โดยมี 3 ประเทศในอเมริกาเหนือเป็นเจ้าภาพร่วม ได้แก่  สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก นับเป็นครั้งแรกที่มีการเพิ่มทีมเข้าร่วมเป็น 48 ทีม และจัดขึ้นใน 16 เมืองทั่วทั้ง 3 ประเทศ

เพราะเหลือเวลาไม่ถึง 1 เดือน ซึ่งประเทศไทยก็ยังไม่ได้ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด และไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร??

เนื่องจาก การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการหารือวาระสำคัญคือ เรื่องการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 และได้ให้ทางกรมประชาสัมพันธ์ เป็นแม่งาน ไปประสานกับสำนักงาน กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชน ในการเจรจาซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ที่ประมาณการว่าจะใช้เงินที่ต้องจ่ายประมาณ 1,300 ล้านบาท

Screenshot

แม้ว่า สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ประธาน กสทช. จะระบุว่า ต้องรอให้ทางกรมประชาสัมพันธ์ ที่ได้รับมอบหมายจาก ครม. เป็นหน่วยงานหลัก เสนอแผนมายัง กสทช.เพื่อพิจารณาก่อน ส่วน การจะใช้ จะของบสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ยังไม่ทราบว่าจะมีการขอสนับสนุนงบมาหรือไม่ เป็นวงเงินเท่าใด โดยต้องมีการพิจารณาในบอร์ด กสทช. และรอทางกรมประชาสัมพันธ์เสนอแผนมาก่อน

ฟังจาก ประธาน กสทช.แล้ว การจะใช้งบ กองทุน กทปส. ถือเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่หากจะต้องเอาเรื่องเข้าบอร์ด กสทช. เพื่ออนุมัติ อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 ครั้งที่แล้ว ที่ประเทศกาตาร์เป็นเจ้าภาพ ด้วยงบประมาณสนับสนุนจำนวน 600 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นผู้สนับสนุนหลัก โดยต้องการให้สามารถถ่ายทอดได้ทุกแพลตฟอร์ม แต่ปรากฏว่าเกิดกรณีผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล และจานดาวเทียมร้องเรียนว่า มีเอกชนรายหนึ่งที่ร่วมออกเงินสนับสนุน ได้สิทธิในการถ่ายทอดสดไปในทุกแพลตฟอร์ม จนกว่าเรื่องจะเคลียร์กันได้ ก็เข้าไปเกือบจะถึงรอบชิงชนะเลิศเลยทีเดียว

จากเรื่องดังกล่าวทำให้บอร์ด กสทช.ให้มีการฟ้องเรียกเงินคืน รวมถึงได้มีการแก้ไขประกาศ กสทช. เกี่ยวกับ กฎ Must Have โดยนำกีฬาฟุตบอลโลก ออกจากกฎ Must Have ไม่ได้บังคับให้ผู้ซื้อลิขสิทธิ์ต้องถ่ายทอดผ่านฟรีทีวีอีกต่อไป เพื่อให้เรื่องการซื้อลิขสิทธิ์เป็นเรื่องของเอกชนและกลไกตลาด

Screenshot

ทำให้หากมีการนำเรื่องของบกองทุน กทปส. ไปสนับสนุน ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก เชื่อว่าจะมีการถกเกียงกันอย่างดุเดือดแน่นอน เพราะมีตัวอย่างให้เห็นจากบอลโลกครั้งที่แล้ว จนถึงทุกวันนี้เรื่องฟ้องร้องกันก็ยังไม่ได้ข้อยุติ บอร์ดเสียงข้างมากอาจไม่สนับสนุนให้ผ่าน 

อย่างไรก็ตาม สำหรับเงินจากกองทุน กทปส. นั้น ปัจจุบันมีเงินอยู่หลายกอง หากจะใช้ต้องดูว่าเป็นกองทุนส่วนไหน ซึ่งแต่ละกองทุนมีวงเงินและวัตถุประสงค์การใช้งานไม่เท่ากัน 

แหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช. กล่าวว่า หลังจาก ครม. ให้ทางกรมประชาสัมพันธ์เป็นแม่งาน คงต้องให้ทางกรมประชา สัมพันธ์ประสานมา เสนอแผนมาก่อน  และต้องดูว่าจะสามารถหาเอกชนเข้ามาสนับสนุนได้กี่ราย และเป็นวงเงินเท่าใด และหากจะของบสนับสนุนมาทางสำนักงาน กสทช. ก็ต้องดูว่าจะใช้ส่วนไหน 

ส่วนเรื่องจะเข้าบอร์ดพิจารณาหรือไม่นั้น อาจไม่ใช่ทุกกรณี โดยกรณีการให้ช่วยสนับสนุนครั้งนั้นก็ไม่ได้ผ่านบอร์ด

