สำหรับใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียนก็เช่นกัน โดยที่ผ่านมาได้ถูกระบุว่า บางประเทศได้กลายเป็นแหล่งสแกม ที่เป็นฐานบัญชาการหลอกตุ๋นเหยื่อไปทั่วโลกการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนของประเทศนั้น ๆ ให้ตระหนักรู้ สร้างเกราะป้องกันภัย
สแกมทุกรูปแบบ จึงเป็นสิ่งจำเป็นทาง มูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation) จึงได้เปิดตัว โครงการ  “Scam Ready ASEAN” ที่เป็นโครงการระดับภูมิภาคที่มุ่งส่งเสริมแนวทางการป้องกันภัยหลอกลวงออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพีธีเปิดจัดขึ้นภายในงาน Google2026 Online Safety Dialogue ณ ประเทศมาเลเซีย

โครงการ Scam Ready ASEAN ถือเป็นหนึ่งในโครงการป้องกันภัยดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก Google.org มูลค่า ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 160 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในโครงการป้องกันภัยดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้านการรู้เท่าทันภัยหลอกลวงให้กับประชาชนกว่า ล้านคนทั่วอาเซียน ผ่านการเสริมสร้างความรู้ ความมั่นใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และทักษะการคิดวิเคราะห์ให้ประชาชนสามารถสังเกตและป้องกันตัวจากภัยหลอกลวงในโลกออนไลน์ที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ

ภัยหลอกลวงออนไลน์กระทบผู้คนทั่วทั้งภูมิภาค

แม้การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลจะสร้างโอกาสมหาศาล ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับอาเซียน แต่ก็เป็นช่องให้เกิดภัยหลอกลวงออนไลน์ ที่ขยายตัวตามไปด้วย ไม่มีเส้นแบ่งของพรมแดนโดยในปี 67 เพียงปีเดียว ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญกับความเสียหายทางการเงินจากภัยหลอกลวงออนไลน์ที่สูงถึง 2.36 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 740,000 ล้านบาท

ไทยก็หลีกไม่พ้น ปี 68 ที่ผ่านมา เป็นปีที่สถานการณ์ภัยไซเบอร์รุนแรงมากที่สุดปีหนึ่ง  ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ปี 68 ประเทศไทยต้องเผชิญกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรวมทั้งสิ้นกว่า 380,378 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 25,195 ล้านบาท หรือราว 740 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยรูปแบบการหลอกลวงทางออนไลน์ที่พบมากที่สุด ได้แก่ การหลอกซื้อขายสินค้าหรือบริการ หลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล การหลอกชักชวนทำงานหารายได้พิเศษออนไลน์ การหลอกลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และการหลอกผ่านแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ทางรัฐบาลไทยได้ออกประกาศใช้พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568  เพื่อรับมือกับปัญหา กำหนดให้สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ ต้องร่วมรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการหลอกลวงทางออนไลน์ด้วย

ยุค AI ปัญหาทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ในยุคปัจจุบันที่ปัญญาประดิษฐ์ ระบบชำระเงินดิจิทัล และโซเชียลมีเดีย มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดนั้น  ทำให้ภัยหลอกลวงสามารถแพร่กระจายได้เร็วและจับสังเกตได้ยากขึ้น จนทำให้ผู้คนหลายกลุ่มล้วนตกเป็นเป้าหมายของภัยดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเยาวชน ครอบครัว ผู้สูงอายุ ไปจนถึงผู้ที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่โลกออนไลน์

โครงการ Scam Ready ASEAN มีแผนจะร่วมมือกับองค์กรในระดับท้องถิ่นกว่า 20 องค์กรใน 11 ประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อขยายผลโครงการผ่านโมเดล Train-the-Trainerหรือการอบรมวิทยากรเพื่อส่งต่อความรู้ในวงกว้าง โดยจะปั้นวิทยากรหลัก (Master Trainer) จำนวน 2,000 คน เพื่อถ่ายทอดหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้แบบ Interactive เช่น เกม Be Scam Ready ให้กับประชาชนอย่างน้อย 550,000 คน พร้อมต่อยอดโครงการไปในประเทศต่าง ๆ ผ่านการทำแคมเปญสร้างความตระหนักรู้และการจัดเวทีหารือเชิงนโยบายระดับประเทศจำนวน ครั้งและระดับภูมิภาคอีก ครั้ง เพื่อผนึกกำลังต่อต้านภัยหลอกลวงทางออนไลน์

ดร.ปิติ ศรีแสงนามผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิอาเซียน บอกว่า ภัยหลอกลวงในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเฉพาะจุดอีกต่อไป แต่มันได้กลายมาเป็นความท้าทายร่วมกันของคนทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ขยายตัวข้ามทั้งพรมแดน ภาคส่วน และชุมชน สิ่งที่เราเห็นคือภัยเหล่านี้ไม่ได้ทำร้ายแค่ตัวบุคคล แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นที่ผู้คนมีต่อโลกดิจิทัลโดยรวม โครงการ Scam Ready ASEAN จึงเกิดขึ้นเพื่อเปลี่ยนแนวทางของเราจากการตั้งรับ ไปสู่การป้องกันและเตรียมพร้อมตั้งแต่ต้น ด้วยการจับมือกับชุมชน ผู้กำหนดนโยบาย และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยบนโลกดิจิทัล ที่ประชาชนสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจในขณะที่อาเซียนกำลังเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

สร้างภูมิคุ้มกันต่อภัยหลอกลวงออนไลน์

ภูมิภาคอาเซียนได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาภัยหลอกลวงออนไลน์อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือการจัดตั้งคณะทำงานต่อต้านภัยหลอกลวงแห่งอาเซียน ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 4 เมื่อปี 67 ซึ่งมุ่งเน้นการกระชับความร่วมมือระหว่างศูนย์ต่อต้านภัยหลอกลวงของแต่ละประเทศ

โครงการ Scam Ready ASEAN เป็นโครงการที่ต่อยอดจากพันธกิจดังกล่าว โดยได้แปรเปลี่ยนเป้าหมาย เชิงนโยบายของอาเซียนให้กลายมาเป็นโครงการระยะยาว ที่ส่งเสริมแนวทางการป้องกันร่วมกันทั้งสังคม ที่นำภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคประชาสังคม และชุมชนมาทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับภูมิภาคต่อภัยหลอกลวงทางออนไลน์ ซึ่งสอดคล้องกับกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ที่มีอยู่ของอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นคณะทำงานต่อต้านภัยหลอกลวงแห่งอาเซียน ที่เพิ่งเปิดตัวควบคู่ไปกับเวทีหารือเชิงนโยบาย เพื่อวางรากฐานสู่ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในอนาคต

ทั้งนี้แต่ละประเทศ คาดหวังว่า ความร่วมมือระยะยาวในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำการปรับเปลี่ยนแนวทางของภูมิภาคไปสู่การป้องกันเชิงรุก ที่จะช่วยให้ประชาคมอาเซียนใช้ชีวิตบนโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น.

จิราวัฒน์ จารุพันธ์