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี รวมถึง พุทธศานิกชนชาวจังหวัดสระบุรี ร่วมกันอาราธนา “พระปลัดนิวัฒน์ อกิญจโน” เจ้าอาวาสวัดเชิงเขา พร้อมอัญเชิญตราตั้งขึ้นรถที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ตั้งขบวนแห่จากสามแยกเสือขบ ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลยุววิทยา มายังวัดเชิงเขา เพื่อประกอบพิธี เจริญชัยมงคลคาถา ณ. องค์พระมหาธาตุเจดีย์ปาสาทิโก (พระธาตุเชิงเขา)

ในการที่ “พระราชวัชรสารบัณฑิต” เมตตาแต่งตั้งให้ พระปลัดนิวัฒน์ อกิญจโน “ดำรงตำแหน่งฐานานุกรมที่ พระครูปลัด” โดยได้รับความเมตตาจาก พระราชธีราภรณ์ รองเจ้าคณะภาค 2 เจ้าอาวาสวัดพระพุทธฉาย, พระราชวัชรสารบัณฑิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นประธานสงฆ์ และในโอกาสนี้ยังได้รับการเมตตาจากพระวิสิฐคณาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี พระครูศรีวรกิจ จารักษ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี พระมหาสมหมาย ธม.เสวี รองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี เจ้าคณะอำเภอฯ คณะสงฆ์ ในจังหวัดสระบุรี/ใกล้เคียง เดินทางมาแสดงความยินดีในพิธีอันเป็นมงคลของ “พระครูปลัดนิวัฒน์ อกิญจโน” ในครั้งนี้ เป็นจำนวนมาก

พร้อมกันนี้ภาคประชาชน มีคุณสิริรัตน์ แสงพยัพ เจ้าของผลิตภัณฑ์น้ำมันหอมดอกบัวเก้าดอก คณะกรรมการอุปถัมภ์วัดเชิงเขา ดร.ภาณุพงศ์ ทิพยเศวต (นายกคล้าย) กรรมการที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ วัดเชิงเขา ดร.ณรงค์ศักดิ์ อุ้ยคำ รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดระบุรี ชมรมวัฒนธรรม (นางรำ) อำเภอเมืองสระบุรี, กลุ่มสะหายสระบุรี พร้อม คณะกรรมการวัดเชิงเขา อุบาสก อุบาสิกา พี่น้องประชาชน ชุมชนเชิงเขา 1 เชิงเขา 2 พุทธศานิกชนโดยทั่วไปร่วมอนุโมทนาบุญเป็นจำนวนมาก (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์/สระบุรี)

“มนัญญา” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานประเพณีบุญเดือนสาม สืบสานประเพณีวิถีชาวอู่ไท ประจำปี 2566 และการประกวดขบวนแห่วัฒนธรรมประเพณี

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสนามหน้าเทศบาลตำบลหนองฉาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน และรับชมการประกวดขบวนแห่วัฒนธรรมประเพณี (แห่นาค, รำหน้านาค และสำรับคาว-หวาน) งานประเพณีบุญเดือนสาม สืบสานประเพณีวิถีชาวอู่ไท ประจำปี 2566 โดยมี นายอลงกต วรกี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นายเผด็จ นุ้ยปรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี นายอำเภอ ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาวัฒนธรรม และประชาชน เข้าร่วมงาน

โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี ร่วมกับจังหวัดอุทัยธานี ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาวัฒนธรรม ได้ตระหนักถึงความสำคัญของจารีตประเพณีที่สำคัญของจังหวัด จึงร่วมกันจัดงานประเพณีบุญเดือนสาม สืบสานประเพณีวิถีชาวอู่ไท ประจำปี 2566 ในระหว่างวันที่ 2-12 กุมภาพันธ์ 2566 เพื่อจรรโลงไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอุทัยธานี ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย การจัดงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม อาทิเช่น การอุปสมบทเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ ที่สื่อให้เห็นถึงจารีตประเพณีที่งดงามของชาวจังหวัดอุทัยธานี ไม่ว่าจะเป็นการประกวดขบวนแห่วัฒนธรรมประเพณี และวิถีวัฒนธรรม การประกวดสำรับคาว-หวานประเพณีดั้งเดิมของชาวอู่ไท การประกวดรถอุปสมบทนาคหมู่ เป็นต้น

ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้มีการประกวดขบวนแห่วัฒนธรรมประเพณี (แห่นาค, รำหน้านาค และสำรับคาว-หวาน) จากทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดอุทัยธานี รวมทั้งสิ้น 17 ขบวน ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักไปด้วยประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งในและต่างจังหวัด เข้าปักหลักรอชมขบวนการประกวดดังกล่าวตลอดสองข้างทาง (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม/อุทัยธานี)

พ่อเมืองกรุงเก่า ร่วมแสดงความยินดีในพิธีมงคลสมรส “ภพรัก ที่ภาชี ร่วมสร้างบุญบารมี ที่ วัดตะโก”

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 ที่อุทยานอนุสรณ์ 100 ปี หลวงพ่อรวยองค์ใหญ่ วัดตะโก อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในกิจกรรม “ภพรัก ที่ภาชี ร่วมสร้างบุญบารมี ณ วัดตะโก” โดยมี พระครูปลัดจริยวัฒน์ (พระอาจารย์แก้ว) เจ้าอาวาสวัดตะโก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้รับเกียรติจาก นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และแขกผู้มีเกียรติ มาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของอำเภอภาชี และวัดตะโก เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีการแต่งงานของไทย

สำหรับกิจกรรม “ภพรัก ที่ภาชี ร่วมสร้างบุญบารมี ณ วัดตะโก โดยจัดกิจกรรมสำคัญ เริ่มจากพิธีแห่ขันหมาก พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้น นางสาวอภิสรา เกษอินทร์ นายอำเภอภาชี เป็นนายทะเบียน ดำเนินการจดทะเบียนสมรสให้กับคู่สมรส จำนวน 16 คู่ โดย นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้มอบทะเบียนสมรสให้กับคู่สมรสทุกคู่ จากนั้น พระครูปลัดจริยวัฒน์ (พระอาจารย์แก้ว) เจ้าอาวาสวัดตะโก ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ และมอบของที่ระลึกให้กับคู่สมรสทุกคู่ ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เป็นประธานกล่าวแสดงความยินดีพร้อมอำนวยพร เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับคู่สมรส ในการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่ดีในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม/อยุธยา)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดฯ ให้ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ถวายแด่พระราชาคณะ ณ วัดกษัตราธิราช วรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 14.00 น. ณ พระอุโบสถ วัดกษัตราธิราช วรวิหาร ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ ผ้าไตร และเครื่องยศสมณศักดิ์ไปถวายแด่ พระราชาคณะ จำนวน 4 รูป โดยมี นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 18 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และภริยา รับผู้เชิญฯ

ซึ่งพระสงฆ์ที่ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ได้แก่ พระราชธานินทราจารย์ เป็น พระเทพวัชรจริยาจารย์ พระราชาคณะ ชั้นเทพ สถิต ณ วัดกษัตราธิราช วรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระปริยัติสารสุธี เป็น พระราชวชิรสารสุธี พระราชาคณะ ชั้นราช สถิต ณ วัดนิเวศธรรมประวัติ ราชวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระครูปลัดสัมพิพัฒนสุตาจารย์ เป็น พระวชิรกิจวิมล พระราชาคณะ ชั้นสามัญ สถิต ณ วัดวชิรธรรมาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ พระครูปลัดสุวัฒนบัณฑิตคุณ เป็น พระวชิรสิกขการ พระราชาคณะ ชั้นสามัญ สถิต ณ วัดสระแก้ว จังหวัดอ่างทอง (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม/อยุธยา)

ผอ.รพ.เสนา น้อมถวายมุทิตาสักการะ ที่พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระราชธานินทราจารย์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 แพทย์หญิงชนิญญา พัฒนศักดิ์ภิญโญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา น้อมถวายมุทิตาสักการะ ในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการ ประกาศ ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ให้ พระราชธานินทราจารย์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพวัชรจริยาจารย์ ไพศาลพิพัฒนกิจ พิพิธภารธุราทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดกษัตราธิราช วรวิหาร พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม/อยุธยา)

ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรี มอบทุนการศึกษาแก่บุตรสมาชิก อส. และบุตรของข้าราชการ และพนักงานสังกัดกระทรวงมหาดไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานมอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และทุนการศึกษาของชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรี ประจำบี 2566 โดยมี นางวันทนา ดำธรรม ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมนำบุตรสมาชิก อส. บุตรของข้าราชการ พนักงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมรับทุน การศึกษา

ทั้งนี้ สมาคมแม่บ้านมหาดไทย ได้จัดสรรเงินทุนการศึกษาให้ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดทุกจังหวัด จังหวัดละ 20,000 บาท เพื่อมอบให้กับบุตรของข้าราชการ และพนักงานสังกัดกระทรวงมหาดไทยและขมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรี ได้จัดทำโครงการมอบทุนการศึกษาของชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรี ประจำปี 2566 เพื่อมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรของสมาชิกกองอาสารักษา ดินแดนจังหวัดสระบุรี เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย และสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ให้ปฏิบัติหน้าที่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพิจารณากำหนดมอบเงินทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี ทุนละ 3,000 บาท ระดับอนุบาล ถึง ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทุนละ 2,000 บาท ทุนของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย มอบให้บุตรของข้าราชการ และพนักงานสังกัดกระทรวงมหาดไทย จำนวน 16 ทุน และทุนชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรี มอบบุตรสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จากที่ทำการปกครองจังหวัดและที่ทำการปกครองอำเภอ รวม 63 ทุน (สมนึก สุขีรัตน์/สระบุรี)

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เปิดโครงการเยาวชนขับขี่ปลอดภัย เสริมสร้างวินัยจราจรรุ่นที่ 1

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.00 น. นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเยาวชนขับขี่ปลอดภัยเสริมสร้างวินัยจราจร และการป้องกันอุบัติภัยในโรงเรียน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จังหวัดสระบุรี รุ่นที่ 1 ณ โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” โดยมี นายเชิดพงษ์ ชูพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ กล่าวต้อนรับและแนะนำโรงเรียนฯ นายชำนาญ แตงจุด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการฯ และ มีขนส่งจังหวัดสระบุรี ผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ผู้แทนแขวงทางหลวงสระบุรี ผู้แทนท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี ผู้แทนนายอำเภอเสาไห้ ผู้แทนผู้กำกับการสถานีตำรวจเสาไห้ ผู้แทนผู้อำนวยการ สนง.คปภ.จังหวัดสระบุรี และผู้แทนผู้จัดการบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชนสร้างการรับรู้ จิตสำนึก ความตระหนักด้านความปลอดภัยทางถนน และการป้องกันอุบัติภัยในโรงเรียน โดยนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดให้กับเพื่อนร่วมสถาบัน บุคคลในครอบครัว และชุมชนของตนเอง ได้แก่ กิจกรรมการขับขี่ปลอดภัยสร้างวินัยจราจร/กิจกรรมทำอย่างไรเมื่อประสบภัยจากรถ/กิจกรรมการป้องกันและระงับอัคคีภัยเบื้องต้น ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี สนง.คปภ.จังหวัดสระบุรี บริษัท กลางฯ สาขาสระบุรี บริษัท วัชรธุรกิจเซ็นเตอร์ จำกัด และ สนง.ปภ.สระบุรี ร่วมเป็นวิทยากรในครั้งนี้ โดยมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 100 คน ร่วมกิจกรรม (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

ผู้ว่าฯอยุธยา ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ตามแนวคิด “ยามดีใช้ ยามป่วยไข้ ให้รักษา”

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วย และตรวจหมู่บ้าน ชุมชนตามโครงการ “หนึ่งตำบล..หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน” โดยมี นายปกรณ์เกียรติ กาฬษร นายอำเภออุทัย พร้อมคณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภออุทัย นำลงพื้นที่ในครั้งนี้

โดยจุดแรกเข้าเยี่ยม นางสวิง มีศิริ อายุ 96 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ที่ 12 ต.ธนู อ.อุทัย มารดาของนางทองดี สืบสงัด ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 12 ต.ธนู อุทัย พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคเบื้องต้นให้กับนางสวิงด้วย

นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร กล่าวว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้วางนโยบายการดำเนินงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมการปกครอง ตามแนวคิด “ยามดีใช้ ยามป่วยไข้ ให้รักษา” ซึ่งได้เน้นย้ำและให้ความสำคัญ ในเรื่องการการช่วยเหลือดูแล ขวัญและกำลังใจบุคลากรของรัฐ ในการเข้ามาทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ และได้รับการสนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภคจากเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีกด้วย

ทั้งนี้ สำหรับญาติและครอบครัวของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ต้องการรับการสนับสนุนในการช่วยเหลือในการจัดซื้ออุปกรณ์ขอให้ประสานขอมาทางสำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือสำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินการจัดหาสนับสนุนและส่งมอบให้ต่อไป (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน ไปมอบให้ผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.00 น. ณ บ้านเลขที่ 27/24 หมู่ 1 ตำบลสามกอ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัย จำนวน 2 ครอบครัว ได้แก่ ครอบครัว นางทองใส มูลมาตย์ เป็นเจ้าของบ้านดังกล่าว ประสบอัคคีภัยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2566 เวลา 03.30 น. สาเหตุของเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 1 หลังคาเรือน และมีผู้ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 1 ราย

จากนั้น เวลา 11.30 น ได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 69 หมู่ที่ 4 ตำบลพระยาบันลือ อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทาน มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไปมอบให้กับ ครอบครัวของ นายวีรยุทธ ศรีทอง เป็นเจ้าของบ้าน ประสบอัคคีภัยเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2566 เวลา 12.00 น. ซึ่งสาเหตุของเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง จำนวน 1 หลังคาเรือน และมีผู้ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 3 ราย ซึ่งการได้รับสิ่งของพระราชทาน ยังความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์พระบรมราชูปถัมภก แห่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นล้นพ้น

โอกาสนี้ หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาทิ เหล่ากาชาด ชมรมแม่บ้านมหาดไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ข้าราชการ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าว ได้มอบเงินและสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยด้วย (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

พระนครศรีอยุธยา บูรณาการขับเคลื่อนเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในพื้นที่อำเภอนครหลวง

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ร่วมกับคณะทำงานขับเคลื่อนเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ พื้นที่อำเภอนครหลวง เพื่อสำรวจพื้นที่และมอบนโยบายในการดำเนินงานการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในพื้นที่อำเภอนครหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่เป้าหมายการขับเคลื่อนและได้ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับ 3 (ประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร) และต้องให้บรรลุผลสำเร็จระดับที่ 5 (เมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรม) ภายในปี 2570 ตามแนวทางของกรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยประชุมพิจารณาการจัดทำร่างแผนการดำเนินงานการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 แผนปฏิบัติงานของคณะทำงานขับเคลื่อนเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศพื้นที่อำเภอนครหลวง และแผนการสื่อสารและการเปิดเผยข้อมูลความเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ พื้นที่อำเภอนครหลวง ณ ห้องประชุมบริษัทเอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ตำบลบางระกำ อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

รพ.เสนา เปิดคลินิกผู้สูงอายุ เพื่อครอบคลุมบริการสุขภาพผู้สูงอายุ ครบวงจร 9 ด้าน

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 โรงพยาบาลเสนา จัดตั้งคลินิกผู้สูงอายุ (Geriatric Clinic Plus) โดยมี นายแพทย์ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเปิด แพทย์หญิงชนิญญา พัฒนศักดิ์ภิญโญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสนา กล่าวรายงาน นายเกียรติศักดิ์ ชั้วทอง สาธารณสุขอำเภอเสนา พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ร่วมพิธีเปิด โรงพยาบาลเสนาเปิดบริการคลินิกผู้สูงอายุ เพื่อให้บริการผู้สูงอายุแบบครบวงจร ครอบคลุม บริการสุขภาพด้านการประเมิน คัดกรอง กระบวนการดูแลรักษา การดูแลต่อเนื่อง การฟื้นฟูร่างกาย ตลอดถึงการส่งเสริมและป้องกันสุขภาพ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้สูงอายุ โดยความร่วมมือของทีมสหสาขาวิชาชีพกับชุมชนและภาคีเครือข่าย แบบครบวงจรทั้ง 9 ด้าน คือ ด้านความคิดความจำ ด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย ด้านการขาดสารอาหาร ด้านการมองเห็น ด้านการได้ยิน ด้านภาวะซึมเศร้า ด้านการกลั้นปัสสาวะ ด้านการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน และด้านสุขภาพช่องปาก เปิดให้บริการทุกวันศุกร์ เวลา 13.00-16.00 น. ณ แผนกผู้ป่วยนอก อายุรกรรม โรงพยาบาลเสนา (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

