สำหรับเอเชียตะวันออก ประสบการณ์ #MeToo ในภูมิภาคสะท้อนถึง “การเมืองของการพูดแสดงความคิดเห็น” เนื่องจากบทบาทของสื่อกระแสหลัก และสภาพแวดล้อมทางการเมือง มีความแตกต่างในแต่ละประเทศของภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตาม การไม่มีความเคลื่อนไหว #MeToo ในไต้หวัน ทั้งที่มีประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม และมีความเท่าเทียมทางเพศมากที่สุดในเอเชีย อาจเป็นผลมาจากการขาดสื่อที่มีคุณภาพ การระดมความคิดเห็นของประชาชนที่น้อยเกินไป และการริเริ่มเสนอร่างกฎหมาย

ปรากฏการณ์ #MeToo ของไต้หวัน ซึ่งเกิดขึ้นในอีก 5 ปีต่อมา สร้างความสับสนให้กับคนจำนวนมาก โดยบางคนยกความดีความชอบให้ละครการเมืองไต้หวันในเน็ตฟลิกซ์ เรื่อง “Wave Makers” ซึ่งแสดงถึงการล่วงละเมิดทางเพศ และความพยายามปกปิดภายในพรรคการเมือง จนทำให้มีการหยิบยกประโยคเด็ดอย่าง “คราวนี้อย่าปล่อยมันไปกันเถอะ” มาใช้ในความเคลื่อนไหว #MeToo ของไต้หวันอยู่บ่อยครั้ง

ละครเรื่องดังกล่าวอาจเป็นตัวกระตุ้น แต่ปัจจัยสำคัญที่จุดประกายความเคลื่อนไหวคือ ช่องว่างระหว่างภาพลักษณ์สาธารณะกับความเป็นจริง ของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของไต้หวัน โดยพรรคดีพีพีถูกกล่าวหาว่า เสนอชื่อชายคนหนึ่งที่ถูกกล่าวหา เรื่องการล่วงละเมิดทางเพศโดยใช้รูปภาพ และให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคปกปิดการล่วงละเมิดต่อสมาชิกพรรคที่เป็นหญิงสาว ขณะที่พรรคยังคงปิดบังซ่อนเร้นผู้กระทำความผิดต่อไป

จากการอ้างตนว่าเป็นผู้สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ การวิพากษ์วิจารณ์ข้างต้นสร้างความเสี่ยงอย่างมากต่อพรรคดีพีพี ทั้งความอับอายขายหน้าทางการเมือง และโอกาสในการชนะการเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามา ซึ่งภายใต้แรงกดดันนี้ พรรคดีพีพีจึงยอมรับความผิดพลาด และให้การสนับสนุนความน่าเชื่อถือของเหยื่อ

ทั้งนี้ มันเป็นเรื่องที่ต้องตามดูกันต่อไปว่า ผู้ถูกกล่าวหาในปัจจุบันจะต้องรับผิดชอบในระดับใด และในลักษณะใด เนื่องจากพวกเขาสามารถตอบสนองต่อข้อกล่าวหาได้ในหลายวิธี เช่น การปฏิเสธข้อกล่าวหาและใช้ทนายความปิดปากโจทก์และนักวิจารณ์, การกล่าวขอโทษต่อสาธารณชนและอยู่อย่างเงียบ ๆ เป็นการชั่วคราว, การลงโทษตัวเองด้วยการถอนตัวจากชีวิตสาธารณะและอาชีพการงาน หรือแม้แต่การตอบรับอย่างไม่เต็มใจในการยกเลิกวัฒนธรรม

แม้ #MeToo ของไต้หวันเกิดขึ้นช้า แต่มันเป็นความเคลื่อนไหวที่มาแรง และถ้าไต้หวันต้องการเชิดชูความภาคภูมิใจในการเป็นผู้นำด้านความเท่าเทียมทางเพศของเอเชีย การปฏิบัติต่อความเคลื่อนไหวจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งแม้หลายคำถามจะยังไม่มีคำตอบ แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ คือ สังคมไต้หวันให้ความสำคัญกับเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศอย่างจริงจัง และเข้าข้างพวกเขา ซึ่งสร้างความหวังของการเปลี่ยนแปลง.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES