อาชีพขายของกินแม้จะไม่เฟื่องฟูเหมือนเมื่อก่อน แต่ยังไงก็ขายได้ เพราะคนยังต้องกิน อาชีพทำขนมไทยขาย อย่าง “ขนมมันหน้ากะทิ” ขนมโบราณของปักษ์ใต้ที่แสนธรรมดา ๆ ปัจจุบันหารับประทานยาก เพราะคนทำน้อย แต่ที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการทำขาย คือ ไม่เสี่ยงในการลงทุน แถมกำไรดีอีกด้วย วันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลการทำขนมชนิดนี้มานำเสนอ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ขนมไทยโบราณ และผู้ที่สนใจสามารถยึดเป็นอาชีพได้…

ผู้ที่จะมาให้ข้อมูลในเรื่องนี้ คือ เปียจุฑามาศ บัวบรรจง เจ้าของร้านขนม บ้านขนมไทยสยามเล่าให้ฟังว่า เดิมครอบครัวอยู่ปักษ์ใต้ ตั้งแต่เล็กก็จะเห็นแม่ทำขนมขาย ช่วงเรียนอยู่ชั้น ป.3 คุณแม่เปิดร้านขนมจีน และทำขนมไทยมาวางเสริมขายหน้าร้านด้วย ตลาดมันเงียบ เธอก็เอาขนมข้าวต้มมัดไปขายที่โรงเรียนเพื่อช่วยคุณแม่ เพราะสมัยก่อนจะไม่มีปัญหาเรื่องห้ามเอาของมาขายที่โรงเรียน เพื่อนและคุณครูก็ช่วยกันซื้อ พอ ผอ.รู้ก็สนับสนุนสั่งข้าวต้มมัดไปงานค่ายลูกเสือของโรงเรียน 200 มัด รีบมาบอกคุณแม่ท่านไม่เชื่อ จึงไปถามจากครูประจำชั้นซึ่งยืนยันว่าโรงเรียนสั่งจริง หลังจากนั้นก็สั่งมาตลอด

ส่วนที่มาของการรับช่วงต่อขายขนม คือ หลังเรียนจบบริหารธุรกิจ ก็ทำงานประจำอยู่ 5 ปี มีความรู้สึกว่าอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง อยากลาออกมาเปิดร้านอาหารหรือร้านขนม เมื่อลาออกแล้ว ก็เอาเงินกองทุนที่ได้จากบริษัทมาเปิดร้าน แต่ไม่รู้จะขายอะไรดี คุณแม่แนะนำว่าลองทำข้าวเหนียวสังขยาปลากุ้งไปขายที่ตลาดนัดหน้าหมู่บ้านสิ! เราก็บอกว่าจะไปขายใคร ตอนเย็นใครจะกินข้าวเหนียว ขายไม่ได้หรอก สรุปคุณแม่มูนข้าวเหนียว 5 กก.ทำขนมเทียน และข้าวต้มมัดมาให้ ปรากฏว่าขายหมด ขายดีด้วย จึงเป็นก้าวแรกของการเริ่มขายขนม

พอวันเวลาเปลี่ยนเธอก็เพิ่มขนมให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า โดยเพิ่มทั้งปริมาณและเพิ่มความหลากหลายของตัวขนมเข้าไป และเพิ่มช่องทางการขายด้วย ส่วนใหญ่ขนมที่อยู่ในกระแสจะราคาแรง เช่น ฤดูกาลนี้ เป็นฤดูกาลข้าวเหนียวมะม่วง ร้านอื่นจะมองต้นทุน 35 บาท จุดคุ้มทุนต้องขาย 50 บาท แต่เธอมองต่างว่า ให้มีขนาดที่เล็กลง แต่พอดีกับคนทานใน 1 กล่อง ราคาขายก็สามารถปรับลงมาได้ราคา 20 บาท เน้นปริมาณ เป็นจุดเริ่มต้นของการขายได้มากขึ้น ลูกค้าไหลมามากขึ้น ขายไม่ทัน น้องชาย คือ เป้รุ่งโรจน์ บัวบรรจง มาช่วยขายหน้าร้านทุกวัน

อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำ มี..ชุดเตาแก๊สหรือเตาถ่าน, ถาดขนมขนาด 12×12 นิ้ว (ลึก), ซึ้งนึ่ง, ไม้พายพลาสติก, หม้อสเตนเลส, ทัพพี, กะละมัง และอุปกรณ์เครื่องครัวเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ

ส่วนผสมของ ตัวขนม ตามสูตรจะมี..มันสำปะหลังขูดเส้น 1,200 กรัม, น้ำตาลทรายขาว 800 กรัม, เกลือครึ่งช้อนชา, น้ำสะอาด 1,000 กรัม และแป้งข้าวเหนียว 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม ตัวหน้ากะทิมี..หัวกะทิ 600 กรัม, หางกะทิ 900 กรัม, น้ำตาลทราย 100 กรัม, เกลือ 15 กรัม, แป้ง
ข้าวเจ้า 100 กรัม และแป้งมัน 15 กรัม

ขั้นตอนการทำ ขนมมันหน้ากะทิ

ให้นำส่วนผสมตัวขนมทุกอย่างมาเข้าเครื่องบด แล้วทำการปั่นให้ละเอียด เสร็จแล้วเทใส่พิมพ์ แล้วนำไปนึ่งด้วยไฟกลาง 30 นาที เมื่อขนมสุกยกลง ตั้งพักไว้ให้เย็นรอการเซตตัวขนมก่อน

ต่อไปจะเป็นการทำหน้ากะทิ นำส่วนผสมทุกอย่างมาละลายใส่ในหม้อ คนส่วนผสมให้เข้ากันดี (ไม่ให้เป็นก้อนแป้ง) จากนั้นนำไปตั้งไฟใช้ความร้อนปานกลาง คนต่อเนื่องอย่าหยุดจนกะทิสุก ข้น เป็นเงา (ใช้เวลาคนประมาณ 10-15 นาที ขึ้นอยู่กับไฟ) เสร็จแล้วนำมาราดลงบนตัวขนมให้เต็มพื้นที่ในถาด ตั้งพักไว้ให้เย็น จึงจะทำการตัดตัวขนมได้ เท่านี้ก็จะได้ขนมมันหน้ากะทิแสนอร่อยพร้อมขายแล้ว

ราคาขาย ขนมมันหน้ากะทิ ร้านนี้ ราคาชิ้นละ 20 บาท เริ่มต้นที่ราคา 10-35 บาท มีขนมกระทงใบตองเช่น ข้าวต้มมัดใบพ้อ, สังขยาขนุน, หม้อแกงไข่, หม้อแกงเผือก, ข้าวเหนียวมะม่วง, ข้าวเหนียวขนุน, ขนมขึ้น (ขนมปำ)ขนมโบราณปักษ์ใต้, ขนมชั้นใบเตย, มันคลุกมะพร้าว, ตะโก้มันสำปะหลัง, ตะโก้สาคูข้าวโพด, ข้าวเหนียวสังขยา ปลา กุ้ง, ข้าวเหนียวปิ้งกล้วย กุ้ง เผือก มันม่วง ฯลฯ

เปีย ยังบอกอีกว่า ขนมที่ร้านจะสลับเปลี่ยนกันไปบ้าง เน้นให้เด่นทั้งรสชาติอร่อย หวานกำลังดี เพราะใช้ของดีมีคุณภาพ

ใครสนใจอยากจะทำเป็นอาชีพก็ลองนำสูตรที่ให้ไปฝึกฝนกันดู หรือใครอยากลองชิม “ขนมมันหน้ากะทิ” เจ้านี้ว่าอร่อยแตกต่างจากเจ้าอื่นยังไง อยากไปลองชิมขนม “บ้านขนมไทยสยาม” ร้านตั้งอยู่ติดกับ 7-11 ปากซอยตรงแยกสวนสยาม 1 ทางเข้าบ้านสวนอมรพันธ์ คันนายาว กทม. ร้านจะเปิดวันพุธ, พฤหัส, ศุกร์, เสาร์, อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 07.00- 12.00 น. ต้องการสั่งไปใช้ในงานต่าง ๆ ติดต่อ เปียจุฑามาศ บัวบรรจง เจ้าของกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” รายนี้ได้ที่โทร. 06-4308-9650 ขนมไทยยังสามารถเป็นช่องทางอาชีพที่ดีได้เสมอ.

คู่มือลงทุน…ขนมมันหน้ากะทิ

ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 10,000 บาท

ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 60 % ของราคา

รายได้ ราคา 20 บาท/ ชิ้น

แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป

ตลาด ย่านชุมชน,ตลาดน้ำ, ตลาดนัด

จุดน่าสนใจ ขนมโบราณที่คนนิยมแต่หากินยาก

เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง