ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ นักเศรษฐศาสตร์ลือชื่อ เปิดเผยตอนหนึ่งกับพีพีทีวี ว่า เคยสมัครเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือผู้ว่าการแบงก์ชาติ ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2563 ปรากฏว่า หลังปิดรับสมัครแล้ว จู่ ๆ มีการขยายเวลาออกไปอีก จนกระทั่ง มีชื่อ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ โผล่มาสมัครด้วย ในที่สุดสรรหาได้ ดร.เศรษฐพุฒิ เป็นผู้ว่าการ คนที่ 24 ต่อจาก ดร.วิรไท สันติประภพ

ล็อกสเปกหรือเปล่า ไม่รู้ แต่ใครมีอำนาจก็ย่อมอยากได้คนคิดเหมือนกันเป็น ทีมเวิร์ก เมื่อ พล..ประยุทธ์ มาจากการรัฐประหาร การบริหารประเทศจึงมาแบบอำนาจนิยม เป็นรัฐราชการเต็มรูปแบบ ข้าราชการดีเลิศ นักการเมืองเลวสุด ถึงขั้นรังเกียจด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเวลาพูดถึง ทักษิณ ชินวัตร ท่าทางน้ำเสียงไปหมดเลย

ดร.เศรษฐพุฒิ จะอคติรังเกียจไม่ไว้ใจนักการเมืองขนาดไหน ไม่รู้ ที่รู้แน่ ๆ การแก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย ปลดผู้ว่าการแบงก์ชาติไม่ได้ ก็ทำในยุครัฐบาลขิงแก่จากรัฐประหารอีกเช่นกัน โดย ม.28/19 ทำได้แค่ 2 กรณี 1.ประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง 2.ทุจริตต่อหน้าที่ พูดให้ดูดี ไม่ให้การเมืองแทรกแซง แบงก์ชาติต้องมี “อิสระ” ว่างั้นเถอะ เหมือนบรรดาองค์กรอิสระ ป.ป.ช., กกต., ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องผ่านมือ สว.ลากตั้ง ที่ คสช.จิ้มมากับมือ ใครคิดไม่เหมือนตัว ถูกดีดตกม้าตายหมด

ดร.เศรษฐพุฒิ ไม่ได้ทำผิดหรอก ปัญหาคือ หากนโยบายรัฐบาลกับแบงก์ชาติสวนทางรุนแรง จะคัดง้าง “โนสน โนแคร์” ไปถึงไหน หรือควรมีบทสรุปยังไง ก่อนปี 2551 ง่ายกว่านี้ พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย ปลดผู้ว่าการได้ และในอดีตก็ปลดมาแล้ว 4 คน ที่เป็นตำนานก็ยุครัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ขุนคลังชื่อ สมหมาย ฮุนตระกูล ขณะนั้น นายนุกุล ประจวบเหมาะ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ คัดค้านการลดค่าเงินบาทสุดขั้ว จึงนำมาสู่การถูกปลด และต่อมาพิสูจน์ได้ว่า ป๋าเปรม-ปู่สมหมาย คิดถูก จีดีพี ยุคป๋าโต 2 หลักต่อเนื่อง อีกครั้งก็ยุคผู้ว่าการ ชื่อ เริงชัย มะระกานนท์ ขนทุนสำรองสู้การโจมตีค่าเงินของพ่อมด จอร์จ โซรอส จนทุนสำรองเหลือแค่ 800 ล้านดอลลาร์ แล้วเปิดแชมเปญฉลอง แต่เศรษฐกิจชาติล้มละลาย

แบงก์ชาติจึงมิได้ทำถูกเสมอไป พลาดใหญ่ก็เยอะ แล้วลอยนวล?!?

