แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีชีวิต

            วันที่ 24 เมษายน 2566 เวลา 18.00 น. ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้การต้อนรับ นายอารีย์ วงศ์อารยะ รองประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” เป็นประธานกิจกรรม “เปิดจวนผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาต้อนรับเยาวชนและครอบครัวอุปถัมภ์” ในโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 40 และคณะ

             โดย นายอารีย์ วงศ์อารยะ กล่าวว่า โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” จัดขึ้นเพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนวิถีชีวิตสังคมต่างพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งศึกษาขนบธรรมเนียมประเพณีและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่นับถือต่างศาสนากัน แต่สามารถอยู่อาศัยร่วมกันได้อย่างมีความสุข สำหรับการจัดกิจกรรมโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ในครั้งนี้ เป็นรุ่นที่ 40 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-25 เมษายน 2566 รวมระยะเวลา 15 วัน 14 คืน โดยมีเยาวชนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้มาพำนักอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอลาดบัวหลวง อำเภอเสนา อำเภอบางซ้าย และอำเภออุทัย รวมทั้งสิ้น 26 ครอบครัว มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 53 คน เป็นเยาวชนที่นับถือศาสนาอิสลาม 47 คน ศาสนาคริสต์ 2 คน และศาสนาพุทธ 4 คน ซึ่งจากการดำเนินงาน 40 ครั้งที่ผ่าน นับได้ว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ประสบความสำเร็จและรู้สึกประทับใจมากที่สุด พร้อมเดินหน้าสานต่อในครั้งต่อๆไป

            สำหรับการจัดกิจกรรมของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก นายอาทิตย์ บุญญะโสภัต อดีตอธิบดีกรมการปกครอง นายพิเชียน ลิมป์หวังอยู่ นายธวัชชัย นิมา กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย นายประดิษฐ์ รัตนโกมล ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา คณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ที่ทำการปกครองจังหวัด มูลนิธิพระมงคลบพิตร มูลนิธิหลวงพ่อรวย ปาสาทิโก หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ครอบครัวอุปถัมภ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมอย่างเต็มกำลัง (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

เทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก

            วันที่ 19 เมษายน 2566 เวลา 07.45 น. ณ โดมอเนกประสงค์ บริเวณด้านข้างหอประชุมสงฆ์ วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระธรรมรัตนมงคล เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการจัดกิจกรรมเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2566 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการพลเรือน ศาล ทหาร ตำรวจ พุทธศาสนิกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดย พระราชธรรมวาที ผู้ช่วยเจ้าอาสวัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร กทม. และพระมหาสิทธิชัย สุนทรวาที วัดโสธรวราราม วรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นองค์แสดงเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์

            สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระวิริยะอุตสาหะ เป็นคุณูปการแก่ประเทศชาติและอาณาประชาราษฎร์อย่างใหญ่หลวง ในด้านการพระศาสนา ทรงให้การอุปถัมภ์กิจการของศาสนาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทรงเป็นแบบอย่างแก่ศาสนิกชนชาวไทยทั้งในด้านการมีศรัทธาในศาสนาอันมั่นคง การนำหลักคำสอนทางศาสนามายึดปฏิบัติ และการอุปถัมภ์บำรุงศิลปวัฒนธรรมทางศาสนาให้คงอยู่ ด้วยพระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญเพื่อธำรงไว้ซึ่งสถาบันศาสนา ศาสนิกชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าจึงให้ความเคารพเทิดทูน และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตลอดมา

            เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2566 นับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่พสกนิกรชาวไทยทั่วภูมิภาค จะได้ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมกับ วัดพนัญเชิงวรวิหาร และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมบำเพ็ญคุณงามความดีถวายพระราชกุศล และเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนร่วมกันทำความดีถวายพระราชกุศล แสดงออกถึงความรักและหวงแหนในสถาบันหลักของชาติ นำหลักคำสอนทางศาสนามาใช้ในการดำเนินชีวิต สืบสานวัฒนธรรมประเพณีทางด้านศาสนา และเสริมสร้างความรักสามัคคีของประชาชนในชาติให้มั่นคงสืบไป (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

อุทัยธานี จัดพิธีสมโภช 30 ปีพระอารามหลวง และพระครูอุปกิตปริติโสภณ เจ้าอาวาสวัดมณีสถิตกปิฏฐาราม ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นเอก

            เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 24 เม.ย. 2566 ณ ศาลาสังฆสภา วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม พระอารามหลวง ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานในพิธีสมโภช 30 ปี พระอารามหลวง พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายอดีตเจ้าอาวาส และพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสที่พระครูอุปกิตปริติโสภณ เจ้าอาวาสวัดมณีสถิตกปิฏฐาราม พระอารามหลวง ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นเอก โดยมี นายอลงกต วรกี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี หัวหน้าส่วนราชการ ราชการ และประชาชน เข้าร่วมพิธี (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

พ่อเมืองสระบุรี นำหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ลงพื้นที่อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ดูแลคุณภาพชีวิตพร้อมเยี่ยมชาวบ้าน

             นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นางวันทนา ดำธรรม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรี  พร้อมคณะกรรมการสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทย จ.สระบุรี พร้อมส่วนราชการในจังหวัดสระบุรี ออกให้บริการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ที่บริเวณวัดช้าง หมู่ 4 ตำบลบ้านหลวง อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี พร้อมติดตามปัญหา อุปสรรค และความเดือดร้อนและความต้องการของคนในหมู่บ้าน ในชุมชน เพื่อให้การช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ได้ตรงตามความต้องการของชาวบ้าน รวมทั้งการออกให้บริการคำแนะนำต่าง ๆ จากหน่วยงานราชการของจังหวัดและหน่วยงานภาคเอกชน  

            ในโอกาสนี้ นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี ได้กล่าวพูดคุยกับพี่น้องประชาชน และมอบทุนการศึกษา มอบเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุ และน้ำมอบชุดธารน้ำใจเพื่ออุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ โครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” เป็นการนำกิจกรรมและงานบริการในหน้าที่ของส่วนราชการต่าง ๆ รวมทั้งหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ออกไปให้บริการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนนำเสนอความเดือดร้อน หรือความต้องการของคนในพื้นที่ให้ทางจังหวัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ เพื่อหาแนวทางแก้ไข หรือให้การช่วยเหลือต่อไป (สมนึก  สุขีรัตน์ / สระบุรี)

จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม “ทีมมหาดไทย ใส่ผ้าไทย รดน้ำต้นไม้เขาขยายโมเดล การปลูกต้นไม้ในใจคน”

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณเขาขยาย ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ปลัดจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นายอำเภอเมืองชัยนาท นำราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมกิจกรรม “ทีมมหาดไทย ใส่ผ้าไทย รดน้ำต้นไม้เขาขยาย” ในพื้นที่เขาขยาย จากเขาทะเลทรายสู่เขาสวรรค์ 

           ทั้งนี้ เขาขยาย โดย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท คนที่ 52 ได้จัดโครงการ “เขาขยายโมเดล การปลูกต้นไม้ในใจคน” ซึ่งจังหวัดชัยนาท ร่วมกับภาคเอกชน และประชาชนชาวชัยนาทจัดขึ้นเพื่อฟื้นฟูพื้นที่เขาขยายที่มีความแห้งแล้งให้กลับฟื้นคืนเป็นพื้นที่สีเขียว เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพฤกษศาสตร์ เป็นที่อาศัยของนก ให้สมกับการได้ชื่อว่าเป็นเมืองนก และให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ออกกำลังกาย สถานที่พักผ่อน อีกทั้งยังเป็นการสานต่อโครงการฟื้นฟูเขาทะเลทรายสู่เขาสวรรค์ ที่ทางจังหวัดได้ดำเนินการมาตลอด (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จัดกระโดดร่มมิตรภาพ 4 เหล่าทัพ

            พลโทณัฐวุฒิ  นาคะนคร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ลพบุรี เป็นประธาน นำผู้แทนหน่วยรบพิเศษ จาก 4 เหล่าทัพ ประกอบด้วย หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองทัพบกไทย, หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ, กรมปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน, ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล, กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองกำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รวม 82 นาย ร่วมกระโดดร่มมิตรภาพ 4 เหล่า ภายใต้ กิจกรรมรบพิเศษสัมพันธ์ ประจำปี 2566        

            ที่สนามกระโดดร่มทางยุทธวิธี บ้านท่าเดื่อ ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี โดยได้รับการสนับสนุนอากาศยาน แบบ MI-17 (เอ็มไอ สิบเจ็ด) จากศูนย์การบินทหารบก ทำการปล่อยนักกระโดดร่ม ที่ระดับความสูงจากพื้นดิน 10,500 ฟิต จำนวน 4 เที่ยวบิน ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้ร่วมทำการกระโดดร่ม เพื่อนำทหารรบพิเศษทั้ง 4 เหล่าทัพในครั้งนี้ด้วย (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ เทศบาลนคร ทำความสะอาดถนนอู่ทอง หลังเทศกาลสงกรานต์ ขับเคลื่อน “อยุธยาเมืองสะอาด”

            นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเดชาธร เชาว์เลขา นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ถนนอู่ทอง อำเภอพระนครศรีอยุธยา หลังเทศกาลสงกรานต์ ร่วมกับ นายกฤษณ์ เถี่ยนมิตรภาพ รองนายกเทศมนตรี และผู้บริหารเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าดับเพลิง เจ้าหน้า อส. ร่วมกันทำความสะอาดขัดล้างถนนอู่ทอง ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร หลังเปิดเมืองให้เล่นน้ำสงกรานต์ที่ผ่านมา

            นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า หลังจากเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาประชาชนมาเล่นน้ำสงกรานต์บริเวณถนนอู่ทอง ตั้งแต่สะพานปรีดี-ธำรง ยาวไปจนถึงสามแยกวัดประสาท ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ตลอด 3 วัน ทำให้มีคราบแป้งดินสอพองตามจุดต่าง ๆ ทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา จึงได้ระดมกำลังทุกภาคส่วนร่วมกันทำความสะอาดในครั้งนี้ตามโครงการ “อยุธยาเมืองสะอาด” ที่เป็นนโยบายหลักของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว  มาเยือนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับความประทับใจกลับไป ซึ่งในขณะนี้ทุกอำเภอได้ดำเนินการปรับภูมิทัศน์และร่วมกันเก็บขยะในพื้นที่รับผิดชอบสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีความสวยงามสมกับการเป็น “อยุธยาเมืองมรดกโลก” (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ชัยนาท ประกอบพิธีเนื่องใน วันคล้ายวันเสด็จสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2566

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคารวิมลคุณากร ศาลากลางจังหวัดชัยนาท นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ศาล ทหาร ตำรวจ นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะ จุดธูปเทียน เครื่องทองน้อย และกล่าวถวายราชสดุดี ถวายความเคารพต่อพระบรมรูปปั้นสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

             สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระคุณอนันต์ต่อแผ่นดินไทย โดยพระองค์ได้ทรงกอบกู้อิสรภาพของประเทศไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับพม่า และนับตั้งแต่สมเด็จพระนเรศวรประกาศอิสรภาพ เป็นต้นมา แม้หงสาวดีจะเพียรพยายามส่งกองทัพเข้ามารบหลายครั้ง แต่ก็ถูกกองทัพของกรุงศรีอยุธยาตีแตกพ่ายไปทุกครั้ง โดยพระองค์ทรงเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 ซึ่งในขณะนั้นมีพระชนมายุได้ 35 พรรษา และได้ทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรไทย ไปอย่างกว้างใหญ่ไพศาล ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ปกครองบ้านเมืองด้วยหลักทศพิธราชธรรม ทำให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขเสมอมา และทรงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 รวมพระชนมายุ 50 พรรษา สิริรวมการครองราชสมบัติ 15 ปี

รองผู้ว่าฯ ลพบุรี นำจิตอาสาพัฒนาเมืองลพบุรี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