รวมพลัง อสม. มอบปีแห่งสุขภาพผู้สูงวัยไทย จังหวัดลพบุรี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตทั้ง “สุขภาพ” และ “ความสุข” แก่ผู้สูงวัย

นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน “รวมพลัง อสม. มอบของขวัญปีใหม่ 2566 ปีแห่งสุขภาพผู้สูงวัยไทย จังหวัดลพบุรี” โดยมี นายอดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลพบุรี นายณภัทร์ เอมอ่อน นายอำเภอบ้านหมี่ ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารโรงพยาบาล ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านทั้ง 11 อำเภอ จำนวนกว่า 600 คน ร่วมให้การต้อนรับ ที่ ศาลาประชาคมเทศบาลเมืองบ้านหมี่ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี

กระทรวงสาธารณสุข ได้มีนโยบายมอบของขวัญปีใหม่แก่ผู้สูงอายุ โดยบูรณาการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในการส่งมอบของขวัญปีใหม่แก่ผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลตรวจคัดกรองสุขภาพทุกรายโดยร่วมกับเครือข่าย อสม. หมอประจำบ้านที่มีอยู่แล้วทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการสร้างและพัฒนา อสม. ประจำครอบครัว และร่วมกันดูแลสุขภาพประชาชน สำหรับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ของ อสม. จะทำหน้าที่คัดกรองภาวะถดถอย 9 ด้าน ส่งเสริมสุขภาพเบื้องต้นและส่งต่อเข้าสู่ระบบบริการตรวจรักษาได้อย่างเป็นระบบ และสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ ประกอบไปด้วย 1.แว่นสายตาสั้นหรือแว่นสายตายาว 2.ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ 3.ฟันเทียม และรากฟันเทียมเพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์/ลพบุรี)

อำเภอหันคา จัดแถลงข่าว “มหกรรมเดินป่าชมพรรณไม้ ย้อนตำนานเสือร้าย กินหน่อไม้เขาราวเทียน และเทศกาลดนตรีริมเขา” ประจำปี 2566 ครั้งที่ 12

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณป่าชุมชนเขาราวเทียน บ้านบุทางรถ หมู่ 5 ตำบลเด่นใหญ่ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท นางสาวชไมพร อำไพจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมเดินป่าชมพรรณไม้ ย้อนตำนานเสือร้าย กินหน่อไม้เขาราวเทียน และเทศกาลดนตรีริมเขา” ประจำปี 2566 โดยมี นายอำเภอหันคา สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยนาท นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเด่นใหญ่ และคณะกรรมการป่าชุมชนเขาราวเทียน ร่วมแถลงข่าว

โดยจังหวัดชัยนาท ร่วมกับ อำเภอหันคา สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยนาท สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยนาท องค์การบริหารส่วนตำบลเด่นใหญ่ ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และคณะกรรมการป่าชุมขนเขาราวเทียน ได้กำหนดจัดงาน “มหกรรมเดินป่าชมพรรณไม้ ย้อนตำนานเสือร้าย กินหน่อไม้เขาราวเทียน และเทศกาลดนตรีริมเขา” ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2566

