วันนี้ (2 ต.ค.66) ประชาชนคนไทยทั่วประเทศ จะได้รับข่าวดี!ชิ้นใหญ่ กันอีกครั้ง หลัง ภูมิธรรม เวชยชัย เจ้ากระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศให้เป็นวันดีเดย์อีกหนึ่งวัน ที่ทำให้พี่น้องคนไทยมีความสุข!!

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง… การประกาศความชัดเจนในเรื่องของการ ลดราคาสินค้าทั้งสินค้าอุปโภค-บริโภค และบริการ ที่เบื้องต้นเตรียมไว้ประมาณ 20 รายการ

ไม่เพียงแค่การลดราคาเฉพาะหน้าร้านเท่านั้น แต่งานนี้ ยังหมายความรวมถึง…บรรดาการขายสินค้าทางออนไลน์ ที่กำลังเป็นที่ฮิต เป็นที่นิยมในหมู่พ่อบ้าน แม่บ้าน และบรรดานักชอปคนไทย

นโยบาย ชิ้นโบว์แดง” ครั้งนี้!! เกิดขึ้น หลังจากได้เปิดห้องตั้งโต๊ะหารือร่วมกับภาคเอกชน ทั้งหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และสมาคมผู้ค้าปลีกไทย

นาย ภูมิธรรม เวชยชัย - พรรคเพื่อไทย

ภูมิธรรมยืนยันหนักแน่น ว่า บรรดาผู้ประกอบการผลิต จำหน่าย ห้าง และผู้ให้บริการ ต่างยินดีให้ความร่วมมือที่จะร่วมกันลดราคาสินค้าหรือบริการให้กับประชาชน

การลดราคาสินค้าที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ใช่เป็นการลดราคาแค่วันเดียว แต่จะเป็นการลดราคาตลอด 3 เดือน เพื่อแบ่งเบาความเดือดร้อน ค่าใช้จ่ายในการกินการอยู่ การใช้ชีวิต ได้แบบมี อิมแพ็คเพื่อให้เห็นผลอย่างชัดเจน

หลังจากที่ผ่านมาคนไทยทั้งประเทศต้องเดือดร้อน จากราคาสินค้าที่ปรับทะยานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเข้าสู่ภาวะข้าวยากหมากแพง เงินที่ได้รับ…ก็ไม่เพียงพอที่จะยาไส้ในแต่ละเดือน

ล่าสุด!! กระทรวงพาณิชย์เอง ได้รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป ในเดือน ส.ค. 66 ซึ่งปรากฎว่า ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากปีก่อนถึง 0.88% และเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 0.55% ขณะที่ตลอด 8 เดือนของปีนี้ เงินเฟ้อสูงขึ้น 2.01%

ปัจจัยหลัก ก็อย่างที่รู้กันว่ามาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันเบนซิน และแก๊สโซฮอล์หลังจากที่ติดลบต่อเนื่องมา 5 เดือน ส่งผลให้สินค้าที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น0.98 %

ส่วนสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.74 % เหตุผลใหญ่มาจากราคาข้าวสาร ทั้งข้าวเจ้า และข้าวเหนียว เพิ่มขึ้น รวมไปถึงพวก ไข่ไก่ ผัก ผลไม้สด แพงขึ้น

ในเมื่อรายได้ เงินในกระเป๋า ยังมีน้อย มีไม่พอกับรายจ่าย กระทรวงพาณิชย์ที่กำกับดูแลเรื่องของราคาสินค้า ก็ต้อง “จัดให้” โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้น ของการเข้ามาบริหารประเทศ

ก็ในเมื่อรัฐบาลได้ประกาศ ลดค่าไฟ ลดค่าน้ำมัน ซึ่งถือเป็นต้นทุนสำคัญของการผลิตสินค้าให้ในระดับหนึ่ง แล้ว ตามหลักการ ตามความเป็นจริง ราคาสินค้าก็ต้องปรับลดตามไปด้วย

แต่ในเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่า 1 ลบ 1 แล้วจะเป็นศูนย์ทีเดียว เพราะมีต้นทุน มีรายจ่ายอื่นอย่างอื่น ที่ต้องนำมาคำนวณบวกรวมเข้าไปกันด้วย การจะลดราคาสินค้า ก็ต้องคำนึงถึงด้วยเช่นกันดังนั้นใช่ว่าสินค้าทุกตัวจะลดลงไปทั้งหมด

การ “หักดิบ” จึงไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องนัก หากผู้ผลิตอยู่ไม่ได้ สินค้าก็ย่อมไม่มี สุดท้าย!! ก็จะกลายเป็นความเดือดร้อน ทั้งประเทศนั่นแหล่ะ

ต้องยอมรับว่า การลดราคาสินค้าไม่ใช่เรื่องง่าย แม้กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลโดยตรงก็ตาม แต่ท้ายที่สุด “ผู้ประกอบการ” ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าแต่ละตัวมีต้นทุนที่แตกต่างกันไป ราคาสินค้าต้องมีการบวกต้นทุน และกำไร ไปในตัว หากสินค้าใดไม่มีกำไร ก็คงไม่มีผู้ประกอบการรายใดผลิตสินค้าออกมาขายแน่นอน

เอาเป็นว่า ณ เวลานี้ กระทรวงพาณิชย์ได้วิเคราะห์ “ต้นทุนสินค้า” เป็นรายชนิดเรียบร้อยแล้ว และกำกลังรวบรวมรายการสินค้าเพื่อนำมาลดราคาให้ได้มากที่สุด

ไม่เพียงแค่การประกาศลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ เท่านั้น เพราะกระทรวงพาณิชย์เองได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการที่นำสินค้าราคาประหยัด ถูกกว่าท้องตลาด 50-60% มาจำหน่ายให้กับประชาชนคนไทย เป็นประจำอยู่แล้ว ภายใต้โครงการคนตัวใหญ่ช่วยคนตัวเล็ก

เอาเป็นว่าการประกาศลดราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ ครั้งนี้จะถูกอกถูกใจ โดนใจกันมากน้อยอย่างไร ก็ต้องติดตามกันต่อไป หาก “โดนใจ” คนทั้งประเทศ ก็ถือว่าเป็น “ผลงาน” สำคัญของรัฐบาล!!

……………………………………….
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”