            นายวชิระ เกตุพันธุ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนจิตอาสา กว่า 300 คน ร่วมกิจกรรม ทั้งนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงปรีชาสามารถ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว สร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทย อีกทั้ง เป็นการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชน และทุกภาคส่วน ได้ให้ความสำคัญในการรักษาความสะอาด โบราณสถานสำคัญของจังหวัด ตลอดจนเป็นการสร้างความสามัคคี ความรัก ความผูกพัน ความเสียสละ และความรับผิดชอบในการที่จะร่วมกันพัฒนาท้องถิ่น ด้วยการทำความสะอาด เก็บกวาด ปรับภูมิทัศน์ บริเวณพื้นที่พระปรางค์สามยอด บริเวณศาลพระกาฬ และริมทางรถไฟ (กฤษณพงศ์  อยู่รอด – ธนพล  อาภรณ์พงษ์  /  ลพบุรี)

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จัดงานเสวนาสาธารณะ วาระพิเศษ ในหัวข้อ “กรุงเก่าเราเลือกได้”

            รองศาสตราจารย์ ดร.วิณัฎฐา แสงสุข คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้กล่าวถึงทางคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา กำหนดจัดงานเสวนาสาธารณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วาระพิเศษ ตามตามการเลือกตั้ง 2566 จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดอ่างทอง ในหัวข้อ “กรุงเก่าที่เราเลือกได้” นโยบายการเลือกตั้ง 66 กับการพัฒนาอยุธยา”ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 เวลา 13.00-16.00 น. ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

            และในหัวข้อ “อ่างทองที่เราเลือกได้” นโยบายการเลือกตั้ง 66 กับการพัฒนาอ่างทอง” ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 เวลา 13.00-16.00 น. ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อสร้างบรรยากาศในการแสดงออกทางความคิด และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นปัจจุบัน ด้วยบริบทที่กำลังจะเกิดการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 และบทบาทของสถาบันทางการศึกษาต่อการเป็นแหล่งเสริมสร้างองค์ความรู้และการแลกเปลี่ยนบริการวิชาการในสังคม จึงเป็นการเสวนาในบรรยากาศในการแสดงออกทางความคิดด้วย (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีพระนครศรีอยุธยา (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด

            นางสาวปภาวี ด่านชัยวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีพระนครศรีอยุธยา ได้กล่าวว่า ได้เชิญท่านผู้ถือหุ้นทุกท่านของบริษัท เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2566 ในวันที่ 26 เมษายน 2566 เวลา 11.00 น. ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระบบ (Zoom Cloud Meeting) เพื่อพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ รวม 7 วาระ เพื่อพิจารณาการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2565 พิจารณางบดุล งบกำไรขาดทุนของบริษัทฯ ประจำปี 2565 การพิจารณาแต่งตั้งกรรมการของบริษัทฯ พิจารณาอำนาจของกรรมการบริษัทฯ พิจารณาแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีและค่าสอบบัญชี จึงได้เรียนเชิญคณะกรรมการเพื่อเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยลพบุรี (สิงห์บุรี) “มหัศจรรย์เตาเผาแม่น้ำน้อย”

            การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี ขอเชิญเที่ยวงานส่งเสริมการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ “มหัศจรรย์เตาเผาแม่น้ำน้อย” ระหว่างวันที่ 29 เมษายน 2566-1 พฤษภาคม 2566 ณ บริเวณพิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย วัดพระปรางค์ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ภายในงานพบกับกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

            วันที่ 29 เมษายน 2566 : พบกับการแสดง แสง สี เสียง สื่อผสมมิวสิคัล & เบลล์ นิภาดา วันที่ 30 เมษายน 2566 : พบกับกิจกรรม Bike for Fun มหัศจรรย์เตาเผาแม่น้ำน้อย & การประกวดร้องเพลง มหัศจรรย์เตาเผาแม่น้ำน้อย Singing Contest & ศิลปิน ลิเก คอนเสิร์ต เอิร์ธ โฟร์เอส, เต๋า ภูศิลป์, ฮาย ชุติมา, วงดนตรีน้องเมย์มิวสิคแบนด์

            วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 : ลิเกคณะ พรเทพ พรทวี, สนุกสนานกับรำวงย้อนยุค, ศิลปิน กิมกลอย, วงดนตรีแมงมุมแบนด์

            นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้า 0TOP กลุ่มจังหวัดภาดกลางตอนบน มากมาย พร้อมการสาธิตปั้น “ไหสี่หู” โดยปราชญ์ท้องถิ่น สอบถามข้อมูลด้านการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ : ททท.สำนักงานลพบุรี โทร. 0-3677-0096-7 หรือ Facebook Fanpage : ททท.สำนักงานลพบุรี : Tat Lopburi Office สิงห์บุรีเมืองน่าอยู่ #TATLopburi #เที่ยวใกล้เที่ยวง่ายสไตล์ภาคกลาง #Trendy C2ภาคกลาง #เที่ยวเมืองไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม #365วันมหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

กรมทางหลวง สัมมนาสรุปผลขยายทางเลี่ยงเมืองอยุธยาด้านใต้ แก้ปัญหาจราจรติดขัด เติมเต็มโครงข่ายเดินทางให้ประชาชน

            วันที่ 26 เมษายน 2566 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม โรงแรมอยุธยาแกรนด์โฮเต็ล อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เป็นประธานเปิดการประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 3) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจรบนทางหลวงหมายเลข 356 (ทางเลี่ยงเมืองอยุธยาด้านใต้) เพื่อนำเสนอสรุปผลการศึกษาด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และผลการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการประชุมได้แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาประกอบการจัดทำรายงานสรุปผลการศึกษาโครงการให้มีความสมบูรณ์ต่อไป โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วมการประชุม

            การจัดประชุมในครั้งนี้ บริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ ได้นำเสนอสรุปผลการศึกษาเส้นทางโครงการ โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้ สำหรับพื้นที่ศึกษาโครงการมีจุดเริ่มต้นบนทางหลวงหมายเลข 356 กม.0+000 และจุดสิ้นสุดบนทางหลวงหมายเลข 356 กม.9+401 ระยะทาง 9.401 กิโลเมตร โดยมีรูปแบบการพัฒนาโครงการ เป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1. รูปแบบการปรับปรุงทางหลวงโครงการ ดำเนินการขยายเป็น 4 ช่องจราจร โดยบริเวณกม.1+500 ถึง กม.9+400 ออกแบบเป็นเกาะกลางแบบกดเป็นร่อง มีความกว้างของช่องจราจรช่องละ 3.5 เมตร พร้อมไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.5 เมตร และไหล่ทางด้านในกว้าง 1.5 เมตร ส่วนรูปแบบเกาะกลาง บริเวณ กม.0+000-1+500 ออกแบบเป็นเกาะกลางแบบเกาะยก เพื่อให้ความกว้างสอดคล้องกับสะพานยกระดับข้ามทางแยกบ้านกรด 2.รูปแบบจุดตัดทางแยก โดยโครงการมีการพัฒนาจุดตัดทางแยกทั้ง 3 แห่ง ดังนี้

            จุดตัดทางหลวงหมายเลข 356 กับทางหลวงหมายเลข 32 (จุดเริ่มต้นโครงการ) ออกแบบเป็นสะพานยกระดับแบบเชื่อมโดยตรง (Directional Ramp) เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 (ไปกรุงเทพ) สะพานมีขนาด 1 ช่องจราจร ความกว้างสะพาน 8 เมตร ไหล่ด้านนอกกว้าง 2 เมตร และไหล่ทางด้านในกว้าง 1.5 เมตร 2.2 จุดตัดทางหลวงหมายเลข 356 กับทางหลวงหมายเลข 347 (จุดสิ้นสุดโครงการ) ออกแบบเป็นสะพานยกระดับแบบเชื่อมโดยตรง (Directional Ramp) ระดับ 2 ในทิศทางเลี้ยวขวาทั้งสองทิศทาง มีความกว้างของสะพานขนาด 1 ช่องจราจร กว้าง 8 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2 เมตร และไหล่ทางด้านในกว้าง 1.5 เมตร 2.3 จุดตัดทางหลวงหมายเลข 356 กับถนนเทศบาลเมืองบ้านกรด ออกแบบเป็นสะพานยกระดับ (Flyover) ข้ามทางแยกและข้ามคลองบ้านกรด สะพานมีขนาด 2 ช่องจราจร ความกว้างช่องจราจร 3.5 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 3.5 เมตร และไหล่ทางด้านในกว้าง 1.5 เมตร โดยจุดตัดทางแยกทั้ง 3 แห่ง ออกแบบโครงสร้างเป็นรูปแบบ สะพานคอนกรีตอัดแรงรูปกล่องใช้ชิ้นส่วนหล่อสำเร็จ (Precast Segmental Box Girder) เพื่อลดระยะเวลาในการก่อสร้างและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ 3.โครงสร้างสะพาน มีรูปแบบการพัฒนาดังนี้ 3.1.สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา (สะพานเกาะเรียน) ออกแบบโครงสร้างสะพานเป็นรูปแบบสะพานคานยื่นสมดุล (Balance Cantilever) โดยปรับปรุงและออกแบบสะพานเพิ่ม 1 สะพานขนาด 2 ช่องจราจร ความกว้างช่องจราจรละ 3.5 เมตร พร้อมไหล่ทางด้านนอกกว้าง 3.5 เมตร และไหล่ทางด้านในกว้าง 1.5 เมตร พร้อมทั้งทางเท้ากว้าง 2.5 เมตร