ทั้งนี้ ประชาชนชาวอำเภอหันคา มีความตื่นตัว และตระหนักถึงความสำคัญของคุณค่าที่มีอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีความเชื่อมโยงของป่า และขุมชน จนทำให้เกิดความร่วมมือร่วมใจกันจัดงาน และมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของอำเภอ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาราวเทียน เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติที่สำคัญ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ มีการใช้ประโยชน์ และการดูแลรักษาป่า เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน การผนวกการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ การศึกษาเรียนรู้ตำนานเสือ และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น กิจกรรมประจำปีของท้องถิ่นที่มีความเชื่อมโยงของป่าและชุมขน และเป็นการบูรณาการกิจกรรมที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว และผลิตภัณฑ์ของชุมชน ให้เพิ่มขึ้นเป็นการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวมของจังหวัดชัยนาท และของประเทศ (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว/ชัยนาท)

พ่อเมืองกรุงเก่า มอบนโยบายสื่อมวลชนในพื้นที่ พร้อมรับฟังเสียงประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อนำข้อมูลสำคัญไปใช้ในการกำหนดนโยบาย

นางพิสมัย เลิศอิทธิบาท ประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้กล่าวว่า ในวันที่ 1 มีนาคม 2566 เวลา 09.00-16.30 น. ทางสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด ได้จัดการประชุมหารือและฟังความคิดเห็นวิเคราะห์วิจัย เพื่อพัฒนาการประชาสัมพันธ์ โดยรับฟังเสียงประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาและตัดสินใจ พร้อมทั้งปรับปรุงกิจกรรมต่างๆ ให้มีรายละเอียดเชิงลึกมากขึ้น และให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาการด้านประชาสัมพันธ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมประชาสัมพันธ์ให้สัมฤทธิผล

อนึ่งในงานนี้มี นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดประชุม โดยมอบนโยบายกับสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดฯ พร้อมกับวิทยากรจากสำนักงาน กกต.จังหวัดฯ มาให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2566 และยังมีวิทยากรจาก ปกครองจังหวัดฯ มาให้ความรู้ในสิทธิของผู้ที่มาเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร “ถ้าไม่มาเลือกตั้งจะเสียสิทธิอะไรบ้าง” พร้อมรับฟังเสียงจากประชาชนที่มาร่วมประชุมในครั้งนี้ (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

กลุ่มรักษ์ชุมชน ร่วมกับ โรงเรียนทักษะพิพัฒน์ในเครือ SCG มีรองผู้ว่าฯ “ไพรัตน์” เป็นประธานเปิดโครงการ “ขับรถปลอดภัย มีใบอนุญาตขับขี่ จยย.ถูกกฎหมาย”

นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะเดินทางมาให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการ “ขับรถปลอดภัย มีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ถูกต้องตามกฎหมาย” โดยมีประธานกลุ่มรักษ์ชุมชน นายยงยศ ผลธนาวัฒน์ ผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการ มีผู้นำชุมชนท้องถิ่นเข้าร่วมงาน นายอำเภอนครหลวง, นายกเทศมนตรีตำบลนครหลวง ณ หอประชุมโรงเรียนนครหลวงอุดมรัชต์วิทยา ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 10.30 น.

กลุ่มรักษ์ชุมชน ประกอบด้วยผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือจำนวน 7 บริษัทฯ ร่วมกับ โรงเรียนทักษะพิพัฒน์ ในเครือ SCG และ โรงเรียนนครหลวงอุดมรัชต์วิทยา ได้ทำการสำรวจ นักเรียนผู้ใช้รถใช้ถนน พบว่านักเรียนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์มาโรงเรียน เป็นประจำไม่มีใบอนุญาตขับขี่ประเภทรถจักยานยนต์เป็นจำนวนมาก กลุ่มรักษ์ชุมชน เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว เห็นควรสนันสนุนให้ดำเนินการนำนักเรียนเข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการในการขอทำใบอนุญาตขับขี่ประเภทรถจักรยานยนต์ที่ถูกต้องตามกฎหมายจราจร โดยความร่วมมือกับโรงเรียนทักษะพิพัฒน์ ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนขับรถรับอนุญาต จัดตั้งตามระเบียบกรมการขนส่งทางบก เป็นผู้จัดการเรียนการสอบ มีนักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 160 ราย ที่จะได้มีใบอนุญาตขับขี่รถจักยานยนต์ถูกต้องตามกฎหมายจราจร ต่อไป (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)