ผู้ว่าฯ อยุธยา เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลเจริญอายุวัฒนมงคล พระราชสิทธิโสภณฯ ครบ 74 ปี และรับมอบรถพยาบาลและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้แก่โรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดอ่างทอง

วันที่ 29 พฤษภาคม 2566 เวลา 12.19 น. ที่วัดตูม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระราชสิทธิโสภณ เจ้าคณะอำเภอผักไห่ เจ้าอาวาสวัดตูม พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นายเดชาธร เชาว์เลขา นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และศิษยานุศิษย์ ร่วมแสดงมุทิตาจิต ในการพิธีบำเพ็ญกุศลเจริญอายุวัฒนมงคล พระราชสิทธิโสภณฯ ครบ 74 ปี และรับมอบรถพยาบาลและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้แก่โรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดอ่างทอง

โดย พระราชสิทธิโสภณ ได้ให้ความอุปถัมภ์ในการทำบุญอายุวัฒนมงคลครบ 74 ปี จากคณะศิษย์และผู้มีจิตศรัทธาร่วมในการทำบุญในครั้งนี้ รวม 2 รายการ ซึ่งได้ทำพิธีมอบรถพยาบาลพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวน 2 คัน ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลผักไห่ และโรงพยาบาลเสนา รวมทั้งมอบเครื่องฟอกไต เครื่องผ่าตัดต่อมลูกหมากและนิ่ว และเครื่องกายภาพบำบัด แก่โรงพยาบาลผักไห่ และโรงพยาบาลอ่างทอง จากนั้น พระราชสิทธิโสภณ ได้มอบคติธรรมให้แก่ผู้มาร่วมพิธีความว่า ชีวิตทุกชีวิตอยู่ในกฎความไม่เที่ยง ไม่นานนักก็จะดับไปเป็นธรรมดา ควรจะขวนขวายเพื่อประโยชน์เกื้อกูล ตราบเท่าที่กายนี้ยังไม่ดับ

พระราชสิทธิโสภณ เป็นพระเถระที่มีเมตตาจิตสาธารณะ ยึดมั่นในกุศลจริยาสัมมาปฏิบัติอุทิศตนปฏิบัติศาสนกิจเพื่อสังคม ประเทศชาติ และพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง จึงได้รับแต่งตั้งจากเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการเผยแผ่ของคณะสงฆ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยใช้วัดเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน เพื่อช่วยประชาชนให้สามารถช่วยเหลือตนเองในด้านต่างๆ ได้ตามสมควร ตามกรอบการดำเนินงานที่กำหนดไว้ 8 ด้าน คือ ด้านสุขภาพอนามัย ด้านกตัญญูกตเวทิตาธรรม และด้านสามัคคีธรรม เป็นต้น โดยเฉพาะด้านสุขภาพอนามัย ประชาชนประจำตำบลที่พระเดชพระคุณรับผิดชอบในภาพรวมของคณะสงฆ์ พระเดชพระคุณได้ร่วมกับพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตตั้งมั่น ประกอบด้วย กตัญญูและกตเวทิตาธรรม อุปถัมภ์บริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ และงานสงเคราะห์อื่นๆ ให้แก่โรงพยาบาลที่ขาดแคลน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 ถึงปัจจุบัน ระยะเวลาที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องยาวนานกว่า 54 ปี รวมให้ความอุปถัมภ์บริจาคแล้ว จำนวน 651,702,086 บาท (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ผู้ว่าฯ ขอบคุณคณะกรมการและหัวหน้าส่วนราชการ ที่ร่วมขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเตรียมการรับเสด็จ สมเด็จพระสังฆราช และต้อนรับ นายกรัฐมนตรีศรีลังกา เนื่องในวันวิสาขบูชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 18

