ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย
หนุ่มใหญ่วัย 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจวัดระดับฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ซึ่งจะใช้วิธีการตรวจเลือดตามปกติเพื่อวัดระดับฮอร์โมนเพศชาย
ปัจจุบัน ผู้ป่วยภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายมีทางเลือกในการรักษาที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ซึ่งฮอร์โมนเพศชายสามารถกลับไปสู่ระดับปกติได้หากได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว ยาฉีดฮอร์โมนเพศชายทดแทน เป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูง
ยาฉีดฮอร์โมนเพศชายทดแทน เป็นการรักษาด้วยการให้ฮอร์โมนเพศชายโดยวิธีการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ ซึ่งยาจะเข้าสู่ร่างกายและออกฤทธิ์ในส่วนที่ต้องการในแบบเดียวกันกับฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนที่ร่างกายผลิตขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยให้ผลระยะยาวและมีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูสุขภาพโดยรวมของผู้ชาย และใช้การฉีดเพียงปีละ 4 ครั้ง
การรักษาภาวะอ้วนลงพุง อาจช่วยให้พบภาวะทางอายุรกรรมอื่น ๆ ที่สามารถรักษาได้ ดังนั้น จึงแนะนำให้ผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวใช้วิธีการรักษาแบบครบวงจร โดยใช้ยา กลุ่มยาขยายหลอดเลือด (PDE-5 inhibitor) เพื่อช่วยรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ได้โดยตรง และรักษาภาวะพร่องฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนด้วยยาฉีดฮอร์โมนเพศชายทดแทน
ภายในศาสตร์การแพทย์แผนจีน
การรักษาทางแพทย์แผนจีน
1.ยาสมุนไพร : ปรับการไหลเวียนเลือดและลมปราณ, บำรุงเลือด และบำรุงไตหยินและหยาง
2.การฝังเข็ม : กระตุ้นการทำงานอวัยวะในร่างกาย, ปรับสมดุลหยินหยางของร่างกาย
จุดปาเหลียว ตำแหน่งบนกระดูก
จุดชวี่กู่ ตำแหน่งเหนือกระดูกหัวเหน่า
จุดชี่ชง ตำแหน่งเหนือขาหนีบ
3.รมยา : ขับความเย็น และความชื้น, ปรับการไหลเวียนเลือดและลมปราณ และบำรุงหยางอบอุ่นร่างกาย
4.นวดทุยหนา : คือการใช้เทคนิคการนวดแบบจีน เช่น เคาะ กด คลึง หยิก บีบ เป็นต้น มากระทำต่อเส้นลมปราณ และจุดบนเส้นลมปราณ เพื่อปรับสมดุลระบบอวัยวะในร่างกาย ท่าถูเอวและฝ่าเท้า ท่ากักเก็บพลังหยาง
5.อบสมุนไพร : ขับความเย็น และความชื้น ปรับการไหลเวียนเลือด และลมปราณ ปรับสมดุลร่างกาย
การดูแลและป้องกัน
1.เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ให้เหมาะตามสภาวะร่างกาย
2.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
3.วางแผนจัดการกับความเครียด
4.ปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวัน
5.สังเกตตัวเอง ตรวจสุขภาพเป็นประจำ หากมีอาการเจ็บป่วยให้รีบรักษา.
……………………………………………….
ศ.น.ท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล
คลินิกสุขภาพชาย หน่วยศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ
ภาควิชาศัลยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล



