คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย จะเลือกตั้ง ประธาน และคณะกรรมการชุดใหม่ ในเดือนมีนาคม 2568 หลังจากที่คณะกรรมการชุดเก่าหมดวาระลง หลังจบมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนส.ค. 67

ประธานโอลิมปิคฯ คนปัจจุบันคือ “บิ๊กป้อม” พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน ในการเลือก เมื่อปี 2564 โดยมี “เสธ.น้อย” พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นเลขาธิการฯ

การเลือกประธานโอลิมปิคฯนั้น ตัวแทนจากสมาคมกีฬาที่เป็นสมาชิก ไม่ใช่ผู้ที่เลือกโดยตรง แต่สมาชิกจะเลือกกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อไปเลือกประธาน และตำแหน่งต่างๆต่อไปอีกที

ในการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2564 สมาชิกเทใจเลือก พล.อ.ประวิตร อย่างไร้ข้อแม้ เพราะตอนนั้น บิ๊กป้อม คือผู้ยิ่งใหญ่ในประเทศ และเป็นรองนายกรัฐมนตรี ที่ควบคุมแทบจะทุกอย่าง

แต่ครั้งนี้ บริบทของประเทศเปลี่ยนไป รัฐบาลเปลี่ยน การเมืองเปลี่ยน พล.อ.ประวิตร ไม่ได้มีอำนาจ คุมทุกอย่างมากเท่าเดิม กระแสการเมือง พัดพาทำให้ พรรคเพื่อไทย ขึ้นมาเป็นผู้กำหนดเกม

ทำให้ ตอนนี้ อะไรก็เป็นไปได้

ชื่อของคีย์แมนหลายคนในวงการกีฬาไทยจึงเริ่มสอดแทรกขึ้นมาว่าอาจจะลงท้าทายในตำแหน่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯอยู่เหมือนกัน

ชื่อแรกสุดที่ถูกพูดถึงก็คือ พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมจักรยานฯ เพราะเป็นทหารเหมือน “บิ๊กป้อม” และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ รับสนองนโยบายจากทุกฝ่ายได้เป็นอย่างดี ความรู้ ความสามารถ บารมี ดีกรี ชื่อชั้น เรียกว่า “เสธ.หมึก” มีพร้อมทุกอย่าง

แต่อีกไม่นานก็เริ่มมีชื่ออื่นปรากฏว่าต่อมา นั่นคือ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ ที่เป็นถึง กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ สมาคม IOC หนึ่งเดียวของไทย

ไม่ต้องตั้งคำถามเรื่องบารมี ความสามารถ หรือความเหมาะสม “คุณหญิง” มีคุณสมบัติพร้อมที่จะนั่งในตำแหน่งนี้ได้ชนิดไม่เคอะเขิน

แถมดูเหมือนว่า คุณหญิงปัทมา จะได้รับเสียงสนับสนุนจากผู้บริหารสมาคมกีฬาหลายสมาคม เพราะเป็นคนชอบช่วยเหลือคน อัธยาศัยดี ไปไหนมาไหน มีแต่คนรัก

และยังมีแบ๊กอัพชั้นดีอย่าง สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล ผู้เป็นสามี คอยสนับสนุน ประคับประคองปีกอยู่เบื้องหลัง

แต่ที่ดูเหมือนจะมาแรงแซงโค้งในช่วงหลังก็คือชื่อของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดฯ ที่ดูแลเรื่องนโยบายด้านกีฬาของพรรคเพื่อไทย และเป็นคีย์แมนคนสำคัญของทีมยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์ของรัฐบาลชุดนี้

ผลงาน ประสบการณ์ ความสามารถ และบารมี “บิ๊กเอ” มีไม่น้อยกว่าทุกชื่อที่กล่าวมา

ที่มีมีเหนือกว่าก็คือแรงสนับสนุนจากรัฐบาล จึงทำงานได้อย่างคล่องตัว ถ้าได้เข้ามาน่าจะประสานงานกับภาครัฐได้อย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาความขัดแย้ง จึงน่าจะได้รับการสนับสนุนจากหลายสมาคมเช่นกัน

ที่กล่าวมาเป็นเพียงรายชื่อที่แหล่งข่าวระบุว่ามีการพูดถึง ตอนเลือกจริง ไม่รู้ว่าจะมีใครลงชิงชัยบ้าง

จะมีชื่อไหนถอดใจไป จะมีชื่อไหนขอเปิดหน้าสู้เต็มตัว หรือจะมีชื่อไหนเผยออกมาอีก ก็ล้วนเป็นไปได้

แต่การเลือกประธานโอลิมปิคฯนั้น มีความคล้ายกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอยู่ไม่น้อย นั่นคือ สมาชิกต้องเลือกตัวแทนเข้าไปเลือกแทนตัวเอง นี่จึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียงกับการเล่นเกมการเมือง ที่ต้องวางแผนอย่างรัดกุม

การกำหนดกลยุทธ์ วิธีการดำเนิน ช่วงเวลาในการขยับจะทำอะไร หรือการเข้า-การออกไปหาใคร ล้วนจะต้องถูกวางมาอย่างดี เพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย

แต่ละชื่อที่กล่าวมาล้วนอยู่บนยอดสุดของวงการกีฬาไทยในเวลานี้ ทุกคนมีความรู้ ความสามารถ และผ่านอะไรมาไม่ใช่น้อย รับรองได้ว่า “ไม่ธรรมดา”

คนกีฬา-แฟนกีฬา จึงต้องติดตามกันให้ดี การเลือกครั้งนี้ อาจเป็นอีกจุดเปลี่ยนของวงการได้เลย?