พระนครศรีอยุธยา จัดพิธีสักการะและพิธีบรวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง องค์ปฐมบรมกษัตริย์ เนื่องในวันสถาปนากรุงศรีอยุธยา ครบรอบ 673 ปี

            วันที่ 3 เมษายน 2566 นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานประกอบพิธีทำบุญเนื่องในวันครบรอบ 673 ปี แห่งการสถาปนากรุงศรีเป็นราชธานี เพื่อเทิดพระเกียรติแด่สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือ พระเจ้าอู่ทอง องค์ปฐมบรมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งกรุงศรีอยุธยา ที่ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ให้มีความเจริญรุ่งเรืองยาวนานถึง 417 ปี เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของอดีตบูรพมหากษัตริย์ทุกพระองค์ สถาปนากรุงศรีอยุธยาให้เป็นเมืองราชธานีเป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.1893 

            เมื่อเวลา 06.39 น. นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัด เป็นประธาน โดยมี หัวหน้าส่วนราชการพลเรือน ศาล ทหาร ตำรวจ คณะรองผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการแม่บ้านมหาดไทยประจำจังหวัด สมาคม ชมรม ข้าราชการ และประชาชน เข้าร่วมพิธีสักการะศาลหลักเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฯ

            และในเวลา 07.09 น. ได้ประกอบพิธีบวงสรวงพระวิญญาณของพระเจ้าอู่ทอง และพิธีชุมนุมเทวดา ดวงพระวิญญาณของอดีตพระมหากษัตราธิราชดวงวิญญาณบรรพบุรุษของชาวกรุงศรีอยุธยา ทั้ง 33 พระองค์ ณ บริเวณอุทยานมหาปราสาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 โดยมี ว่าที่ร้อยสมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาล  ประชาชน และชมรมผู้สูงอายุ มาร่วมพิธีในครั้งนี้ โดยมีความเชื่อว่า บริเวณนี้เป็นที่พระเจ้าอู่ทองทรงขุดพบหอยสังข์ ถือเป็นนิมิตมงคล จึงทรงตัดสินพระทัยสร้างพระราชวังขึ้นที่ริมบึงนี้ ความเชื่อดังกล่าวมีที่มาจากพระราชพงศาวดาร นอกจากนี้ อยุธยามหาปราสาทยังเป็นที่ที่มีความเชื่อว่าเป็นที่สถิตของดวงพระวิญญาณของอดีตพระมหากษัตริย์ คือ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ, สมเด็จพระศรีสุริโยทัย, สมเด็จพระนเรศวร, สมเด็จพระนารายณ์, สมเด็จพระเจ้าตากสิน และพระเจ้าอู่ทอง

            ในช่วงเวลา 09.30 น.นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด ถวายราชสักการะแด่สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 พร้อมทำบุญถวายสังฆทานปิ่นโต อาหารคาวหวานแด่พระสงฆ์สมณศักดิ์ 10 รูป โดยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำหนดจัดเป็นประจำทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อบ้านเมือง พร้อมทั้งน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เทิดพระเกียรติ และระลึกถึงอดีตขององค์ปฐมบรมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ที่มีมาช้านานถึง 417 ปี (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ วัดตะโก จัดพิธีบรรพชาสามเณรฤดูร้อน รุ่นที่ 3 โครงการ “ปิดเทอม เติมธรรม” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2566

            วันที่ 2 เมษายน 2566 เวลา 09.00 น. ที่ วัดตะโก อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระเทพวัชรจริยาจารย์ รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราช วรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีบรรพชาสามเณรฤดูร้อน รุ่นที่ 3 โครงการ “ปิดเทอม เติมธรรม” จำนวน 30 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2566 โดยมี พระครูปลัดสุวัฒนเถรคุณ เจ้าอาวาสวัดตะโก พร้อมคณะสงฆ์ นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ปกครองสามเณร และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธี

            จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ วัดตะโก สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสำนักงานวัฒนธรรม จัดพิธีบรรพชาสามเณรฤดูร้อน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2566 และส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้ศึกษา ฝึกฝนอบรมหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจะช่วยให้เกิดค่านิยมเป็นคนดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีวินัย มีจิตสาธารณะ รวมทั้งมีความกตัญญู ส่งผลให้เป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพ สำหรับการจัดพิธีบรรพชาสามเณรในครั้งนี้ มีเด็กและเยาวชน สมัครเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้น 30 คน โดยมีกำหนดระหว่างวันที่ 29 มีนาคม-18 เมษายน 2566 ณ วัดตะโก แห่งนี้  (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

