หมู่บ้านแดดง ซึ่งมีจำนวนประมาณ 300 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุชาวเกาหลีใต้ที่อยู่อาศัย หลังสงครามเกาหลีสิ้นสุด เมื่อปี 2496 ตั้งอยู่ที่เมืองพาจู ในจังหวัดคย็องกี หากเดินทางด้วยรถยนต์จากกรุงโซล จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ประเด็นสำคัญคือ หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับชายแดน ที่มีกองกำลังทหารประจำการอย่างหนาแน่น
ในบรรดาผู้ที่มีความกังวล คือ นายพัก ยอง-จิน หัวหน้าหมู่บ้านแดดง และหนึ่งในชาวบ้านที่มีอายุน้อยที่สุดด้วยวัย 58 ปี ซึ่งเขากลัวผลกระทบต่อการดำรงชีพ เนื่องจากเขาทำงานข้ามลวดหนามในทุ่งนาของชาวบ้าน
“ผมต้องเดินทางผ่านอุโมงค์เพื่อขนอุปกรณ์ทำฟาร์มเข้ามา แต่ถ้าเกิดการเผชิญหน้า หรือมีอันตรายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เช่น หมอก หรือความเสี่ยงอื่น ๆ ทหารจะไม่อนุญาตให้พวกเราออกไป” พัก กล่าว “ทหารหยุดเราไว้ เพราะหากพวกเราออกไปแล้วเกิดอะไรขึ้น เช่น เราได้รับบาดเจ็บ พวกเขาจะต้องรับผิดชอบ”
ในอดีต ชาวนาถูกห้ามไม่ให้ทำงานในทุ่งนาหลายครั้ง เมื่อความตึงเครียดระหว่างสองประเทศอยู่ในระดับสูง ซึ่งสิ่งนี้ไม่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2561 แม้ความตึงเครียดจะเพิ่มขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ก็ตาม
สงครามจิตวิทยาระหว่างเกาหลีเหนือ กับเกาหลีใต้ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีทั้งการใช้บอลลูนบรรทุกถุงขยะ และสิ่งปฏิกูล หรือใบปลิวต่อต้านโฆษณาชวนเชื่อ รวมถึงลำโพงที่กระจายเสียงข้ามพรมแดน
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวเกาหลีใต้จำนวนหนึ่ง ออกมารวมตัวบนท้องถนน เพื่อจัดการแถลงข่าว และชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลโซลลดความตึงเครียด แม้แต่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ก็จัดการประท้วงเช่นกัน เพราะพวกเขากลัวว่า การตอบโต้ของเกาหลีใต้ เช่น การยิงบอลลูน อาจทำให้การโต้กลับจากเกาหลีเหนือรุนแรงยิ่งขึ้น
อนึ่ง ความกลัวเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากการประกาศของรัฐบาลเปียงยาง เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ว่าการรวมชาติเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป และรัฐธรรมนูญของเกาหลีเหนือจะถูกเปลี่ยนแปลง เพื่อกำหนดให้เกาหลีใต้เป็นศัตรูหลัก
อย่างไรก็ตาม ชาวเกาหลีใต้บางคนกลับไม่รู้สึกกังวลมากนัก ดังเช่นนางจาง ซอก-กึม วัย 87 ปี ที่กล่าวว่า เธอไม่ได้หวาดกลัวภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ แต่เธอมีความกังวลต่อคนรุ่นใหม่
“สงครามเกาหลีปะทุขึ้นเมื่อตอนที่ฉันอายุ 13 ปี ฉันอยู่ที่นี่มาตลอดชีวิต และแก่ชราที่นี่ แต่เด็ก ๆ น่าสงสารมาก เพราะมันมีความรู้สึกว่าสงครามอาจเกิดขึ้นอีกครั้ง” จาง กล่าวเพิ่มเติม
กระนั้น ชาวเกาหลีใต้ส่วนใหญ่ดูเหมือนจะไม่เชื่อว่า ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะนำไปสู่ความขัดแย้งทางทหารครั้งใหม่บนคาบสมุทรเกาหลี แต่พวกเขามองว่า มันเป็นเพียงการโต้ตอบไปมาระหว่างสองเกาหลี ซึ่งในทางเทคนิค ทั้งสองประเทศยังคงถือเป็นคู่สงคราม เนื่องจากสงครามเกาหลีระหว่างปี 2493-2496 ยุติด้วยข้อตกลงหยุดยิงเท่านั้น
“ในอดีต พวกเรามีรถถังและอาวุธที่จำกัด นั่นจึงทำให้เรากังวลและลำบากใจ แต่ในปัจจุบัน ประเทศของเรามีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ในแง่ของการพัฒนาอาวุธ และเศรษฐกิจ” ชาวเกาหลีใต้คนหนึ่ง กล่าว “นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ของพวกเรากับประเทศพันธมิตร ก็แน่นแฟ้นมากกว่าเมื่อก่อน ดังนั้นจากมุมมองของพวกเรา มันไม่มีอะไรต้องกังวลมากนัก แม้สงครามจะเกิดขึ้นก็ตาม”.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