            3.2.สะพานข้ามทางรถไฟ ออกแบบโครงสร้างสะพานใหม่เป็นสะพานคอนกรีตอัดแรงแบบหล่อในที่ (Prestressed Concrete Bridge Slab) หนา 1.2 เมตร ความสูงไม่น้อยกว่า 5 เมตร โครงสร้างส่วนล่างของสะพานออกแบบเป็นเสาเดี่ยว 3.3.สะพานข้ามคลองสาธารณะ กม.ที่ 7+000 ออกแบบสะพานข้ามคลองสาธารณะ ขนาด 2 ช่องจราจร กว้างช่องจราจรละ 3.5 เมตร พร้อมไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.5 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.5 เมตร และทางเท้ากว้าง 2.5 เมตร มีจุดกลับรถขนาดเล็กบริเวณใต้สะพานและเชื่อมถนนท้องถิ่นเดิม

            ทั้งนี้ ที่ปรึกษาโครงการฯ มีแนวคิดการออกแบบและพัฒนาพื้นที่ให้มีความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น เพื่อให้มีความโดดเด่นและเป็นจุดสังเกต (Land Mark) ซึ่งแบ่งลักษณะการใช้งานของแต่ละพื้นที่เป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1.บริเวณใต้สะพานติดแม่น้ำเจ้าพระยา 2.บริเวณราวสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 3.บริเวณจุดตัดแยกบ้านกรด 4.บริเวณแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 32 อีกทั้งได้เตรียมกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ครอบคลุมทั้งในระยะเตรียมการก่อสร้างและระยะก่อสร้าง อาทิเช่น กำหนดขอบเขตแนวเส้นทางโครงการให้ชัดเจน จำกัดขอบเขตพื้นที่ก่อสร้างให้น้อยที่สุด เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ใช้ทาง หรือการติดตั้งกำแพงกันเสียงชั่วคราว ณ บริเวณพื้นที่อ่อนไหว เป็นต้น (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

นายกนครปากเกร็ด พร้อมคณะฯ จัดงานวันเทศบาล ประจำปี 2566

            วันที่ 24 เมษายน 2566 ณ สำนักงานเทศบาลนครปากเกร็ด นายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด เป็นประธานในพิธีและอ่านสารจาก พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องในในโอกาส “วันเทศบาล” ประจำปี 2566

            โดย เทศบาลนครปากเกร็ด จัดพิธีสักการะพระพรหม บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิธีทำบุญ ถวายภัตตาหารพระสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับบุคลากรของเทศบาลฯ พร้อมนี้ได้มีพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณบุคลากรดีเด่นของเทศบาล ประจำปี 2566 เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่บุคคลที่ได้รับมอบ โดยมี คณะผู้บริหารเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และพนักงานร่วมพิธี ซึ่งกิจกรรม “วันเทศบาล” จัดขึ้นเพื่อให้พนักงานเทศบาล และทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของบทบาท และหน้าที่ในการอำนวยความสะดวก เป็นผู้ให้บริการแก่ประชาชน รวมถึงตระหนักถึงความสำคัญของการปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบเทศบาล (สมคิด-สมนึก ลือประดิษฐ / นนทบุรี)

ดร.นารถ วาจาวุทธ นายกสมาคมผู้ปกครอง/ดร.แสงระวี วาจาวุทธ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาฯ จัดงานสืบสานประเพณีวันสงกรานต์ ปี 2566

             ที่ บริษัทสยามสระบุรีค้าเหล็ก ถนนสุดบรรทัด ตำบลปากเพรียว อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ดร.นารถ วาจาวุทธ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอนุบาลสระบุรี  คณะกรรมการศึกษาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนเสาไห้วิมลวิทยานุกูล ดร.แสงระวี วาจาวุทธ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลสระบุรี (อดีต) ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิจ (กรุงเทพ) จัดงานสืบสานประเพณี รดน้ำดำหัวขอพรเนื่องในวันประเพณี ”สงกรานต์” ปี 2566

           โดยมี พล.ท.ธงชัย เจิมเจิดพล (อดีต) ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า นายปฐมเกียรติ ไชยคำ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา สระบุรี เขต 1 นายอิทธิรงค์ ปานะถึก ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสระบุรี ผู้บริหารสถาน/คณะครู อาจรย์ จากโรงเรียนราชวินิจ กรุงเทพฯ, โรงเรียนวัดมหาบุศร์,โรงเรียนเสาไห้ (วิมลวิทยานุกูล,โรงเรียนวัดโนนสภาราม, นายปริญญา วันทา นายกสมาคมโรงเรียนสวนกุหลาบ (สระบุรี) แขกผู้มีเกียรติ บุคลากรในแวดวงการศึกษา นักธุรกิจ รวมถึง นายปรพล อดิเรกสาร ผู้สมัคร ส.ส.สระบุรี เขต 1 ได้ ร่วมรดน้ำขอพรฯ และแจกบัตรแนะนำตัวกับผู้มาร่วมในงานเป็นจำนวนมากด้วย

        บรรยากาศ นอกจากพิธีรดน้ำดำหัวขอพรแล้ว (ครอบครัว) ได้ จัดเค้กเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของ ดร.นารถ/ดร.แสงระวี วาจาวุทธ ที่ให้ทั้ง 2 ท่านได้เฉลิมฉลอง ท่ามกลาง บุตร-หลาน และผู้มีเกียรติ ร่วมอวยพรด้วย

         ที่พิเศษกว่านั้น ในปีนี้ โรงเรียนเสาไห้ (วิมลวิทยานุกูล) ได้นำ วงดนตรีลูกทุ่งโรงเรียนเสาไห้ฯ ซึ่งผ่านเวทีประกวดในรายการ “ชิงช้าสวรรค์” ทางช่องเวิร์คพอยท์ มาโชว์ทำการแสดงให้ความสำราญแก่ ดร.นารถ/ดร.แสงระวี วาจาวุทธ พร้อมแขกผู้มีเกียรติได้รับชมด้วย (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

จังหวัดปทุมธานี ประชุมคณะอนุกรรมการประกันสังคมจังหวัดปทุมธานี ครั้งที่ 2/2566

            วันที่ 25 เมษายน 2566 เวลา 13.00 น. ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดปทุมธานี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการประกันสังคมจังหวัดปทุมธานี ครั้งที่ 2/2566 โดยที่ประชุมมีการพิจารณาวินิจฉัยกรณีทุพพลภาพของผู้ประกันตน จำนวนรวม 7 ราย  และสำนักงานประกันสังคมจังหวัดปทุมธานี รายงานสถานการณ์ภายในจังหวัดปทุมธานี ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2566 พบว่ามีสถานประกอบการเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2566 จาก 19,784 แห่ง เป็น 19,969 แห่ง มีผู้ประกันตนตาม ม.33, ม.39, และ ม.40 รวม 904,294 ราย โดยมีจำนวนผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพเพิ่มขึ้นจาก 755 ราย เป็น 775 มีหนี้ค้างชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ณ วันที่ 5 เม.ย. 66 มีจำนวน 154.09 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.18 โดยลดลง 0.56 ล้านบาท จากวันที่ 5 มี.ค. 2566 นอกจากนี้ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 65-31 มี.ค. 66 ยังสามารถดำเนินการขยายความคุ้มครองผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้อีก 1,371 ราย (แสงกฤช – ประสิทธิ์ จิตสว่าง / ปทุมธานี)