ศึกระหว่างแบงก์ชาติกับพรรคเพื่อไทยคุกรุ่นมานาน ดร.เศรษฐพุฒิ และอดีตผู้ว่าการหลายคน (ที่ร่วมเป่านกหวีด) ร่วม 80 นักวิชาการ ถือธงนำต้าน “นโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท” แถลงการณ์ล่าสุด ถึงขนาดเปรียบเงิน 5 แสนล้าน ผลิตหมอได้ 1.3 แสนคน เรียนฟรีได้ 8.3 หมื่นคน สร้างรถไฟฟ้าได้ 2 สาย เป็นต้น เออนะ รัฐบาลประยุทธ์ เพิ่มงบซื้ออาวุธตั้ง 20% แบงก์ชาติไม่ยักขยันทำข้อเปรียบเทียบบ้างนิ หรืองดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ ได้หมอเพิ่มกี่คนเรียนฟรีอีกกี่คน เงียบกริบ นโยบายแจกคนละครึ่ง สัมฤทธิผลแค่ไหน ก็ไม่เคยถาม หรือเพราะ “พวกเดียวกัน” หรือเปล่า?

เรื่องลดดอกเบี้ยก็อีก นายกฯ ส่งสัญญาณ 3-4 ครั้ง จนต้องเรียก 4 แบงก์ยักษ์หารือทันที ดอกเบี้ยลด 0.25% ถึงเดือน ต.. และคาดจะลดอีก 0.25% หลังจากนั้นขณะแบงก์ชาติยันไม่ลดดอกเบี้ย(นโยบาย) แน่ แล้วตอนนี้ ดร.เศรษฐพุฒิจะอยู่ยังไงเล่า ภาษาข่าว บอก ถูกตบหน้า?!?

ล่าสุดก็อย่างที่รู้ ไม่ลงรายละเอียดล่ะนะ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แพทองธาร ชินวัตร เปิดศึกใหญ่ชี้ความเป็นอิสระของแบงก์ชาติคืออุปสรรคแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ในงาน “10 เดือนที่ไม่รอ ทำต่อให้เต็ม 10” ปลุกกระแส เซฟแบงก์ชาติ ในโซเชียล ลามถึง เพื่อไทย จ้องแก้ พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทยใหม่ให้ปลดผู้ว่าการแบงก์ชาติได้ง่าย ๆ ซึ่งบอกได้เลย ยากส์ เพื่อไทยยังกู้ศรัทธาข้อหา “ตระบัดสัตย์” ไม่ได้เลย ผลงานก็ยังไม่เข้าตา จะเอาพลังอะไรไปแก้ พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทยขณะนี้

แต่นั่นล่ะ ดร.เศรษฐพุฒิ ก็เคยเป็นกรรมการสถาบันวิจัย ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการ ผู้เป็น “แบบอย่าง” คนธนาคารแห่งประเทศไทยทั้งปวง ดร.ป๋วย คือ เสรีชน ผู้รักประชาธิปไตยเต็มเปี่ยม เป็นผู้ยึดหลักการ แบงก์ชาติต้องมีอิสระ แต่คืออิสระในการทำงานมืออาชีพ ไม่ใช่เป็น “รัฐอิสระ” อยู่เหนือรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐบาลเลือกตั้ง ได้รับฉันทามติจากประชาชนบริหารประเทศ หากไร้ผลงาน ย่อมต้องรับผิดชอบทางการเมือง ถูกเด้ง ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แพ้เลือกตั้ง ถูกขับไล่ ติดคุกก็มี ในทางกลับกัน หากผู้ว่าการแบงก์ชาติยืนยันหลักการ เมื่อเสนอรัฐบาลแล้วต้องจบ ไม่ใช่ทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลองตลอด ทำภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย ถ้ารัฐบาลยังจะเดินหน้าก็ลาออกรักษาหลักการไว้ นี่คือมรดกที่ ดร.ป๋วย ทิ้งไว้อย่างกล้าหาญ

พรรคก้าวไกลที่ออกตัวป้องผู้ว่าการแบงก์ชาติเต็มที่ ดูให้ดีเค้ามี “อิสระ” หรือเป็น “รัฐอิสระ” กันแน่ เดี๋ยวจะเสียคน.

…………………………………………..
ดาวประกายพรึก

อ่านบทความทั้งหมดที่นี่…