อาโทส ซาโลเม หนุ่มบราซิลวัย 37 ปี เจ้าของฉายา “นอสตราดามุสที่ยังมีชีวิตอยู่” และ “นอสตราดามุสคนใหม่” สร้างชื่อเสียงจากคำทำนายที่แม่นยำของเขาจากหลายเหตุการณ์ ซึ่งรวมทั้งกรณีโรคโควิด-19 ระบาด, อีลอน มัสก์ซื้อกิจการทวิตเตอร์และการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบ็ธแห่งอังกฤษ

ล่าสุด ซาโลเม ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นทั้งคนทรงและผู้มองเห็นอนาคตเพิ่งทำนายออกมาว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 “กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้” และสิ่งที่เลวร้ายที่สุด “ยังมาไม่ถึง” 

นอกจากนี้ นักทำนายหนุ่มยังกล่าวว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นหนึ่งใน “ภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อความมั่นคงระดับโลก” และเมื่อชาติมหาอำนาจกุมอำนาจทางดิจิทัลไว้ในมือได้มากขึ้นก็ยิ่งเป็นอันตรายต่อชาวโลก 

เขายังเอ่ยเตือนเป็นพิเศษเกี่ยวกับปัญหาจากการใช้เทคโนโลยีและการก่อสงครามไซเบอร์ซึ่งจะกลายเป็นรูปแบบหลักของการต่อสู้ในศตวรรษที่ 21

ซาโลเมอ้างว่า “นี่ไม่ใช่แค่สงครามของมนุษย์เท่านั้น แต่เป็นสงครามของเครื่องจักรด้วย และเมื่อมองในแง่นี้ จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?”

อาโทส ซาโลเม เจ้าของฉายา “นอสตราดามุสคนใหม่”

ดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวทั่วโลกจะเป็นไปตามการคาดการณ์ที่น่ากลัวของหมอดูหนุ่ม หลังจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน โจมตียูเครน “อย่างไร้มนุษยธรรม” ในวันคริสต์มาสด้วยโดรนและขีปนาวุธชุดใหญ่ทั่วประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและเสียชีวิต ประชาชนอีกหลายหมื่นคนขาดที่พำนักที่อบอุ่นท่ามกลางอากาศหนาวเย็น

ซาโลเมกล่าวว่า การใช้อาวุธที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงในการปะทะกันย่อมทำให้สงครามเพิ่มระดับความรุนแรงยิ่งขึ้น นอกจากนี้เขายังทำนายว่า สงครามเย็นระหว่างสหรัฐและจีนจะดำเนินไปจนถึงจุดที่กลายเป็นภัยคุกคามร้ายแรง

เท่านั้นยังไม่พอ ซาโลเมกล่าวว่า การจารกรรมทางไซเบอร์หรือการโจมตีจากแฮคเกอร์อาจเป็นภัยที่ทำลายล้างให้ระบบป้องกันประเทศหรือโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ต้องหยุดชะงัก ไม่สามารถทำงานได้ทั่วโลก

นักทำนายหนุ่มยังมั่นใจว่า ภูมิภาคในแถบทะเลจีนใต้ซึ่งเป็นเขตแดนที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งแต่เดิม จะกลายเป็นฉากหลังของการเกิดเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ โดยเขาอ้างว่า ตอนนี้มีผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มที่สามารถลงมือปฏิบัติการทำลายระบบสื่อสารทั้งทางทะเลและในอวกาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำลายระบบทางการทหารของเหล่ามหาอำนาจและทำให้กลุ่มมหาอำนาจต้องปั่นป่วน

คำเตือนสุดท้ายของเขาในตอนนี้ก็คืออันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นจากการใช้ ASAT หรืออาวุธต่อต้านระบบดาวเทียมทุกรูปแบบ  เช่น อุปกรณ์ปล่อยพลังแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อทำลายชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อทำลายการทำงานของดาวเทียมต่าง ๆ 

ซาโลเมสรุปว่า การโจมตีในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่องอาจทำลายระบบต่าง ๆ ที่พลเรือนและทหารใช้งานอยู่จนเสียหาย ซึ่งอาจกลายเป็นการจุดชนวนสงครามครั้งใหญ่ให้เกิดขึ้นได้

ที่มาและเครดิตภาพ : dailymail.co.uk