วันที่ 29 พฤษภาคม 2566 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมอโยธยา ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะกรมการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 52566 โดยมี คณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานและติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลและในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านการบริหารจัดการ และด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยวาระก่อนการประชุม ประธานฯ ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณให้นักกีฬาที่ทำชื่อเสียงให้กับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จากนั้น ประธานฯ ได้นำเข้าสู่วาระการประชุมเพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล และการแก้ไขปัญหาสำคัญในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในแต่ละด้าน ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ การรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ทุกหน่วยงาน ทุกองค์กร ประชาชน ไม่ทิ้งขยะ เพื่อขับเคลื่อนโครงการอยุธยาเมืองสะอาดอย่างต่อเนื่อง ด้านเศรษฐกิจ อาทิ ขอให้ทุกหน่วยเร่งรัดการก่อหนี้ผูกพันและดำเนินการให้เป็นไปตามแผน ที่ความคืบหน้าการใช้จ่ายงบประมาณ ด้านการบริหารจัดการ การควบคุมป้องกันการแพร่ระบาด การบริหารจัดการวัคซีน พบว่า สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ปัจจุบัน พบผู้ติดเชื้อสูงขึ้น จึงขอให้ประชาชนเข้ารับวัคซีนฟรีได้ทุกโรงพยาบาล 1 เข็ม ต่อ 1 ปี (สำหรับผู้ที่เคยผ่านการฉีดวัคซีน)

นอกจากนี้ ขอประชาสัมพันธ์การเตรียมการรับเสด็จ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และต้อนรับการเยือนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างเป็นทางการ ของท่านนายกรัฐมนตรีศรีลังกา เนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 18 พ.ศ. 2566 ในวันที่ 1 มิถุนายน 2566 จึงขอเชิญชวนหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมต้อนรับและเป็นเจ้าบ้านที่ดี และเชิญร่วมพิธีเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในวันที่ 3 มิ.ย. 66 โดยพร้อมเพรียงกัน (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

หน่วยแพทย์พระราชทานโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดหน่วยแพทย์บริการ ณ วัดหนองผักหนอก ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เปิดเผยว่า ด้วย ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ทรงพระกรุณาโปรดให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดหน่วยแพทย์พระราซทานโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เนื่องในวันสำคัญแห่งราชวงศ์จักรี ประจำปี 2566 เพื่อให้บริการด้านการแพทย์แก่ประชาชน พร้อมมอบกระเป๋ายาพระราชทาน จำนวน 200 ชุด ในวันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน 2566 เวลา 09,30 น. ณ วัดหนองผักหนอก ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

พิธีเริ่มในเวลา 09.30 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีเดินทางถึง ณ วัดหนองผักหนอก จังหวัดสระบุรี ประธานในพิธี เข้าสู่บริเวณพิธี เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ ถวายความเคารพพระรูป สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี รับกระเป๋ายาพระราชทาน หน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวถึงความห่วงใย และกล่าวเปิดงาน จากนั้นร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการฯ ในพื้นที่ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน และเยี่ยมชมการให้บริการหน่วยแพทย์โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เยี่ยมบ้านคนไข้ติดเตียง จำนวน 3 ราย (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

อำเภอบางใหญ่จัดงานบางใหญ่แฟร์และงานกาชาดอำเภอบางใหญ่ ประจำปี 2566

วันที่ 27 พฤษภาคม 2566 เวลา 19.00 น. ที่บริเวณลานศูนย์บริการภาครัฐเบ็ดเสร็จอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมนางสุนิชฌาน์ ทองแย้ม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานเปิดงานบางใหญ่แฟร์และงานกาชาดอำเภอบางใหญ่ ประจำปี 2566 เพื่อนำรายได้ช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้เปราะบาง และส่วนหนึ่งก็จะนำไปเป็นทุนการศึกษาให้กับเยาวชน

สำหรับไฮไลต์ในปีนี้ก็จะเป็น ทุเรียนนนท์ ได้รับการสนับสนุนทุเรียนนนท์ พันธุ์หมอนทอง มาบริจาคจำนวน 18 ลูก ลูกละประมาณ 2 กิโลกรัม ราคา 2,500 บาท โดยผู้มาร่วมงานต้องร่วมทำบุญโดยการตักมัจฉา (ไข่) ในบ่อน้ำราคาเบอร์ละ 20 บาท ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลทุเรียนนนท์ จะได้รับคูปอง 1 ใบ เพื่อนำไปตัดลูกทุเรียนจากสวนโดยตรง เพราะทุเรียนนนท์ของแท้ต้องตัดจากต้น ขอให้พี่น้องประชาชนเดินเที่ยวงาน “บางใหญ่แฟร์และงานกาชาดอำเภอบางใหญ่” ให้สบายใจ อาจจะมีติดขัดบ้าง แต่ก็จะพยายามให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด สุดท้ายนี้ ขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวอำเภอบางใหญ่ และอำเภอใกล้เคียง มาเที่ยวชมงาน ”บางใหญ่แฟร์และงานกาชาดอำเภอบางใหญ่” ได้ตั้งแต่วันที่วันที่ 26 พ.ค.-4 มิ.ย. 66 “เราช่วยกาชาด กาชาดช่วยเรา (สมคิด – สมนึก ลือประดิษฐ / นนทบุรี)

ผู้ว่าฯ อยุธยา ชื่นชมนักกีฬา พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณ เพื่อแสดงความขอบคุณที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 ณ ห้องประชุมอโยธยา ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ว่าฯ อยุธยา ชื่นชมนักกีฬา พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณ เพื่อแสดงความขอบคุณที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 ณ ห้องประชุมอโยธยา ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

ผู้ว่าฯ อยุธยา เปิดงาน “ครบรอบ 86 ปี ของดีเมืองเสนา ประจำปี 2566”

ช่วงค่ำของวันที่ 27 พฤษภาคม 2566 นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดงาน “ครบรอบ 86 ปี ของดีเมืองเสนา ประจำปี 2566” โดยมี นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางอมรรัตน์ กรึงไกร นายอำเภอเสนา นายชัยธวัฒน์ โอภาสสุวรรณ นายกเทศมนตรีเมืองเสนา รองนายกเทศมนตรีเมืองเสนา สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมงานฯ

นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร กล่าวว่า การจัดงาน “ครบรอบ 86 ปี ของดีเมืองเสนา ประจำปี 2566” เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างรายได้ให้กับภาคประชาชนและภาคเอกชน และยังเป็นการประชาสัมพันธ์ของดีเมืองเสนาให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง การจัดงานในครั้งนี้ ยังเป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นการนำร่องให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อการดำเนินงาน การจัดทำกิจกรรมสาธารณะตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

ด้าน นายชัยธวัฒน์ โอภาสสุวรรณ นายกเทศมนตรีเมืองเสนา เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองเสนา ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน กำหนดจัดงาน “ครบรอบ 86 ปี ของดีเมืองเสนา ประจำปี 2566” ขึ้นระหว่างวันที่ 26 พ.ค.-4 มิ.ย. 2566 ณ บริเวณเทศบาลเมืองเสนา ภายในงานมีจัดร้านจำหน่ายสินค้า OTOP ร้านอาหารและเครื่องดื่ม สวนสนุก และมหกรรมคอนเสิร์ตให้ชมฟรีตลอดงานอีกด้วย (เผอิญ -วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

สถานการณ์ยาเสพติดในจังหวัดสระบุรียังคงมีปัญหาการแพร่ระบาดในทุกอำเภอและเป็นพื้นที่ลำเลียงผ่าน

วันที่ 29 พฤษภาคม 2566 ที่ห้องประชุมพระพุทธบาท ศาลากลางจังหวัดสระบุรี นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดสระบุรี โดยสำนักงาน ปปส.ภาค 1 รายงานว่า สถานการณ์และแนวโน้มปัญหาในพื้นที่จังหวัดสระบุรียังคงมีปัญหาการค้าแพร่ระบาดในทุกอำเภอ โดยเฉพาะอำเภอเมืองสระบุรี และอำเภอแก่งคอย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และยังเป็นพื้นที่ลำเลียงผ่านยาเสพติดให้แก่ผู้รับมอบยาเสพติด

ในช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมาสามารถจับกุมยาบ้าได้มากถึง 8.8 ล้านเม็ด พบความเชื่อมโยงการซื้อขายทั้งในและนอกพื้นที่และพบว่าคนสระบุรีเข้าไปมีส่วนในการลำเลียงให้กับกลุ่มการค้าในพื้นที่ภาคใต้ มีตัวยาที่ระบาดในพื้นที่ได้แก่ ยาบ้า ไอซ์ ยาอี และเคตามีน ด้านตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี รายงานผลการจับกุม ปี 2566 จำนวน 1,907 ราย ผู้ต้องหา 1,940 คน ของกลางยาบ้า 13,907,630 เม็ด ไอซ์ 900,124.09 กรัม เคตามีน 12.07 กรัม เอ็กซ์ตาซี 18 เม็ด ตรวจยึดทรัพย์สิน มูลค่าประมาณ 12,383,020 บาท สำหรับการป้องกันและแก้ไขในกลุ่มเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา หน่วยงานสถานศึกษาได้ร่วมกันวางแผนการป้องกันและแก้ไขโดยเน้นย้ำให้กำกับดูแลพฤติกรรมนักเรียนกลุ่มเสี่ยงและบริเวณจุดเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งภายในและนอกสถานศึกษา ให้ทุกหน่วยกำชับแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับกัญชาหรือกัญชงในสถานศึกษาอย่างเข้มงวด (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ประธานเปิดโครงการพัฒนาผู้นำเยาวชนสร้างชาติ (นสช.)

วันที่ 26 พฤษภาคม 2566 เวลา 09.00 น. นายอดิเทพ กมลเวชช์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานพิธีเปิดโครงการอบรมพัฒนาผู้นำเยาวชนสร้างชาติ (NBI – Youth) จังหวัดปทุมธานี โดยมี คุณอมรรัตน์ เจริญเมืองเพรียว ประธานนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ (นสช.) รุ่นที่ 12 คณะผู้บริหารโรงเรียน หัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายชมรมเยาวชนสร้างชาติ ทั้ง 45 แห่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมโครงการ ณ โรงเรียนปทุมวิไล อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี

โครงการอบรมพัฒนาผู้นำเยาวชนสร้างชาติ (NBI-Youth) จังหวัดปทุมธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเยาวชนให้เรียนรู้การเป็นผู้นำ การบริหารจัดการ และด้านคุณธรรมตามหลักสูตรของสถาบันการสร้างชาติ รวมถึงให้เยาวชนได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ จากโรงเรียนอื่น และเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิด พัฒนาต่อยอดให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ และเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความเป็นเอกภาพในการทำงานระหว่างสถาบันการสร้างชาติ นักศึกษาหลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ หรือ นสช. ด้วย (แสงกฤช – ประสิทธิ์ จิตสว่าง / ปทุมธานี)

ชัยนาท จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณเขาขยาย ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท นางสาวชไมพร อำไพจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย อัยการ ทหาร ตำรวจ ปลัดจังหวัดชัยนาท ส่วนราชการ นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสา ร่วมกันดูแลรักษาร่วมกันรดน้ำต้นไม้ในพื้นที่เขาขยาย โดยการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และฟื้นฟูเขาขยายที่แห้งแล้ง ให้กับมาสมบูรณ์

ทั้งนี้ ประชาชนจิตอาสาจังหวัดชัยนาท ล้วนซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยมีพระราชกรณียกิจสำคัญต่างๆ ประกอบด้วย ด้านการปกครอง โปรดให้ตั้งสภากรรมการองคมนตรี ทรงตรากฎหมายเพื่อควบคุมการค้าขายที่เป็นสาธารณูปโภคและการเงิน ระบบเทศบาล ด้านการศาสนา การศึกษา ประเพณีและวัฒนธรรม พระองค์โปรดให้สร้างหอพระสมุด ทรงปฏิรูปการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ มีการปรับปรุงการศึกษาจนยกระดับมาตรฐานถึงปริญญาตรี ทรงตั้งราชบัณฑิตยสภา โปรดให้จัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับพิมพ์อักษรไทยสมบูรณ์ ชื่อว่า “พระไตรปิฎกสยามรัฐ” เป็นต้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2536 เนื่องในวโรกาสฉลองวันพระบรมราชสมภพครบ 100 ปี (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

อยุธยาจัดระดมความเห็น ภาครัฐ เอกชน และประชาชน ร่วมพัฒนาจังหวัด 20 ปี

นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันกับบุคคล เกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด 20 ปี ภายใต้โครงการจัดทำเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 20 ปี (พ.ศ. 2566-2585) จัดโดยสำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อร่วมกันระดมความคิดเห็นเชื่อมโยงบูรณาการทั้งระบบ ขับเคลื่อนพัฒนาทุกพื้นที่ในจังหวัดให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จาก 16 อำเภอในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน ณ ชั้น 2 The Hall ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

อุทัยธานี จัดกิจกรรม “Uthai Wonderland” ช้อป ชิม กิน เที่ยว ภายใต้โครงการ 1 เมืองท่องเที่ยว 1 ประสบการณ์ท้องถิ่น และกิจกรรม “ปั่น แล เขื่อน สะสม CCC”

เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้ (28 พ.ค. 2566) นายพีระพล ตัณฑโอภาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “Uthai Wonderland” ช้อป ชิม กิน เที่ยว ภายใต้โครงการ 1 เมืองท่องเที่ยว 1 ประสบการณ์ท้องถิ่น (One Destination, One Local Experience) และเป็นประธานปล่อยตัวนักปั่นจักรยาน จำนวนกว่า 200 คน ในกิจกรรม “ปั่น แล เขื่อน สะสม CCC” จังหวัดอุทัยธานี โดยมี นางลฎาภา หิรัญวัฒนะกุล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุทัยธานี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม

โดยการจัดกิจกรรม “Uthai Wonderland” ช้อป ชิม กิน เที่ยว ภายใต้โครงการ 1 เมืองท่องเที่ยว 1 ประสบการณ์ท้องถิ่น (One Destination, One Local Experience) เป็นการนำ Soft Power ของจังหวัดอุทัยธานี มาเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในจังหวัดอุทัยธานีให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในจังหวัดอุทัยธานี เปิดประสบการณ์และเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ สัมผัสวิถีชีวิตเอกลักษณ์ วัฒนธรรมของชาวจังหวัดอุทัยธานี ก่อให้เกิดการพักค้างและใช้จ่ายเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้แก่ภาคบริการ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี

ซึ่งภายในงานมีนิทรรศการต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึง Soft Power ของจังหวัดอุทัยธานี ได้แก่ ผ้าทอบ้านโคกหม้อ อำเภอทัพทัน อาหาร GI ปลาแรด บ้านสวนลูกแชมป์, สาธิตการทำขนมหวาน งานฝีมือจากศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ และศิลปะการแสดง เซิ้งกระสวย การแสดงดนตรีไทยจากโรงเรียนอุทัยวิทยาคม รวมถึงการปั่นจักรยาน ในกิจกรรม “ปั่น แล เขื่อน สะสม CCC” จังหวัดอุทัยธานี อีกด้วย (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

รองผู้ว่าฯ ลพบุรี พร้อมหน่วยงาน เร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแหล่งน้ำสาธารณะ

นายวชิระ เกตุพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดโครงการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแหล่งน้ำสาธารณะในเขตเทศบาลเมืองลพบุรี ประจำปี 2566 โดยมี นายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี นางชนิตตา แสงพลบ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดลพบุรี นายวิรพัฒน์ อ่อนสุระทุม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร เจ้าหน้าที่ศิลปากรที่ 4 และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 150 คน ที่คลองสายบัว ถนนราชเดโช ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

กฟผ.คว้า 4 รางวัลสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ ITEX 2023 แสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมของคนไทย

ระหว่างวันที่ 11-13 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำทีมโดย ฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม (อวน.) พร้อมทีมนักประดิษฐ์โรงไฟฟ้าวังน้อย และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงผลงานร่วมกับนักวิจัยและนักประดิษฐ์จากทั่วโลกกว่า 500 ผลงาน ในเวทีที่สำคัญระดับนานาชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “The 34th International Invention, Innovation & Technology Exhibition” (ITEX 2023) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเชีย รวมทั้งได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูตไทยประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เข้าเยี่ยมชมบูทจัดแสดงนิทรรศการของ กฟผ. ด้วย

ทั้งนี้ กฟผ. ได้ส่งผลงานการประดิษฐ์คิดค้นที่ได้รับรางวัลชมเชย จากการประกวดผลงานที่คิดค้นหรือสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์แก่ กฟผ. ประจำปี 2565 จำนวน 3 ผลงาน เข้าร่วมประกวดในเวทีดังกล่าว โดยได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 4 รางวัล ดังนี้ รางวัล Gold Medal 1 รางวัล รางวัล Silver Medal 2 รางวัล นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลพิเศษจากสมาคมส่งเสริมการประดิษฐ์แห่งสาธารณรัฐเกาหลี (Korea Invention Promotion Association: KIPA) 1 รางวัล

สำหรับรางวัล Gold Medal ได้จากผลงาน Water Solution Drone การบริการตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติโดยอากาศยานไร้คนขับ อวน. โรงไฟฟ้าวังน้อย (อฟว.) ที่สามารถตรวจวัดอุณหภูมิ ค่าความเป็นกรดด่าง (pH) ค่าการนำไฟฟ้าของน้ำ (Conductivity) ค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (Dissolved Oxygen) แบบ Real-time และเก็บตัวอย่างน้ำอัตโนมัติสำหรับวิเคราะห์คุณภาพของน้ำก่อนปล่อยสู่ภายนอกเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (ชาญ ชูกลิ่น / อยุธยา)

อำเภอโคกเจริญพร้อมวัดโพธิ์ทอง สืบสานประเพณี “บุญบั้งไฟโคกเจริญ” ลพบุรี

พระครูโสภณภาวนานุสิฐ (หลวงพ่อเจียง) เจ้าอาวาสวัดป่าโพธิ์ทอง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกเจริญ เป็นประธานเปิดงานสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ อำเภอโคกเจริญ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี

งานประเพณีบุญบั้งไฟ ของชาวอำเภอโคกเจริญ ได้ปฏิบัติเป็นประเพณีประจำของทุกปี เป็นงานบุญบั้งไฟแห่งเดียวในภาคกลาง นิยมจัดเดือน 6 ของทุกปี ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวไทยอีสานที่ว่า การจุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นการบูชาพญาแถน เทพเจ้าแห่งฟ้าฝน เมื่อพญาแถนได้รับทราบจะบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารเจริญงอกงาม อุดมสมบูรณ์ ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข และเป็นงานประเพณีที่แสดงออกถึงความเชื่อ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมา เป็นการอนุรักษ์ ส่งเสริม สืบทอดวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น เพื่อความสนุกสนาน รื่นเริง และแสดงออกถึงความสมัครสมานสามัคคีของชาวอำเภอโคกเจริญ ที่ได้ร่วมกันรักษาประเพณีอันดีงามให้คงไว้ การจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟอำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี ยังคงรูปแบบของขบวนแห่ที่สวยงาม โดยชาวบ้านจะตกแต่งขบวนรถแห่บั้งไฟอย่างสวยงามวิจิตรตระการตา และเคลื่อนขบวนจากบริเวณที่ว่าการอำเภอโคกเจริญ ผ่านเส้นทางตลาด ร้านค้า และหมู่บ้าน ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ไปยังวัดโคกเจริญ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน

กิจกรรมประกอบด้วย การประกวดแห่เซิ้งบั้งไฟ และประกวดขบวนแห่บั้งไฟ การจุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งถือเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญ ที่แสดงถึงความเป็นชาติพันธุ์มาแต่ช้านาน นอกจากนั้นยังเป็นการแสดง ให้เห็นถึงความรัก ความสามัคคี ความร่วมมือร่วมใจ ซึ่งก่อให้เกิดความสนุกสนาน รื่นเริงเป็นอย่างดี (กฤษณพงศ์ อยู่รอด ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

โรงเรียนอนุบาลสิงห์บุรี วางมาตรการป้องกันโควิด-19 รอบใหม่เข้มข้นมากขึ้น เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 รอบใหม่เพิ่มมากขึ้นหลังจากเปิดเทอม

ปัจจุบัน โรงเรียนอนุบาลสิงห์บุรี พบบุคลากรและนักเรียนติดเชื้อโควิด-19 ไม่มากนัก สามารถรับมือได้ นางศรีรัตน์ บัวใหญ่ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสิงห์บุรี พร้อม คณะครู จึงวางมาตรการป้องกันโควิด-19 รอบใหม่ในสถานศึกษาเข้มข้นมากขึ้น โดยดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้นักเรียนตั้งแต่หน้าเสาธงก่อนเข้าห้องเรียน ให้เด็กสวมหน้ากากตลอดเวลา ก่อนเข้าชั้นเรียนก็ต้องมีการล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ และตรวจวัดอุณหภูมิ อยู่ในห้องเรียนก็ต้องรักษาความสะอาด ภายในบริเวณโรงเรียนก็จะมีจุดต่างๆ สำหรับให้นักเรียนได้ล้างมือเพื่อรักษาความสะอาดอย่างเข้มงวด ซึ่งโรงเรียนได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลสิงห์บุรี และสาธารณสุขอำเภอเมืองสิงห์บุรี คัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19 ถ้าหากพบผู้ติดเชื้อให้หยุดเรียนทันที และหากในห้องพบผู้ติดเชื้อเกินกว่า 30% ให้นักเรียนทั้งห้องหยุดเรียนเพื่อทำความสะอาดห้องเรียนทันที

ขอให้ผู้ปกครองเชื่อมั่นในมาตรการป้องกันโควิด-19 เพราะครูทุกชั้นเรียนให้ความรู้และติดตามนักเรียนในการป้องกันโควิด-19 อยู่ตลอด ถ้าหากนักเรียนมีอาการไอ หรือมีไข้ให้เว้นระยะห่างออกมาเพื่อความปลอดภัย การติดเชื้อรอบนี้ผู้ป่วยหายได้ไวขึ้นเพราะมีวัคซีนป้องกัน ทางวัดโพธิ์แก้วนพคุณ เปิดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทุกวันอังคาร 08.30-11.00 น. ให้บุตรหลานในความดูแลของท่านไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิดกัน (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)