สำหรับความเคลื่อนไหวดังกล่าว ลาสโซ ซึ่งปฏิเสธว่า ไม่ได้กระทำผิดใด ๆ ใช้อำนาจของประธานาธิบดียุบสภาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเอกวาดอร์ ภายใต้รัฐธรรมนูญของประเทศ

หลังจากนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งของเอกวาดอร์ ต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไป ภายใน 3 เดือน ทั้งในส่วนของสมาชิกสภาคองเกรสและประธานาธิบดี ซึ่งผู้ชนะการเลือกตั้ง จะได้ทำหน้าที่ตามวาระที่เหลืออยู่ของเจ้าหน้าที่ชุดก่อน หรือจนกว่าจะถึงเดือน พ.ค. 2568

อนึ่ง ลาสโซสามารถเลือกที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ โดยในระหว่างนี้ เขายังคงอยู่ในตำแหน่งผู้นำเอกวาดอร์ และสามารถปกครองโดยกฤษฎีกา ในประเด็นทางเศรษฐกิจ และการบริหารราชการแผ่นดิน นานถึง 6 เดือน ภายใต้การตรวจสอบโดยศาลรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม การยุบสภาของลาสโซ อาจทำให้ความวุ่นวายทางการเมืองของเอกวาดอร์ ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และอาจจะก่อให้เกิดการประท้วง ดังที่นักวิจารณ์หลายคนชี้ว่า ลาสโซกำลังจะถูกขับไล่อยู่แล้ว

Al Jazeera English

แม้ว่าลาสโซจะได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังติดอาวุธ แต่สมาพันธ์กลุ่มชนพื้นเมืองที่มีอำนาจ ซึ่งเกือบทำให้เอกวาดอร์ชะงักงัน ด้วยการประท้วงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประณามความเคลื่อนไหวของเขา

ทั้งนี้ การกระทำของลาสโซถือว่าถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2551 ของเอกวาดอร์ มอบอำนาจแก่ประธานาธิบดีในการยุบสภา และสั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ซึ่งตัวเลือกนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อลัดวงจรช่วงเวลาของการหยุดชะงักทางการเมืองที่ยืดเยื้อ

ฝ่ายนิติบัญญัติกล่าวหาว่า ลาสโซไม่ดำเนินการแทรกแซงเพื่อยุติสัญญาที่ถูกกล่าวหาว่าฉ้อฉล ระหว่าง “โฟลตา ปิโตรเลรา เอกวาโทเรียนา” ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งน้ำมันของรัฐ กับ “แอมะซอนาส แทงเกอร์ส” ที่เป็นบริษัทเอกชน

แม้ไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ส่วนตัวใด ๆ ที่ได้รับจากสัญญา แต่ฝ่ายนิติบัญญัติกล่าวหาว่า ลาสโซรู้ว่ามันเต็มไปด้วยความผิดปกติ และข้อตกลงข้างต้นทำให้รัฐต้องสูญเสียเงินหลายล้านดอลลาร์

กระนั้น ลาสโซให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และชี้ว่า สัญญาฉบับนี้ มีมาก่อนที่จะเขาจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งมันทำให้รัฐวิสาหกิจประสบปัญหาขาดทุน 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 206 ล้านบาท) ทว่าภายใต้การการดูแลของเขา รัฐวิสาหกิจสามารถทำกำไรได้มากถึง 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,200 ล้านบาท)

ก่อนที่ลาสโซประกาศยุบสภา ฝ่ายค้าน ซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส เปิดการอภิปรายเมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมถอดถอนลาสโซออกจากตำแหน่ง ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัตินำเสนอสิ่งที่พวกเขาอธิบายว่า เป็น “หลักฐานที่หักล้างไม่ได้” ของความผิดปกติในสัญญาการขนส่งน้ำมัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น การยุบสภาสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ และพรรคสังคมคริสเตียนได้ดำเนินการเช่นนั้นแล้ว โดยโต้แย้งว่า ไม่มีเหตุอันใดให้ยุบสภา อย่างไรก็ดี ศาลเอกวาดอร์มักจะใช้เวลานาน ในการพิจารณาคดี.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES