ครอบครัวของซูปาน เป็นหนึ่งในหลายครอบครัว ซึ่งได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนจากรัฐบาลหลายรูปแบบ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บาน ผู้นำฮังการี เพื่อจูงใจให้คู่รักมีบุตร โดยซูปานได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลแล้ว อย่างน้อย 70,000 ยูโร (ราว 2.7 ล้านบาท)

นโยบายดังกล่าว ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “แบบจำลองของฮังการี” แต่นักวิจารณ์หลายคนกล่าวว่า ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม และการเลือกปฏิบัติ

โครงการที่อยู่อาศัยซึ่งได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ สำหรับคู่แต่งงานใหม่ เริ่มขึ้นเมื่อปี 2558 ส่วนชุดนโยบายที่ทางการประกาศในปี 2562 มีการยกเว้นภาษีตลอดชีวิต สำหันบผู้หญิงที่มีบุตร 4 คนขึ้นไปรวมอยู่ด้วย

อีกทั้งผู้หญิงที่เพิ่งแต่งงาน และมีอายุไม่เกิน 40 ปี สามารถยื่นขอสินเชื่อมูลค่า 10 ล้านโฟรินต์ (ราว 1 ล้านบาท) ซึ่งจะถูกยกเลิกเมื่อพวกเธอมีบุตร 3 คน โดยผลประโยชน์ทั้งหมดจะเชื่อมโยงกับการสมรส และจะมีบทลงโทษในกรณีที่เกิดการหย่าร้าง

เมื่อพิจารณาจากความสำเร็จของนโยบาย รัฐบาลฮังการีชี้ว่า อัตราการแต่งงานของประเทศเพิ่มขึ้น 2 เท่า จากเดิมที่ 3.6 คู่ต่อประชากร 1,000 คน เมื่อปี 2554 เป็น 7.4 คู่ ในปี 2564 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรป (อียู) ที่ 3.9 คู่ในปีนั้นอย่างมาก

ยิ่งไปกว่านั้น อัตราการเจริญพันธุ์ของฮังการี หรือตัวเลขเฉลี่ยของทารกที่คาดหวังต่อผู้หญิง 1 คน ตลอดชีวิตการสืบพันธุ์ อยู่ที่ 1.61 คน ในปี 2564 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอียูที่ 1.53 คน และเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.23 คน เมื่อปี 2554

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขข้างต้นยังคงต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาล ที่ต้องการให้อัตราการเจริญพันธุ์ของประเทศอยู่ที่ 2.1 คน ต่อผู้หญิง 1 คน ภายในปี 2573

เนื่องจากการเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงเป็นประวัติการณ์ และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ รัฐบาลฮังการีจึงประกาศเพิ่มความเข้มงวด ในการรับสิทธิประโยชน์ด้านที่อยู่อาศัย และสิ่งที่เรียกว่า “สินเชื่อเด็กเล็ก” ซึ่งนักวิจารณ์ระบุว่า นโยบายเหล่านี้เพิ่มแรงกดดันต่อผู้หญิงจากสังคมอนุรักษนิยม ในการมีบุตร

นอกจากนี้ คู่รักเพศทางเลือก ก็ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ข้างต้นเช่นกัน เนื่องจากรัฐธรรมนูญของฮังการีระบุว่า การสมรสสามารถดำเนินได้ระหว่างชายและหญิงเท่านั้น หรือหมายความว่า การมีมารดาที่เป็นผู้หญิง และบิดาที่เป็นผู้ชาย อีกทั้งกฎหมายยังห้าม ไม่ให้คู่รักเพศเดียวกันรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมด้วย

ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ปกครองหลายคนในฮังการีกล่าวว่า แม้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลมีมูลค่ามากจนไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่นโยบายเหล่านั้น ไม่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมีบุตรของพวกเขาแต่อย่างใด.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP