ประเด็นที่เป็นปัญหาของกัมพูชานั้นมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การเสื่อมโทรมของบรรทัดฐานประชาธิปไตย, การจำคุกผู้เห็นต่าง และการที่สมเด็จฮุน เซน รักษาการนายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวหา “แต่ยังไม่มีมูล” ว่าสหรัฐสนับสนุนแผนการของฝ่ายค้าน เพื่อโค่นอำนาจตัวเขา

นอกจากนี้ ความแตกต่างด้านทัศนคติที่มีต่อกัมพูชา ระหว่างสหรัฐกับจีน ก็ชัดเจนมากเกินไป หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กล่าวแสดงความยินดีกับชัยชนะของสมเด็จฮุน เซน ผิดกับสหรัฐที่ประณามการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า “ไม่มีความเป็นเสรีและยุติธรรม”

ในจังหวะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประกาศข้อจำกัดด้านวีซ่า และระงับโครงการความช่วยเหลือต่างประเทศบางโครงการอย่างไม่มีกำหนด บริษัทภาพถ่ายเชิงพาณิชย์ “แบล็กสกาย เทคโนโลยี” ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียม แสดงความคืบหน้า ของโครงการพัฒนาฐานทัพเรือเรียม ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา

ชุดภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดแสดงให้เห็นว่า การปรับปรุงฐานทัพดังกล่าว “ใกล้เสร็จแล้ว” จากเดิมที่เป็นท่าเรือไม้ในสภาพทรุดโทรม ซึ่งมักถูกใช้ในการเทียบท่าและจัดหาสิ่งของพื้นฐานต่าง ๆ รวมทั้งขนถ่ายสินค้าที่มีความจำเป็นอย่างมาก เช่น เวชภัณฑ์ เข้ามายังกัมพูชา ในช่วงการฟื้นฟูหลังสงครามนานที่ยาวนานหลายปี

ฐานทัพเรือเรียม ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดพระสีหนุ หรือสีหนุวิลล์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา ใกล้กับอ่าวไทย ครอบคลุมพื้นที่ 190 เอเคอร์ ทว่าการพัฒนาครั้งใหญ่ทำให้ขนาดของฐานทัพ และบริเวณโดยรอบขยายเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยืนกรานว่า มันจะเป็นฐานทัพเรือแห่งแรกของจีนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และเป็นแห่งที่สองต่อจากจิบูตี ประเทศในแอฟริกา

แม้กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า ฐานทัพเรือเรียมกำลังถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ต่างชาติใช้งาน หรือให้เรือบรรทุกเครื่องบินจอดเทียบท่า แต่นายเครก ซิงเกิลตัน รองผู้อำนวยการโครงการจีน และนักวิชาการอาวุโสจากมูลนิธิเพื่อการปกป้องประชาธิปไตย กล่าวว่า มันเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธว่า ความรวดเร็วของการพัฒนาฐานทัพเรือเรียม เป็นความตั้งใจที่อยู่เบื้องหลังโครงการริเริ่มสร้างฐานในต่างประเทศของจีน

ด้านแบล็กสกาย เทคโนโลยี ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความคล้ายคลึงกันเกือบทุกประการ ระหว่างฐานทัพเรือเรียมกับท่าเรือทหารของจีนในจิบูตี ซึ่งทั้งสองแห่งมีความยาว 363 เมตร คล้ายเป็นท่าเรือน้ำลึก และสามารถรองรับเรือของกองทัพเรือจีนทุกประเภทได้

เรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นปัญหา เพราะรัฐบาลวอชิงตันและภายในกลุ่มอาเซียน มักมองว่ารัฐบาลพนมเปญเป็นตัวแทนของรัฐบาลปักกิ่ง อีกทั้งการที่กัมพูชายืนยันว่า การปรับปรุงฐานทัพเรือเรียมดำเนินการใกล้แล้วเสร็จ นั่นหมายความว่า เรือทหารจะเข้าเทียบท่าในอนาคตอันใกล้นี้

ส่วนคำถามที่ว่า เรือที่เข้ามายังฐานทัพเรือเรียมจะมาจากไหน, เป็นเรือประเภทใด และมีจำนวนเท่าไหร่ สิ่งเหล่านี้คือบททดสอบทางการทูตในช่วงแรกของพล.อ.ฮุน มาเนต หลังจากเขารับตำแหน่งผู้นำกัมพูชา ในวันที่ 22 ส.ค. นี้.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP