ทั้งนี้ กับ “ความไว้ใจ” นั้น…นอกจากจะมี “วิธีเพิ่ม” แล้ว ในทางกลับกันก็มี “วิธีทำลาย” ด้วย ซึ่งเรื่องการ “ทำลายความไว้ใจ” นั้น ณ ที่นี้ในวันนี้ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ก็มี “ข้อมูลที่น่าพิจารณา” มาสะท้อนต่อ…

ณ ที่นี้วันนี้มาดู “8 แนวทาง 8 สเต็ป”

มาดูสิ่งที่ทำให้ “ความไว้ใจถูกทำลาย”

เกี่ยวกับเรื่องนี้นั้น ก็มีข้อมูลน่าสนใจในบทความโดย iSTRONG Mental Health ซึ่งระบุถึงเรื่อง “ความไว้วางใจ” ไว้ว่า… เป็นพื้นฐานสำคัญของทุกความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นกับครอบครัว เพื่อน หรือแม้แต่กับ “คนรัก”แต่การสร้างความไว้วางใจกับใครสักคนนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้เวลา โดยจะต้องทุ่มเททั้งเวลาและพลังที่มีอยู่ลงไปด้วย อย่างไรก็ตาม หากแต่ในทางตรงกันข้าม “การทำลายความไว้ใจ” กลับ “ใช้เวลาไม่นาน และทำได้ไม่ยาก” เมื่อเทียบกับการสร้างความไว้ใจ

ทั้งนี้ ในบทความดังกล่าวที่เผยแพร่ไว้ในwww.istrong.co ได้มีการระบุไว้ถึง 8 พฤติกรรม”ที่เป็น “ปัจจัยกระตุ้น” ที่ทำให้เกิดการ “ทำลายความไว้วางใจได้ง่าย ๆ” ซึ่งการนำเรื่องนี้มาสะท้อนนั้นก็เพื่อที่จะทำให้หลายคนตระหนักและเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น หากไม่อยากกลายเป็น “คนที่ทำลายความไว้ใจ” กับคนที่รัก โดย 8 พฤติกรรมดังกล่าว มีดังนี้…

เริ่มจาก…โกหก ไม่พูดความจริง”นี่เป็น หนึ่งในวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการทำลายความไว้วางใจ โดยเมื่อใดก็ตามที่พูดไม่จริง หรือพยายามซ่อนบางอย่าง คนรอบตัวจะไม่สบายใจและสงสัยในคำพูด เพราะไม่มีใครชอบถูกหลอก และถ้าโกหกเรื่องเล็กน้อยบ่อยครั้ง หรือปกปิดความจริงเพราะกลัวผลกระทบระยะสั้น ก็อาจจะยิ่งนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่มากขึ้นในอนาคต โดยผลกระทบพฤติกรรมนี้คือ ทำให้คนอื่นไม่สามารถไว้ใจได้อีกต่อไป เพราะรู้สึกว่าคำพูด ไม่น่าเชื่อถือ

ไม่ทำตามสัญญา” การไม่รักษาสัญญาหรือบอกว่าจะทำแต่ไม่ได้ทำ ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีทำลายความไว้วางใจที่รวดเร็ว โดยเมื่อบอกว่าจะทำบางสิ่งแต่กลับไม่ทำ ผู้คนจะเริ่มสงสัยความจริงใจและความน่าเชื่อถือ และการผิดคำสัญญาไม่ใช่แค่สร้างความผิดหวัง แต่ยังทำให้ผู้คนรู้สึกว่าพวกเขาไม่สำคัญพอที่จะทำให้มีการยึดมั่นในคำพูด ซึ่งผลกระทบจากพฤติกรรมนี้ก็คือ ความเชื่อมั่นที่คนอื่นมีให้จะลดลง และทำให้คนรอบตัวรู้สึกว่าไม่จริงใจในการกระทำ

นินทาลับหลัง” การพูดลับหลังหรือนินทาคนอื่น เป็นอีกวิธีที่ทำให้ความสัมพันธ์แตกหักได้อย่างรวดเร็ว เพราะการทำเช่นนี้ไม่เพียงทำให้คนอื่นมองว่าไม่จริงใจ แต่ยังทำให้ไม่แน่ใจว่าจะมีการทำแบบเดียวกันกับเขาหรือไม่ โดยผลกระทบของพฤติกรรมนี้คือ ผู้คนรอบข้างจะรู้สึกไม่ปลอดภัยในการพูดคุยด้วย เพราะไม่รู้ว่าจะถูกนำเรื่องที่พูดไปเล่าให้คนอื่นฟังในทางใด โดยนินทาลับหลัง การกระทำเช่นนี้สร้างความระแวงและความไม่ไว้วางใจในวงสังคม

ละเมิดความเป็นส่วนตัว” การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือละเมิดความเป็นส่วนตัวคนอื่น เช่น แอบอ่านข้อความ เผยเรื่องส่วนตัวกับคนอื่นในเรื่องที่เขาไม่อยากให้เปิดเผย สามารถทำลายความไว้ใจได้โดยตรง ซึ่งผลกระทบที่ตามมาคือ คนรอบตัวจะรู้สึกไม่ได้รับการเคารพ จึงเริ่มห่างเหินและระวังตัวมากขึ้นเมื่ออยู่กับคนที่มีพฤติกรรมนี้

เห็นแก่ตัว” คนที่มุ่งเน้นแต่ตัวเองหรือให้ความสำคัญกับความต้องการตนเองมากกว่าผู้อื่น เช่น ไม่สนใจความเห็นคนอื่น ไม่คำนึงถึงความรู้สึกคนอื่น ทำให้คนรอบตัวเกิดความรู้สึกไม่เท่าเทียมกัน ส่งผลให้ความไว้วางใจถูกทำลายลงไปเรื่อย ๆ และผลกระทบที่จะเกิดคือ คนรอบข้างที่เกิดความรู้สึกนี้จะเริ่มค่อย ๆ ห่างเหินออกไปเรื่อย ๆ จนเลือกยุติความสัมพันธ์

หาผลประโยชน์จากความสัมพันธ์” เมื่อคนอื่นเริ่มสังเกตเห็นถึงความไม่จริงใจในความสัมพันธ์ และเมื่อเขารู้สึกว่าไม่ได้ถูกสนใจจริง ๆ แต่เป็นเพียงแค่การหวังผลประโยชน์ส่วนตัวจากการเข้ามาคบหา เมื่อนั้นความไว้วางใจก็จะถูกทำลายลง โดยผลกระทบที่จะเกิดนั้นก็คือ คนรอบข้างรู้สึกว่าถูกหักหลัง จนทำให้ไม่สามารถที่จะเชื่อใจได้อีกต่อไป

ไม่ใส่ใจความรู้สึกผู้อื่น” การไม่สนใจความรู้สึกคนรอบตัว แสดงให้เห็นว่า…ไม่ได้มีการให้คุณค่าหรือความสำคัญกับพวกเขา คนอื่นจะรู้สึกว่าถูกละเลยเมื่อไม่ได้มีการให้ความสำคัญกับความรู้สึกและความต้องการของพวกเขา โดยผลกระทบที่จะตามมาคือ คนรอบข้างจะรู้สึกไม่ต้องการความสัมพันธ์แบบนี้ และจะค่อย ๆ ห่างเหิน จนตัดความสัมพันธ์ในที่สุด

และสุดท้าย… หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า”พฤติกรรมนี้เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนเลือกทำ ด้วยการเงียบ ไม่พูดคุย ซึ่งอาจทำให้ปัญหานั้นใหญ่และซับซ้อนมากขึ้น เพราะคนรอบข้างหรือคนใกล้ชิดจะรู้สึกว่า…ไม่พร้อมที่จะแก้ไขปัญหา โดยพฤติกรรมนี้จะส่งผลให้เกิดผลกระทบตามมา นั่นก็คือ คนรอบตัวจะรู้สึกว่าไม่จริงใจที่จะรักษาความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น

…เหล่านี้เป็น8 พฤติกรรมทำลายความไว้ใจ” ที่มีบทความในwww.istrong.co ให้ข้อมูลไว้ เพื่อให้ระวัง ไม่พลั้งเผลอจนเกิดพฤติกรรม ซึ่งการรับรู้พฤติกรรมเหล่านี้และปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้มี “ความไว้วางใจ” ที่การ “ทำลาย”เกิดง่ายกว่าสร้าง-รักษา ที่สำคัญการทำลายความไว้ใจเพียงครั้งเดียวก็อาจส่งผลต่อ“ความสัมพันธ์ที่มีค่า”

แค่พริบตาอาจ “หายไปอย่างสิ้นเชิง”

จากการที่ “ความไว้ใจถูกทำลาย”

แม้ “จะง้อ…ก็อาจสายไปแล้ว??”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์