อุทัยธานี จัดงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมอนุรักษ์มรดกไทย เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

            ช่วงเย็นของ วันที่ 2 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ บริเวณสวนน้ำเฉลิมพระเกียรติ (บึงพระชนก) อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี นายธีรพัฒน์  คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานเปิดงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมอนุรักษ์มรดกไทย เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมี นายอลงกต วรกี นายพีระพล ตัณฑโอภาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ส่วนราชการ ครู นักเรียน และประชาชน เข้าร่วมงาน และรับฟังคำกล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานจาก นายเผด็จ นุ้ยปรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี

            การจัดงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมในวันอนุรักษ์มรดกไทยในครั้งนี้ ได้จัดขึ้นตามโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมอนุรักษ์มรดกไทย โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2566 และเพื่อเป็นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนชาวไทย และเพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ เผยแพร่คุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามของไทย 

            การจัดงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมในวันอนุรักษ์มรดกไทย ได้กำหนดจัดให้มีกิจกรรมการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การรำถวายพระพรของนักเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดอุทัยธานี การสาธิตการทำอาหารคาวหวาน ของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ การบรรเลงดนตรีไทยของนักเรียน ประถม มัธยมผสมผสาน ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 1 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานีเขต 2 และโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดอุทัยธานี การบรรเลงวงมหกรรมประกอบการแสดง ในชุดการแสดง “ชวนเที่ยวอุทัย” และการแสดงด้านวัฒนธรรมอื่นๆ (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จัดพิธีมอบรางวัล “บุษราคัมมณีศรีราชภัฏ” ผู้มีผลงานดีเด่นทางการศึกษา ศิลปะ วัฒนธรรม 6 สาขา

             วันที่ 3 เมษายน 2566  ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา สถาบันอยุธยาศึกษา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร  ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางการศึกษา ศิลปะ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย เพื่อรับรางวัล “บุษราคัมมณีศรีราชภัฏ” ครั้งที่ 20 ประจำปีพุทธศักราช 2566 โดยมี ดร.สุรินทร์ ศรีสังข์งาม ผู้อำนวยการสถาบันอยุธยาศึกษา รองศาสตราจารย์ ดร.ชูสิทธิ์ ประดับเพ็ชร์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ให้การต้อนรับ  

            จากนั้น นายนิวัฒน์  รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวเปิดงานและกล่าวประกาศเกียรติคุณ  และเป็นประธานมอบรางวัล “บุษราคัมมณีศรีราชภัฏ” ให้กับผู้มีผลงานดีเด่นทางการศึกษา ศิลปะ วัฒนธรรม ในสาขาต่าง ๆ จำนวน 6 สาขา ประกอบด้วย สาขาศิลปะ สาขาวรรณศิลป์ สาขาคหกรรมศาสตร์ สาขากีฬาและนันทนาการ สาขาการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิต สาขาส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ซึ่งมีบุคคลสำคัญร่วมรับรางวัลในครั้งนี้ อาทิ  นายประดิษฐ์ รัตนโกมล  ประธานอิสลามจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสุดสาคร ชายเสม และผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปกรรมไทยชั้นครู ซึ่งบุคคลที่ผ่านการพิจารณาให้ได้รับรางวัลบุษราคัมมณีศรีราชภัฏในครั้งนี้ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถอันโดดเด่น อีกทั้งเป็นผู้ประกอบคุณประโยชน์ทางด้านการศึกษา ศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ สาธารณชน จึงควรค่าแก่การยกย่องเชิดชูเกียรติ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ สนับสนุน ส่งเสริม เผยแพร่ผลงานให้เป็นที่รู้จัก และเป็นประโยชน์ ต่อสังคม ท้องถิ่น และประเทศชาติ  (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

เหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี มอบเงินตามโครงการสร้างหรือซ่อมแซมบ้านผู้ยากไร้ทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดสระบุรี

             นายผล ดำธรรม  ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี  เป็นประธานในพิธีมอบเงินตามโครงการสร้างหรือซ่อมแซมบ้านผู้ยากไร้ของเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี ประจำปี 2566 โดยมีนางวันทนา ดำธรรม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี เป็นผู้นำมอบให้กับนายอำเภอ และตัวแทน ทั้ง 13 อำเภอ ณ ที่ทำการแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรี ศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี

           ด้วยเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี ได้จัดทำโครงการสร้างหรือซ่อมแซมบ้านผู้ยากไร้ของเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี ประจำปี 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ยากไร้ที่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัยในพื้นที่จังหวัดสระบุรี โดยการปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้มีความน่าอยู่ และถูกสุขอนามัยเป็นไปตามพันธกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดในด้านการสังคมสงเคราะห์และส่งเสริมคุณภาพชีวิต ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ยากไร้ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

             ในการดำเนินการตามโครงการ เหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรีได้แจ้งนายอำเภอ ทุกอำเภอ สำรวจผู้ยากไร้ที่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัย และมีความประสงค์ขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการสร้างหรือซ่อมแซมบ้านซึ่งอำเภอทั้ง 13 อำเภอ ได้ส่งรายชื่อผู้ยากไร้ที่มีความประสงค์ขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการสร้างหรือซ่อมแซมบ้าน รวมจำนวน 57 หลัง และเหล่ากาขาดจังหวัดสระบุรี ได้พิจารณาคัดเลือกบ้านที่สมควรได้รับการสงเคราะห์ในการสร้างหรือซ่อมแซม จำนวน 52 หลัง ดังนี้ อำเภอหนองแซง จำนวน 4 หลัง อำเภอมวกเหล็ก จำนวน 5 หลัง อำเภอเสาไห้ จำนวน 6 หลัง อำเภอหนองโดน จำนวน 4 หลัง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 4 หลัง อำเภอแก่งคอย จำนวน 4 หลัง อำเภอเมืองสระบุรี จำนวน 6หลัง อำเภอดอนพุด จำนวน 3หลัง อำเภอหนองแค จำนวน 4 หลัง อำเภอวังม่วง จำนวน 3 หลัง อำเภอพระพุทธบาท จำนวน 3 หลัง อำเภอบ้านหมอ จำนวน 3 หลัง และอำเภอวิหารแดง จำนวน 3 หลัง รวมเป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้น 2,342,611 บาท  (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

ผู้ว่าฯ “นิวัฒน์” ประชุมคณะกรรมการ ศอ.ปส.จ.อย. เพื่อติดตามการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สั่งดูแลผู้ป่วยจิตเวชรับยาพบหมอตามนัดทุกระยะ และส่งเสริมการฝึกอาชีพเพิ่มเติม

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมอโยธา ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ศอ.ปส.จ.อย.) ครั้งที่ 3/2566 โดยมี นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัด ป.ป.ส.ภาค 1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์ และความคืบหน้าผลการดำเนินงานการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างบูรณาการ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น การบำบัดรักษาผู้เสพ/ผู้ติดของส่วนราชการ พร้อมทั้งสรุปปัญหาและข้อเสนอแนะในการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

            ทั้งนี้ ได้กำชับหน่วยงานที่รับผิดชอบปฏิบัติตามนโยบายและข้อสั่งการในทุกด้าน ตามข้อมูลผู้เสพ/ผู้ติด ผู้ค้า/ผู้ผลิต ที่ได้จากการ Re X-ray และดูแลผู้ป่วยจิตเวชในพื้นที่ให้ได้รับยาและพบแพทย์ตามนัดทุกระยะ รวมทั้งสำรวจผู้เสพ/ผู้ติด ที่ได้รับใบอนุญาตอาวุธปืนในครอบครองก่อนที่จะเป็นผู้เสพ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ขอให้ติดสถานการณ์ และส่งเสริมการป้องกันเยาวชนกลุ่มเสี่ยงตามแนวทาง To Be Number One พร้อมทั้งให้ทุกหน่วยงานสร้างการรับรู้ ความเข้าใจในประมวลกฎหมายยาเสพติดที่เกี่ยวข้อง และแนวทางการขับเคลื่อนการบำบัดรักษาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง และรายงานผลการดำเนินงานให้ที่ประชุม ศอ.ปส.จ.อย. ทราบทุกระยะ อย่างไรก็ตาม ขอให้ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมทุกอำเภอสำรวจความต้องการฝึกอาชีพของผู้เสพ/ผู้ติด เพื่อส่งเสริมอาชีพสร้างงานสร้างรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ลพบุรีจัดแสดงโขนทั่วทิศแผ่นดินไทย

             นายวชิระ เกตุพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดการแสดงโขนทั่วทิศแผ่นดินไทย เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี 2566 โดยมีการแสดงโขน ตอน รามเกียรติ์ ชุด พรหมพงศ์วงศ์อสุรา การรำถวายพระพรจากวิทยาลัยนาฎศิลปลพบุรี และการสาธิตอาหารพื้นบ้านกว่า 10 ร้านจากยุวชนรามัญวัดอัมพวัน ต.บางขันหมาก  อ.เมือง จ.ลพบุรี ซึ่งนายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนชาวลพบุรี เข้าร่วมรับชมเป็นจำนวนมาก  ณ  พระนารายณ์ราชนิเวศน์    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ อ.เมือง จ.ลพบุรี 

            ทั้งนี้ จากคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2528 กำหนดให้วันที่ 2 เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นวันอนุรักษ์มรดกไทยและคณะกรรมการอำนวยการ วันอนุรักษ์มรดกไทย ได้ถวายพระราชสมัญญา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่าทรงเป็น “เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย”

             จังหวัดลพบุรี ได้ร่วมกับวิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี สำนักศิลปากรที่ 4 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จัดงานวันอนุรักษ์มรดกไทยประจำปี 2566 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์การอนุรักษ์มรดกไทย อีกทั้งกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมของชาติในด้านการแสดงนาฏศิลป์ ดนตรีและเห็นคุณค่าการอนุรักษ์มรดกไทย ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล    อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

จังหวัดสิงห์บุรีจัดพิธีมอบเข็มเชิดชูเกียรติ ครุฑทองคำแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ปี 2565

            วันที่ 30 มีนาคม 2566 เวลา 8.30 น.นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติ ครุฑทองคำแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่นและมอบเกียรติบัตรแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2565 จำนวน 3 ราย ได้แก่ 1.นายถวิล ยี่สุ้นแสง พัฒนาการจังหวัดสิงห์บุรี 2.นายปัทพงศ์ สารบรรณ์ เกษตรจังหวัดสิงห์บุรี 3.นางพัดชา คุณวุฒิ นายแพทย์ชำนาญการโรงพยาบาลสิงห์บุรี และเกียรติบัตรจำนวน 7 ราย ได้แก่ 1.นายเรวัฒน์ พรหมสะโร ผู้อำนวยการโรงเรียนค่ายบางระจัน 2.นายแพทย์สุรัตน์ ส่งวิรุฬห์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิงห์บุรี 3.นางโสน เรืองมั่นคง หัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลสิงห์บุรี 4. นายชาญณรงค์ ป่านเลิศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง 5.นางประภาพรรณ พูลเจริญศิลป์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถศึกษาสิงห์บุรี 6.นายภานุพงศ์ แขดสันเทียะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเก่า 7.นางสาวนริศรา มาลาศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดถอนสมอ โดยมี นายสัมฤทธิ์ กองเงิน พร้อมนายสมชาย ลีหล้าน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พันเอกชายธนัญชา วาจรัต รองผู้อำนวยการกองรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสิงห์บุรี และข้าราชการพลเรือนจังหวัดสิงห์บุรี เข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุมขุนสรรค์ พันเรือง ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี

         ต่อจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีอัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนและอ่านสารจากนายกรัฐมนตรีมอบแก่ข้าราชการเนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน ในปี 2471 ได้มีการตราพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน และประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2472 ต่อมา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ได้นำเสนอให้วันที่ 1 เมษายน ของทุกปีเป็นวันข้าราชการพลเรือน เนื่องจากตรงกับวันประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน และเป็นการน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงวางรากฐานระเบียบข้าราชการพลเรือน ทุกกระทรวง ทบวง กรม ให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน  (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

ผู้ว่าฯอยุธยา “นิวัฒน์” ตรวจติดตามความคืบหน้าการจัดระเบียบสายไฟสายสื่อสาร ตามโครงการ “อยุธยาเมืองสะอาด”

           ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัด ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกับจิตอาสาพระราชทาน และกำลังพล อส. ซึ่งร่วมกันจัดเก็บขยะ ตัดกิ่งไม้ใบหญ้า อยู่ที่บริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และแนวสองฝั่งถนนสายเอเซีย รวมทั้งติดตามความคืบหน้าการจัดระเบียบสายไฟสายสื่อสารที่ม้วนไว้บริเวณเสาไฟฟ้าก่อนหน้านี้ 

          โดย นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เผยว่า สิ่งที่อยากให้ทุกคนได้ยึดถือและทำตามคือการรักษาความสะอาดของบ้านเมือง ซึ่งถือว่าเป็นบ้านของตนเอง พร้อมที่จะต้อนรับทุกคนที่มาเยือน แล้วมีความสุขและประทับใจกับการเห็นบ้านเมืองเราสะอาดน่ามอง  สิ่งที่อยากฝาก คือสายสื่อสารที่อยู่ระหว่างการจัดระเบียบ มีจำนวนมากที่ถูกทิ้งเอาไว้ตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ก็จะกลายเป็นขยะ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันดูแลให้เรียบร้อยด้วย  (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

ผู้ว่าฯ ประชุมคณะกรรมการ ศอ.ปส.จ.อย. เพื่อติดตามการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สั่งดูแลผู้ป่วยจิตเวชรับยาพบหมอตามนัดทุกระยะ และส่งเสริมการฝึกอาชีพเพิ่มเติม

            ช่วงบ่ายของวันที่ 30 มีนาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ห้องประชุมอโยธา ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ศอ.ปส.จ.อย.) ครั้งที่ 3/2566 โดยมี นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัด ป.ป.ส.ภาค 1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์ และความคืบหน้าผลการดำเนินงานการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างบูรณาการ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น การบำบัดรักษาผู้เสพ/ผู้ติดของส่วนราชการ พร้อมทั้งสรุปปัญหาและข้อเสนอแนะในการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

            ทั้งนี้ ได้กำชับหน่วยงานที่รับผิดชอบปฏิบัติตามนโยบายและข้อสั่งการในทุกด้าน ตามข้อมูลผู้เสพ/ผู้ติด ผู้ค้า/ผู้ผลิต ที่ได้จากการ Re X-ray และดูแลผู้ป่วยจิตเวชในพื้นที่ให้ได้รับยาและพบแพทย์ตามนัดทุกระยะ รวมทั้งสำรวจผู้เสพ/ผู้ติด ที่ได้รับใบอนุญาตอาวุธปืนในครอบครองก่อนที่จะเป็นผู้เสพ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ขอให้ติดสถานการณ์ และส่งเสริมการป้องกันเยาวชนกลุ่มเสี่ยงตามแนวทาง To Be Number One พร้อมทั้งให้ทุกหน่วยงานสร้างการรับรู้ ความเข้าใจในประมวลกฎหมายยาเสพติดที่เกี่ยวข้อง และแนวทางการขับเคลื่อนการบำบัดรักษาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง และรายงานผลการดำเนินงานให้ที่ประชุม ศอ.ปส.จ.อย. ทราบทุกระยะ อย่างไรก็ตาม ขอให้ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมทุกอำเภอสำรวจความต้องการฝึกอาชีพของผู้เสพ/ผู้ติด เพื่อส่งเสริมอาชีพสร้างงานสร้างรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

อบจ.สิงห์บุรี จัดโครงการฝึกสอนว่ายน้ำ เทควันโดและศิลปะป้องกันตัว แด่เยาวชน ปี 2566

            วันพุธที่ 29 มีนาคม 2566 เวลา 16.00 น. นายสัมฤทธิ์ กองเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานเปิดโครงการฝึกสอนว่ายน้ำขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 9 ประจำปี 2566 และ โครงการฝึกสอนเทควันโดและศิลปะป้องกันตัว ประจำปี 2566 ณ อาคารอเนกประสงค์องค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี ในโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีได้มอบเหรียญรางวัลและใบประกาศให้กับ นายชญานิน กุลกุศล นักกีฬาเทควันโดเยาวชนจังหวัดสิงห์บุรี ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญเงิน จาการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 38 นครสวรรค์เกมส์ ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดสิงห์บุรี รวมทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชน โดยนายศุภวัฒน์ เทียนถาวร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรีจัดโครงการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมปลูกฝังให้ยุวชน เยาวชนในจังหวัดสิงห์บุรีสนใจในการออกกำลังกาย ห่างไกลยาเสพติด รวมทั้งจะส่งผลให้มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

             สำหรับโครงการฝึกสอนว่ายน้ำขั้นพื้นฐาน มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 120 คน แบ่งกาเรียนการสอน ออกเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 60 คนเรียนทุกวันอังคาร-วันศุกร์เวลา 17.00-18.30 น. ณ สระว่ายน้ำองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี  รุ่นที่ 1 เริ่มเรียนตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม-5 เมษายน 2566 รุ่นที่ 2 เริ่มเรียนตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน-3 พฤษภาคม 2566 และโครงการฝึกสอนเทควันโดและศิลปะป้องกันตัว มีผู้เข้าร่วมโครงการฯจำนวน 120 คน เรียนพุธ-วันศุกร์ เวลา 15.30-17.00 น. ณ อาคารเอนกประสงค์สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี โดยเริ่มเรียนตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม-5 พฤษภาคม 2566  (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

“พาณิชย์….ลดราคา!!ออนทัวร์ ทั่วไทย” จังหวัดฯ ร่วมกับ พาณิชย์อยุธยา เปิดจำหน่ายสินค้า “พาณิชย์…ลดราคา! ราคาถูก เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมานายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการเปฺิดโครงการพาณิชย์ ลดราคา ออนทัวร์ ทั่วไทย (ภูมิภาค) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจัดขึ้น บริเวณลานหน้าวัดพระราม วงเวียนศาลหลักเมือง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชัยรัตน์ บุญส่ง พาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ ประธานหอการค้าไทยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน โดยมีผู้สนใจเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าอย่างคึกคัก

             ด้าน นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ขอบคุณรัฐบาลที่เห็นความสำคัญที่จัดโครงการการดีๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นเรื่องของอาหารการกินเครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงขอบคุณพ่อค้าแม่ค้า ที่ได้มีส่วนในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ที่นำสินค้าคุณภาพดีที่จำเป็นต่อการดำรงชีพมาลดราคาพิเศษต่ำกว่าท้องตลาด ช่วยลดค่าครองชีพที่จำเป็นของพี่น้องประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียง ทำให้มีช่องทางในการเลือกซื้อสินค้าในราคาประหยัดได้มากขึ้น เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ได้อย่างแท้จริง อีกทั้งช่วยเพิ่มช่องทางจำหน่ายและสร้างรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ SMEs Startup ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคในงานได้มีโอกาสซื้อสินค้าจากผู้ผลิตโดยตรง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีกด้วย  (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

รองผู้ว่าฯ มอบนโยบายการบูรณาการจัดระเบียบสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้า ตามโครงการ “อยุธยาเมืองสะอาด” อย่างเป็นรูปธรรม

            นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุม โดยมี นายปรีดา แตงสาขา ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุมชั้น 3 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

            โดย นายไพรัตน์ เพชรยวน เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้ เพื่อมอบนโยบายและชี้แจงการขับเคลื่อนการบูรณาการการจัดระเบียบสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้เกิดความสวยงามและความปลอดภัยของประชาชน ตามโครงการ “อยุธยาเมืองสะอาด” ให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม  (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

พ่อเมืองลพบุรี ยกทีมเชียร์ขบวนนักปั่นนานาชาติ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ

               เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 เม.ย. 2566 นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ  ข้าราชการ พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และประชาชนในจังหวัดลพบุรี ร่วมต้อนรับและให้กำลังใจขบวนนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เจริญพระชนมายุ 68 พรรษา “The Princess Maha Sirindhorn’s Cup Tour of Thailand 2023” ณ บริเวณวงเวียนพระนารายณ์ ถนนพหลโยธินขาออก (ประตูเข้าออกโรงเรียนเมืองใหม่ฯ) อ.เมือง จ.ลพบุรี

                การแข่งขันรายการดังกล่าว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-10 เมษายน 2566 โดยเส้นทางเริ่มต้นจากจังหวัดกาญจนบุรี-สุพรรณบุรี-อ่างทอง-พระนครศรีอยุธยา-ลพบุรี-สระบุ-นครราชสีมา -ปราจีนบุรี-สระแก้ว-จันทบุรี-ระยอง รวมระยะทาง 1,274 กิโลเมตร สำหรับจังหวัดลพบุรี จะอยู่ในสเตจที่ 3 โดยเข้าเขตพื้นที่จังหวัดลพบุรีที่หมู่ 9 ตำบลโก่งธนู ผ่าน ตำบลตะลุง แยกโพธิ์เก้าต้น เลี้ยวซ้ายเลียบทางรถไฟ ผ่านโบราณสถานวัดบันไดหิน พระปรางค์สามยอด ศาลพระกาฬ วงเวียนศรีสุริโยทัย (วงเวียนสระแก้ว) สนามกีฬาพระราเมศวร วงเวียนเทพสตรี (วงเวียนสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ) เลี้ยวซ้ายบริเวณสามแยกนิคมสร้างตนเอง ผ่านอ่างซับเหล็ก ไป อำเภอพัฒนานิคม และสิ้นสุด ณ อาคารระบายน้ำล้น บริเวณสันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ รวมเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ระยะทาง 73 กิโลเมตร เป็นอันสิ้นสุดเขต จังหวัดลพบุรี ก่อนเข้าสู่พื้นที่ จังหวัดสระบุรี ต่อไป (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี) 

รพ.เสนา ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้านสาธารณสุข

            วันที่ 3 เมษายน 2566 แพทย์หญิงโสภา งดงาม รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลเสนา พร้อมคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้านการขับเคลื่อนองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ หน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่นำร่องอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายแพทย์ณรงค์ ถวิลวิสาร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธาน ณ ห้องประชุมเฟื่องฟ้า ชั้น 2 โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  (ชาญ ชูกลิ่น / อยุธยา)

อยุธยาซิตี้พาร์ค ร่วม ททท. การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฯ จัดงานแคมป์ปิงเอาใจนักเดินทาง ชูการท่องเที่ยวจังหวัดฯ

            เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2566 บริเวณ Event Park ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค แถลงข่าวจัดงาน “Ayutthaya City Park The New Outdoor Camping 2023” รับกระแสการท่องเที่ยวธรรมชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 11 เมษายน 2566 บริเวณ Event Park โดย ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ดร.สมพล รัชตพิมลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด พร้อมด้วย คุณวิรัติ แข็งขัน ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, คุณณัฐปคัลภ์ อัครวิชญ์ ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา, คุณมานัส ทรัพย์มีชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, คุณธนกฤต  กิตติธรรมกูล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพันเอกโชติ ภาคอินทรีย์ นายกสมาคมท่องเที่ยวโดยชุมชนพระนครศรีอยุธยา ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน

            ดร.สมพล รัชตพิมลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค เปิดเผยว่า การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวสไตล์แคมป์ปิ้ง กับกลุ่มนักท่องเที่ยวแนวผจญภัย แคมป์ปิ้ง นักเดินป่า กลุ่มนักชิมกาแฟสะสมกาแฟ เปิดกว้างให้ผู้คนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียง ให้มีความตื่นตัว คึกคัก พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ จัดกิจกรรมบริเวณ Event Park ที่ทางศูนย์การค้าฯ ได้ปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ ด้วยการดีไซน์พื้นที่ให้กว้างขึ้น ใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย “อิฐมูลช้าง” และโครงสร้างหลังคากันความร้อนรองรับผู้มาใช้บริการอีกด้วย

            งาน “Ayutthaya City Park The New Outdoor Camping 2023” จัดบนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ถือเป็นการจัดกิจกรรมประเดิมพื้นที่ Event Park ที่พร้อมด้วยระบบสาธารณูปโภคครบครัน สามารถรองรับการจัดงานได้หลากหลายรูปแบบ โดยภายในงานนักท่องเที่ยวสายแคมป์จะได้พบกับการออกบูธจำหน่ายอุปกรณ์ตั้งแคมป์ ร้านอาหารแนว Food Truck และสินค้าอื่นๆ หลากหลาย กว่า 70 ร้านค้า

            นอกจากนี้ ร่วมสนุกสุดคูลกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน วงสามัญประจำบ้าน วันที่ 6 เม.ย. 66 เวลา 16.30 น., วง Only Monday วันที่ 6 เม.ย. 66 เวลา 19.00 น., วง VAIVIT (ไววิทย์) วันที่ 7 เม.ย. 66 เวลา 19.00 น. และการแสดงดนตรีจากน้องๆ นักเรียนนักศึกษาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตลอดการจัดงาน  ท่ามกลางบรรยากาศสุดสบายในสไตล์ Camping อีกด้วย

มาร่วมชาร์จพลังความสุข เช็กอินงานแคมป์กับ “Ayutthaya City Park The New Outdoor Camping 2023” ได้ระหว่างวันที่ 6-11 เมษายนนี้ ที่ Event Park ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค งานนี้…คนรัก Camping Outdoor ห้ามหลาด !!  (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)