ล่าสุดเดินหน้าประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตาม พ.ร.ก.มาตรา 13 โดยมี แนน บุณย์ธิดา สมชัยรมช.ดีอี พล...เพิ่มพูน ชิดชอบที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี  พชร อนันตศิลป์ปลัดกระทรวงดีอี พล...จิรภพ ภูริเดชผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกมาตรการปราบปรามโจรออนไลน์เพิ่มเติมหวังสกัดเหล่ามิจฉาชีพไม่ให้ก่อเหตุกับคนไทยตามนโยบายรัฐบาล

ไชยชนก ชิดชอบรมว.ดีอี บอกว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ยังเป็น วาระแห่งชาติของรัฐบาลชุดนี้ ทางคณะกรรมการฯ ได้ประชุมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนในช่วง  3-4 เดือนที่ผ่านมา ล่าสุดออกของมาตรการใหม่ ๆ เพิ่มเติมจากหลายหน่วยงาน สิ่งสำคัญคือ ได้มีการอัปเดตประเภทของ บัญชีม้าที่ใช้ก่ออาชญากรรมออนไลน์แบ่งลิสต์รายชื่อเป็น

ม้าดำ : คือ บัญชีมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการ และมีการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว

ม้าเทาเข้ม : คือ กลุ่มที่ตรวจสอบพิสูจน์ทราบในเชิงเส้นทางการเงินทุกอย่างแล้วว่าเป็นบัญชีม้าแน่ แต่ยังอยู่ในระหว่างกระบวนการดำเนินงาน

ม้าเทาอ่อน : คือ ส่วนที่รอการขยับขึ้นไปเป็นเทาเข้ม ซึ่งมีการพิสูจน์ทราบเส้นทางการเงินเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

 ม้าน้ำตาล :  คือ บัญชีกลุ่มที่ยังไม่มีการแจ้งความ หรือผู้เสียหายอาจจะยังไม่รู้ตัว แต่จากการตรวจสอบและบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่าง ธนาคาร, ตำรวจ และ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางแล้วทราบว่า กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีเม็ดเงินที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ
“สแกม” (Scam) จึงจัดให้อยู่ในกลุ่มสีน้ำตาล เป็นการดำเนินงานในเชิงรุก แม้จะยังไม่มีคนแจ้งความแต่เราเห็นหลักฐานชัดเจน จึงต้องนำบัญชีเหล่านี้ขึ้นมาอยู่ในลิสต์ด้วย

สำหรับสถิติข้อมูลการระงับบัญชีม้า เพื่อตัดเส้นทางเดินเงินของมิจฉาชีพ ณ มี.ค .69  รายชื่อบัญชีม้าทั้งหมดจำนวน 2.46 แสนรายชื่อ แบ่งเป็น ม้าดำ จำนวน 100,100 ชื่อ ม้าเทาเข้ม จำนวน 119,200 ชื่อ ม้าเทาอ่อน จำนวน 267,000 ชื่อ 

รวมบัญชีที่ม้าที่ถูกระงับ 3.56 ล้านบัญชี แบ่งเป็น ม้าดำ จำนวน 829,200 บัญชี ม้าเทาเข้ม จำนวน 750,800 บัญชี ม้าเทาอ่อน จำนวน 456,800 บัญชี และ ม้าน้ำตาล 1,519,800 บัญชี โดยมีมูลค่าเงินจากการระงับบัญชีจำนวนประมาณ 8,000 ล้านบาท

การประกาศลิสต์เหล่านี้จะส่งผลไปถึงทุกหน่วยงานในการบังคับใช้ นอกเหนือจากธนาคารแล้ว ยังขยายไปยังกลุ่ม Exchange หรือ สินทรัพย์ดิจิทัล และ ร้านขายทอง เพราะพบว่าเมื่อมาตรการธนาคารเข้มข้นขึ้น มิจฉาชีพจะโยกย้ายวิธีการออกไปในทางอื่นมากขึ้น จึงต้องเอาลิสต์เหล่านี้ให้ผู้ประกอบการนำไปใช้ตรวจสอบและป้องกันเพิ่มเติม รมว.ดีอี ระบุ

ขณะเดียวกันได้ร่วมลงนาม MOU ปราบปราม “นอมินี” ร่วมกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อป้องกันและปราบปรามการใช้บัญชีนิติบุคคลเป็นช่องทางการก่อเหตุด้วย

อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาเชิงรุกของรัฐบาลเกี่ยวกับบัญชีม้าได้พบว่า มิจฉาชีพเริ่มหันไปใช้บัญชีของเด็กและเยาวชนมากขึ้น  ปัจจุบันตรวจสอบพบกลุ่มเยาวชนที่เป็นบัญชีม้าประมาณ 6,000 บัญชี หลังจากที่เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปเปิดบัญชีเองได้ จึงได้หามาตรการป้องกันช่องว่างนี้ อาจจะจำกัดวงเงินวันละ 1 หมื่นบาท จากปกติที่ทำธุรกรรม 3 หมื่นบาทต่อวัน โดยทาง ธปท. จะไปดูรายละเอียดเพิ่มไม่ให้กระทบสิทธิมากเกินไป จะมีมาตรการออกมาเร็ว ๆ นี้

สำหรับในส่วนของ สำนักงาน กสทช. ได้มีการอัปเดตมาตรการ สำคัญ คือเรื่องการลงทะเบียนซิมใหม่ ทั้งแบบตู้หรือการสมัครใหม่ ปัจจุบันต้องมีระบบ “Liveness” คือการยืนยันตัวตนสแกนหน้าแบบมีการขยับตา เป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้กับ Mobile ID เพื่อป้องกันการสวมรอย ขณะที่ซิมเก่า สำนักงาน กสทช. กำลัง Cleaning กวาดล้างฐานข้อมูลซิมเก่าทุกโอเปอเรเตอร์ โดยมีกำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือน ส.นี้ เพื่อเคลียร์ซิมที่ไม่ได้ยืนยันตัวตนออกจากระบบ

ส่วนสัญญาณชายแดน ได้มีแนวทางทำ Sandboxในพื้นที่ ชายแดน จ.สระแก้ว โดยกำหนดให้คนในพื้นที่นั้นต้องมาลงทะเบียนโดยซิมที่ลงทะเบียนเท่านั้นที่จะใช้เสาสัญญาณพื้นที่นั้น ๆ ได้ ส่วนวิธีการอาจให้มาลงทะเบียนกับกรมการปกครอง ฯลฯ 

Screenshot

นอกจากนี้ในเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นอีกหนึ่งช่องทางของมิจฉาชีพในการโอนเงินเหยื่อแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล นั้น ทาง  รมว.ดีอี บอกว่า ทาง ก.ล.ต. กำลังจะประกาศเรื่อง “Travel Rule” ซึ่งเป็นมาตรการที่ทำให้สามารถ Track and Trace หรือติดตามและตรวจสอบทุกธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Digital Asset ได้ทุกขั้นตอน หากมีการ
กระทำผิดกฎหมายก็สามารถตามระบุตัวตนได้หมด

ขณะที่การดำเนินงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ได้ทำการสอบสวนสืบสวน อยู่ระหว่างการยกระดับความผิดบางประเภทให้เป็นคดีพิเศษ ส่วนเรื่องการ คืนเงินให้ผู้เสียหาย นโยบายท่านนายกรัฐมนตรี กำลังหารือถึงแนวทาง ที่ชัดเจนในการจำแนกเงิน เงินสะอาด(Clean Money) ที่พิสูจน์ทราบแหล่งที่มาได้ชัดเจนเพื่อเร่งคืนให้ผู้เสียหายโดยเร็ว ส่วนเงินที่มีความซับซ้อน เช่น เส้นเงินมีความเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า กำลังเร่งหาแนวทางเพื่อให้การคืนเงินเป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตามในการแก้ไขกฎหมาย คือ ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์การคืนเงินให้ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ของ ปปง. ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้วภายใต้พระราชกำหนดว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฉบับปรับปรุง รอประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งจะทำให้การคืนเงินเหยื่อรวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้น

รมว.ดีอี กล่าวทิ้งท้ายว่า การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จะยกระดับให้เข้มข้นขึ้น ต้องขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมมือกัน ตอนนี้ประเทศเราอยู่ในสถานการณ์ที่มีวิกฤติหลายเรื่อง และประชาชนได้รับผลกระทบอย่างมาก ทั้งในเชิงชีวิตความเป็นอยู่และสภาวะจิตใจ การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ และสแกมเมอร์ จึงเป็น วาระแห่งชาติที่สำคัญมากยิ่งกว่าเดิมจะมุ่งมั่นดำเนินการสุดความสามารถต่อไป

ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของรัฐบาล และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในการช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับคนไทย ต่อจากนี้จะมีมาตรการต่าง ๆ ออกมาเพิ่มเติม เพื่อปกป้องเงินในกระเป๋าประชาชน!!.