โดยครั้งนั้นอาร์เอสซื้อลิขสิทธิ์ มาในปี 2014  แล้วเกิดข้อพิพาทขึ้น กรณีกฎ Must Have ที่กำหนดให้ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ต้องดูฟรีทุกช่องทาง ทั้งที่การซื้อลิขสิทธิ์นั้นเกิดขึ้นก่อนมีกฎดังกล่าว  และทาง อาร์เอส ก็ใช้วิธีการขายกล่อง  ก่อนจะลงเอยยุติปัญหาด้วยการที่ กสทช. ต้องจ่ายค่าชดเชย 427 ล้านบาท จากการเสียโอกาสทางธุรกิจของภาคเอกชน

ขณะเดียวกัน ถ้ามองถึงวัตถุประสงค์ของ กองทุน กทปส. ที่ระบุไว้ ตามข้อ 1.คือ ดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการอย่างทั่วถึง ส่งเสริมชุมชนและสนับสนุนผู้ประกอบกิจการบริการชุมชนซึ่งหากมองว่าจะสนับสนุนงบประมาณ ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ ก็น่าจะเข้าข่ายกับวัตถุประสงค์นี้มากที่สุด!!

ทั้งนี้แม้จะไม่มีกฎ Must Have แล้วในฟุตบอลโลกครั้งนี้ แต่อย่าลืมว่า ยังมีกฎ Must Carry อยู่ ทำให้หากเอกชนซื้อลิขสิทธิ์มาแล้วออกช่องทางกล่องของตัวเองแล้วเก็บค่าบริการจะไม่มีปัญหา แต่หากจะนำมาออกช่องฟรีทีวี หรือทีวีดิจิทัล ด้วยกฎ Must Carry จะจับมือกับช่องใดเพียงช่องหนึ่งในการถ่ายทอดช่องเดียวไม่ได้ ต้องนำแพร่ภาพในทุกช่องฟรีทีวี ไม่เช่นนั้นจะผิดกฎ Must Carry ทันที

“เมื่อทาง ครม. มีมติให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นหน่วยงานหลัก หากมีการซื้อลิขสิทธิ์มาได้แล้ว เชื่อว่าจะมีการนำถ่ายทอดผ่านฟรีทีวี แต่จะเป็นช่องอะไรบ้าง คงอยู่ที่แผนงานของกรมประชาสัมพันธ์ และการหาเอกชนเข้ามาร่วมสนับสนุน ซึ่งเชื่อว่า ทางท่าน “ศุภมาส อิศรภักดี” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ จะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน ขณะที่ส่วนของสำนักงาน กสทช.จะช่วยประสานกับทางผู้ให้บริการมือถือ ซึ่งในเบื้องต้นทางค่ายมือถือทั้งสองก็มีความสนใจร่วมสนับสนุน” 

แหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช. บอกว่า สำหรับเรื่องราคาค่าซื้อลิขสิทธิ์ จำนวน 1,300 ล้านบาท นั้น เชื่อว่าหากมีการเจรจากันอย่างเป็นทางการราคาจะสามารถลดลงได้อีก ขึ้นอยู่กับการเจรจา 

ส่วนคำถามที่ว่า เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนจะเจรจาทันหรือไม่นั้น นอกจากการซื้อลิขสิทธิ์แล้ว ยังต้องเตรียมเรื่องบริหารจัดการการถ่ายทอดสด เมื่อซื้อมาแล้วจะถ่ายออกอากาศช่องใดบ้างอีก  ในเรื่องนี้ทางแหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช. บอกว่า หากหาแหล่งเงินทุนสนันสนุนได้ก็ทัน เช่น การซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2022 ครั้งที่แล้วนั้น ก็ตกลงซื้อเซ็นสัญญานก่อนการแข่งขันจะเริ่มไม่กี่วัน 

ขณะที่เรื่องบริหารจัดการการถ่ายทอดสดนั้น ทางกรมประชาสัมพันธ์ ก็สามารถดำเนินงานคู่ขนานกันไประหว่างเจรจาซื้อลิขสิทธิ์นี้ได้ เช่น เรื่องการเชื่อมโยงสัญญาณจากต่างประเทศมาเผยแพร่ผ่านช่องทางต่าง ๆ ในไทย ประสานกับทาง บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ฯลฯ รวมถึงโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล ช่องรายการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลและช่องทางอื่น ๆ ให้ทั่วถึง  และช่องไหนจะถ่ายคู่ไหน เป็นเรื่องการบริหารจัดการของทางกรมประชาสัมพันธ์ ต้องเป็นผู้ดำเนินการ

นอกจากนี้ยังต้องดูแลหามาตรการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะการสกัดกั้นสัญญาณไม่ให้รั่วไหลไปยังเว็บไซต์พนันออนไลน์ หรือล้ำไปยังประเทศเพื่อนบ้านด้วย

สุดท้ายแล้ว คงต้องติดตามการทำงานของกรมประชา สัมพันธ์กันต่อในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เชื่อว่าภายในสัปดาห์หน้า จะมีความเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะการดีลกับทุกส่วนทั้ง ฟีฟา ภาครัฐและเอกชน

เพราะยังไงแล้วท่านนายกรัฐมนตรี รับปากแล้วว่า คนไทยจะได้ดูบอลโลกฟรี!!.

จิราวัฒน์ จารุพันธ์