พบกันเป็นประจำทุกวันเสาร์ กับ “ข่าวสังคมออนไลน์” นำเสนอข่าวสารรอบตัว รวมทั้งกิจกรรมตามแต่ละพื้นที่ต่างๆ อีกมากมาย เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ทุกเหตุการณ์…………
รัฐมนตรีช่วยศึกษาสมัยแรกของ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล “เอ” ที่เอาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำร่องเป็นต้นแบบในการแก้ไขนักเรียน นักศึกษา ตีกัน โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้บริหารสถานศึกษา รวมทั้งหน่วยงานหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาประชุมหาทางแก้ไข สร้างบรรทัดฐานในการทำงานจริงจังของทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุม และจริงใจในมาตรการในการป้องกัน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเด็กและเยาวชนทุกคนถือว่าเป็นกำลังสำคัญที่จะมาช่วยพัฒนาในพื้นที่และประเทศชาติในอนาคต
นายสุรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายการเดินทางมาในครั้งนี้ มาในนามของตัวแทนกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีศึกษาธิการ ที่มีความห่วงใยกับกับเด็กและเยาวชน ส่วนต้นเป็นสมาชิกสภาราษฎร ลูกหลานของคนอยุธยา ห่วงใยเรื่องนี้มาก ส่วนจะแก้ได้หรือไม่นั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องใส่ใจ………(ศูนย์ข่าวภาคกลาง)
พ่อเมืองกรุงเก่า “นิวัฒน์” นำพุทธศาสนิกชนแต่งชุดไทย ชู Soft Power ตักบาตรเทโว ณ โบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม สืบสานประเพณีเนื่องในเทศกาลวันออกพรรษาอย่างคึกคัก
เช้าวันที่ 30 ตุลาคม 2566 นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่านับเป็นครั้งแรกที่ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้จัดประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ณ โบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ รวมทั้งพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาร่วมสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โดย นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดฯ ได้นำหัวหน้าส่วนราชการพลเรือน ศาล ทหาร ตำรวจ และพุทธศาสนิกชน ร่วมตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 100 รูป เดินบิณฑบาตลงมาจากพระปรางค์วัดไชยวัฒนาราม ตามพื้นลาดพระอุโบสถมาโปรดประชาชน ที่นำข้าวต้มลูกโยน ข้าวสารอาหารแห้ง มาร่วมตักบาตรในปีนี้กันอย่างคึกคัก
โดย นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะมีการส่งเสริมประเพณีตักบาตรเทโว ที่วัดไชยวัฒนาราม โบราณสถานสำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจุดขาย Soft Power ของจังหวัดสืบต่อไปด้วย (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ตักบาตรข้าวต้มลูกโยน “เขาพระงาม เทโวโรหณะ นครแห่งศรัทธา นมัสการหลวงพ่อใหญ่
นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานประกอบพิธี “งานสืบสานวัฒนธรรมประเพณี “ตักบาตรข้าวต้มลูกโยน” แด่พระสงฆ์ที่เดินลงจากยอดเขาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ภายใต้ชื่องาน “เขาพระงาม เทโวโรหณะ นครแห่งศรัทธา นมัสการหลวงพ่อใหญ่ ตักบาตรข้าวต้มลูกโยน” เนื่องในเทศกาลวันออกพรรษา ประจำปี 2566 ณ วัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นตรี หรือวัดเขาพระงาม ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีนายพูลสวัสดิ์ ถือคง นายกเทศมนตรีตำบลเขาพระงาม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และเหล่าพุทธศาสนิกชนชาวลพบุรี กว่า 3,000 คน พร้อมใจแต่งกาย นุ่งโจงห่มสไบและผ้าไทย ร่วมกันทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ ด้วยวิธีการโยนข้าวต้มมัด แบบมีหาง ลงในบาตรขนาดใหญ่ โดยจัดรูปขบวนให้มีผู้แต่งกายเป็นนางฟ้า เทวดา พระอินทร์ เดินนำพระสงฆ์ ลงมาจากยอดเขา ตามบันไดนาค จำนวน 295 ขั้น ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานของพระพุทธปฏิภาคมัธยมพุทธกาล หรือหลวงพ่อใหญ่ ที่สร้างมา 111 ปี และเป็นที่เลื่อมใส่ศรัทธาของประชาชนทั่วไป (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

ออกพรรษา ชาวไทยเบิ้งโคกสลุง พัฒนานิคม ลพบุรี สืบสานประเพณีเก่าแก่กว่า 100 ปีตักบาตรลูกอม หนึ่งเดียวในโลก
นายรัชพล เอื้อสลุง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสลุง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยนางสาวพิมพกานต์ พิพิธธนานันท์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี และชาวไทยเบิ้งบ้านโคกสลุงได้แต่งกายชุดประจำชาติพันธุ์ไทยเบิ้ง รวมตัวกันที่วัดโคกสำราญ ตำบลโคกสลุง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เพื่อร่วมทำบุญประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะในวันออกพรรษา โดยชุมชนแห่งนี้มีการตักบาตรที่ไม่เหมือนกับที่อื่นๆ ของประเทศ หรืออาจเป็นที่เดียวในโลก เนื่องจากตักบาตรเทโวโรหณะของที่จังหวัดอื่นๆ จะเป็นการตักบาตรข้าวต้มมัด หรือตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แต่สำหรับที่วัดโคกสำราญวัดในชุมชนไทยเบิ้งแห่งนี้จะใช้ ลูกอม เช่น ลูกอมนมสดที่ชาวบ้านกวนกันเอง ที่ในปีนี้จะมีลูกอมที่กวนกันเองมากขึ้นนำมาตักบาตรเทโว หรือลูกอมที่หาซื้อจากท้องตลาด มาตักบาตรเทโวพระสงฆ์ โดยเป็นการทำสืบทอดต่อกันมารุ่นต่อรุ่นยาวนานกว่า 100 ปีแล้ว (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

“จุลพันธ์” พร้อมคณะ ลงพื้นที่ดูความคืบหน้าโครงการพักชำระหนี้ ของอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2566 ที่ห้องประชุมวิทยาลัยอาชีวศึกษา เทศบาลเมืองพระพุทธบาท อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประธานคณะกรรมการบริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานตามมาตรการพักชำระหนีให้ลูกหนี้เกษตรกรรายย่อย ตามนโยบายรัฐบาล
ซึ่งอำเภอพระพุทธบาทมีเกษตรกรที่มีคุณสมบัติ ลูกค้าที่มีสิทธิ์เข้ามาตรการพักชำระหนี้จังหวัดสระบุรี สาขาสระบุรี 1,668 คน สาขาพระพุทธบาท 800 คน สาขามวกเหล็ก 625 คน สาขาแก่งคอย 1,418 คน สาขาหนองแค 1,519 คนสาขาบ้านหมอ 1,655 คน สาขาวิหารแดง 1,178 คน สาขาวังม่วง 588 คน สาขาเ สาให้ 1,197คน และสาขาลำพญากลาง 999 คน รวมทั้งสิ้น 11,647 คน รวมต้นเงิน จำนวน 1,518 ล้านบาท พร้อมเยี่ยมชมการลงทะเบียนพักชำระหนี้ของเกษตรกร ชมผลผลิตสินค้าพื้นเมืองอำเภอพระพุทธบาท มี นายองอาจ วงษ์ประยูร ส.ส. สระบุรี เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ และ นายอรรถพล วงษ์ประยูร ส.ส.สระบุรี เขต 2 พรรคเพื่อไทย นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายมนัสพันธ์ ดอนก้อนไพร นายอำเภอพระพุทธบาท เจ้าหน้าที่ ธกส.และเกษตรกรชาวอำเภอพระพุทธบาทในพื้นที่ อำเภอเมืองให้การต้นรับ
จากนั้น นายจุลพันธ์ เดินทางไปเยี่ยมชมกิจกรรมงานด้านพัฒนาลูกค้า ณ. ศูนย์เรียนรู้สวนเพิ่มบุญ วิสาหกิจชุมชนภูริธารพรรณ หมู่ 5 ตำบลห้วยป่าหวาย อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกระชายขาว ผลผลิตทางการเกษตรแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสมุนไพรและสุขภาพการมาเยี่ยม พี่น้อง เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้ของจังหวัดสระบุรี ซึ่งมีเกษตรกรที่ต้องการขอรับความช่วยเหลืออยู่มาก โครงการพักชำระหนี้ของเกษตรกร เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะให้เกษตรกรยืดภาวะหนี้ตัวเองออกไปได้อีก รัฐบาลที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีนโยบายอื่นๆอีกมากมาย ที่จะเข้ามาเติมเต็มให้ประชาชนทั้งเรื่องการเพิ่มรายได้ของเกษตรกร เช่นการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การนำสินค้าทางเกษตรไปจำหน่าย การพักชำระหนี้ครั้งนี้ จะไม่เหมือนการพักชำระหนี้ครั้งที่ผ่านมา ส่วนเรื่องการเงินนิจิทัล ตามนโยบายที่ให้สัญญาไว้กับประชาชน ตอนนี้อยู่ในส่วนของคณะกรรมการนโยบายต่อไป (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

ผู้ว่าฯ “นิวัฒน์” ชวนชาวอยุธยาทำบุญ เข้าวัดปฏิบัติธรรมทุกวันธรรมสวนะ เริ่ม 29 ตุลาคม 2566 ณ วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร
ช่วงเช้าของ วันที่ 29 ตุลาคม 2566 ที่ วัดสุวรรณดาราราม อำเภอพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระมหาเวชยันต์ เวชยนฺโต เจ้าคณะอำเภอเสนา เจ้าอาวาสวัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีทำบุญตักบาตร เข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ภายใต้กิจกรรม “ผู้ว่าฯ พาทำบุญ” โดยมี คณะรองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชน ร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง
โอกาสนี้ ประธานฯ ได้ประกอบพิธีทำบุญตักบาตร จากนั้น ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดเทียนส่องธรรม จุดเทียนบูชาธรรมประจำกัณฑ์ที่ 1 ต่อจากนั้น ประธานฝ่ายสงฆ์ ได้แสดงพระธรรมเทศนา เทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 1 กัณฑ์ทศพร และนำพระสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์และบำเพ็ญจิตตภาวนา
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ คณะสงฆ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ภายใต้กิจกรรม “ผู้ว่าฯ พาทำบุญ” เพื่อร่วมขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5 ขยายผลสู่ หมู่บ้านศีลธรรม” เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2566 เวลา 08.00 น. ณ วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ผู้ว่าอยุธยา ขอบคุณคณะกรมการและหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐ พร้อมเชิญชวนชาวอยุธยาร่วมใจสวมผ้าไทยทั้งเมือง ต้อนรับ นทท. งานมรดกโลก
วันที่ 31 ตุลาคม 2566 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมอโยธยา ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะกรมการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 10/2566 ประจำเดือนตุลาคม 2566 โดยมี คณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม เพื่อติดตามความก้าวหน้าผลการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาลและการแก้ไขปัญหาสำคัญในพื้นที่ อาทิ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจ และการบริหารจัดการ เป็นต้น
โดย นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ได้กล่าว ขอบคุณผู้นำท้องที่ท้องถิ่นและทุกส่วนราชการ ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและการแก้ไขปัญหาสำคัญในพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการ “อยุธยาเมืองสะอาด” ซึ่งได้รับฝากคำขอบคุณจากพี่น้องประชาชน รวมทั้งคณะสงฆ์ และโรงเรียน ที่ช่วยดูแลความสะอาดสถานที่สาธารณะ อย่างไรยังมีผู้แจ้งเบาะแส พบบางพื้นที่ยังไม่สะอาด เช่น หลังศาลากลางหลังเก่า สถานที่ท่องเที่ยวบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ฯ คาดสาเหตุเกิดจากรถนำเที่ยวที่มาจอดรอนักท่องเที่ยวนำขยะมาทิ้ง จึงขอให้อุทยานฯ และศิลปากรที่ 3 ช่วยจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจตรา และทำป้ายประชาสัมพันธ์ ห้ามทิ้งขยะและช่วยกันรักษาความสะอาด
ในส่วนการจัดงาน “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก” ปีนี้ กำหนดจัดกิจกรรม “วันรวมน้ำใจช่วยกาชาด” ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุนตามกำลังศรัทธา ทั้งนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะนำเงินที่ได้รับบริจาคทุกบาททุกสตางค์ นำไปมอบให้ทั้ง 16 อำเภอพร้อมๆกัน เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน นอกจากนี้ ขอเชิญชวนประชาชนและทุกส่วนราชการ ร่วมใจสวมใส่ผ้าไทยทั้งเมือง ตลอดเดือน พ.ย.-ธ.ค.66 เพื่อร่วมเป็นเจ้าบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยว งานยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดก ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-24 ธันวาคม 2566 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่จะถึงนี้ (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

อุทัยธานี คณะ สว. ลงพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน
เมื่อเวลา 09.30 น.ของวันที่ 27 ตุลาคม 2566 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี พลอากาศเอก อดิศักดิ์ กลั่นเสนาะ สมาชิกวุฒิสภา รองประธานคณะกรรมการคนที่หนึ่ง นำคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี พบปะพูดคุยกับประชาชน รับฟังปัญหา และความต้องการของประชาชน พร้อมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจตลอดจนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล โดยมีนายอลงกต วรกี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นายอำเภอทัพทัน ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ภาคเอกชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรม
โดยโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี โดยในวันนี้มีปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี ทั้งหมด 4 ประเด็น 1.ปัญหาการกระจายอำนาจและงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ 2.การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร 3.ปัญหากระแสไฟฟ้าตกในพื้นที่ และ 4.ปัญหาของลิงแสมที่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านบริเวณ วัดเขาปฐวี
ทั้งนี้ทางคณะสมาชิกวุฒิสภา ได้รับฟังปัญหาและให้คำแนะนำกับชาวบ้าน เพื่อที่จะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ และจะช่วยผลักดันให้การดำเนินงานเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวที่ประชาชนต้องการ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนต่อไป สำหรับวันนี้เป็นวันที่ 2 ของการลงพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี โดยโครงการดังกล่าวเป็นการลงพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ระหว่างวันที่ 26 – 27 ตุลาคม 2566 (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

อุทัยธานี จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประจำปี 2566
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2566 ณ พุทธมณฑลจังหวัดอุทัยธานี อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประจำปี 2566 พร้อมด้วย คณะสงฆ์จังหวัดอุทัยธานี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วมพิธี
ตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 29/2565 มติที่ 955 เห็นชอบกำหนดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประจำปีพุทธศักราช 2566 ในทุกวันที่ 28 จำนวน 12 ครั้ง โดยส่วนกลาง ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ส่วนภูมิภาค ณ วัด ที่กำหนดทั่วประเทศ และวัดไทยในต่างประเทศดำเนินการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติฯ ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ชาวจังหวัดอุทัยธานีจัดพิธีดังกล่าวขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเองด้วยการน้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปเป็นกรอบแนวคิดในการดำรงชีวิตประจำวันต่อไป (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

สระบุรี ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสระบุรี ดำเนินการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๖ ณ วัดโคกมะตูม
วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม 2566 เวลา 10.00 น. จังหวัดสระบุรี ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสระบุรี ดำเนินการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประจำปีพุทธศักราช 2566 โดยมี พระราชธีราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระพุทธฉาย รองเจ้าคณะภาค 2 พระราชวชิรมงคลวิสิฐ เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี เจ้าอาวาสวัดมงคลชัยพัฒนา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีพระครูสิริสารวิสิฐเจ้าคณะอำเภอหนองแค เจ้าอาวาสวัดบ้านลาด พระครูวิฑิตอรรถการ เจ้าคณะตำบลหนองไข่น้ำ เจ้าอาวาสวัดโคกมะตูม ถวายการต้อนรับ โดยมีนายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางจิตตินันท์ เชาวรินทร์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี นางรพีวรรณ บำรุง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสระบุรี ศาล ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และประชาชน ร่วมพิธี ณ วัดโคกมะตูม ตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

ชัยนาท จัดงานมหกรรมวันสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดินฯ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวชไมพร อำไพจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมวันสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดชัยนาท เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นายไชยรัตน์ กลั่นสกุล พัฒนาการจังหวัดชัยนาท กล่าวต้อนรับ นายกฤษฎา สุภรศิริวรกุล ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดชัยนาท กล่าวรายงาน โดยมี นายวิทยา ชพานนท์ ปลัดจังหวัดชัยนาท นายกิติพล เวชกุล ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ว่าที่ร้อยตรี อากาศ ปานแย้ม ผู้เชี่ยวชาญฯ สำนักงาน ปปส.ภาค 1 พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอวัดสิงห์ เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นจังหวัดชัยนาท และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธีฯ ณ หอประชุมโรงเรียนชัยนาทพิทยาคม อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท
นางสาวชไมพร อำไพจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2546 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จทรงงานเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ผ่านเลขาธิการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยมีพระราชประสงค์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการป้องกนและแก้ไขปัญหายาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จึงได้นำพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ดังกล่าวมาสมทบกับงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จัดตั้งเป็น “กองทุนแม่ของแผ่นดิน” ขึ้น เพื่อมอบเป็นกองทุนให้กับหมู่บ้าน/ชุมชน โดยมีเป้าหมายในการขจัดปัญหายาเสพติดให้ได้ผลอย่างยั่งยืน ด้วยพลังของประชาชนในพื้นที่ และวันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปี จึงเป็นวันคล้ายวันสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 1 ร่วมกับเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน 8 อำเภอ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดินเข้าร่วมกิจกรรม กว่า 400 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพัฒนาแนวทางการดำเนินงานหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เปิด “ธนาคารขยะรีไซเคิล เทศบาลตำบลสามง่ามพัฒนา” เพื่อส่งเสริมการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยในพื้นที่ การจัดการขยะอย่างถูกวิธี แบบมีส่วนร่วม “จังหวัดสะอาด”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำการ “ธนาคารขยะรีไซเคิล” บริเวณหมู่บ้านวงเดือน หมู่ที่ 3 ตำบลสามง่ามท่าโบสถ์ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ธนาคารขยะรีไซเคิล เทศบาลตำบลสามง่ามพัฒนา” โดยมี รอง ผอ.กอ.รมน จังหวัดชัยนาท ท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท นายกเทศมนตรีตำบลสามง่ามพัฒนา และผู้นำชุมชน เข้าร่วมพิธีฯ
นางสาวธนศธร จิตรหาญ นายกเทศมนตรีตำบลสามง่ามพัฒนา กล่าวว่า เทศบาลตำบลสามง่ามพัฒนาร่วมกับคณะกรรมการชุมชนทั้ง 3 ชุมชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาขยะมูลฝอยในพื้นที่ จึงมีแนวคิดที่จะจัดตั้ง “ธนาคารขยะรีไซเคิล เทศบาลตำบลสามง่ามพัฒนา” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยในพื้นที่ โดยมีรูปแบบการบริหารจัดการขยะมูลฝอยประเภทขยะรีไซเคิลอย่างเหมาะสม ส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนตระหนักเห็นความสำคัญของการคัดแยกขยะ การจัดการขยะอย่างถูกวิธี แบบมีส่วนร่วม สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” การขับเคลื่อนนโยบาย “จังหวัดชัยนาท เมืองสะอาด” สนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหา การจัดการขยะมูลฝอยตามแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะของประเทศ (พ.ศ. 2565-2570)
อีกทั้งยังเป็นการนำแนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ในการจัดการขยะมูลฝอย สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะ มีการคัดแยกขยะรีไซเคิลไปขายเพื่อสร้างรายได้ มีการจัดตั้งธนาคารขยะเพื่อเป็นสถานที่รวบรวมและรับซื้อขยะรีไซเคิลจากประชาชน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน มีสมาชิกร่วมโครงการทั้งหมด 290 คน มียอดเงินทั้งหมด 76,970.51 บาท และยังมีสมาชิกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ลงพื้นที่สวนศรีบุญนาค พร้อมรับฟังการบรรยายประวัติความเป็นมาของการทำเกษตร เนื่องจากขาดทุนจากการทำนาอย่างต่อเนื่อง และในระหว่างนั้นได้ศึกษาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างเข้าใจ จึงเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกของตนเองเพื่อเป็นทางรอดด้วยการใช้พื้นที่ ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด นำไปสู่การพึงตนเองได้ และต่อยอดการเกษตร ให้เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงเกษตร สร้างรายได้ให้เกิดขึ้นจากการขายผลผลิตของคนในชุมชน อีกด้วย (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

นายกเทศมนตรีเมืองสระบุรีพร้อมคณะผู้บริหารร่วมแสดงความยินดีตำแหน่งใหม่กับ พล.ต.เวชศักดิ์ ขันธอุบล
ธีระรัตน์ จึงยิ่งเรืองรุ่ง นายกเทศมนตรีเมืองสระบุรี พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาลฯ เข้าแสดงความยินดีกับ พล.ต.เวชศักดิ์ ขันธอุบล ได้รับแต่งตั้งเป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 18 จังหวัดสระบุรี ที่ห้องรับรองมณฑลทหารบกที่ 18 จังหวัดสระบุรี เมื่อเร็วๆนี้ (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

สมาคมผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ พระนครศรีอยุธยา ร่วมสวดอภิธรรมศพอดีตนายกเทศมนตรีอโยธยา และผู้ก่อตั้งศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค
เผอิญ ไทยสม หัวหน้าศูนย์ข่าวเดลินิวส์ ภาคกลาง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ พระนครศรีอยุธยา พร้อมสมาชิกสมาคมฯ ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายณรงค์ ด่านชัยวิโรจน์ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอโยธยา และอดีตประธานผู้บริหารศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ณ วัดเสนาสนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

พระนครศรีอยุธยา สั่งชุดตรวจตรารักษาความสงบเรียบร้อย ขานรับนโยบายจัดระเบียบสังคม
ช่วงกลางดึกของ วันที่ 30 ต.ค.2566 นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายประพันธ์ ตรีบุบผา ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มอบหมายให้ นายศุภกร อนันตรักษ์ ป้องกันจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายทวีศักดิ์ เพ็ชรรัตน์ ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำกำลังสมาชิก อส. สังกัด ร้อย.บก.บร. ร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ทำการปกครองอำเภออุทัย และสถานีตำรวจภูธรอุทัย ออกตรวจตรารักษาความสงบเรียบร้อย ควบคุม และกำกับดูแลสถานบริการ สถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายกับสถานบริการ ในพื้นที่อำเภออุทัย ได้แก่ ร้าน Zaap bar @ Ayutthaya ร้านสะลึมสะลือ ร้านรินบาร์ Ayutthaya ร้านเยิ้ม ร้านบ้านบาวแดง คาราโอเกะ ร้านปุยฝ้าย คาราโอเกะ ร้าน Cocktail Bar ร้าน Cow Boy และร้านคลองเพลง 9 เป็นต้น
ทั้งนี้ ผลการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยชุดปฏิบัติการ ได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และขอให้สอดส่องดูแล พนักงานร้าน ผู้ใช้บริการ ไม่ให้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อาวุธปืน การค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน การพนัน และกฎหมายคุ้มครองเด็ก (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)





