“โค้ชโจ” ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น กุนซือนครราชสีมา มาสด้า บ่นว่า การเรียกตัวทีมชาติ ต้องดูนักเตะที่ฟอร์มดีต่อเนื่อง แต่ที่เขาเห็นนั้น บางคนไม่ค่อยได้เล่นในลีก แต่กลับมีชื่อติดทีม
เลือกนักเตะจากชื่อเสียงเก่าๆ หรือเปล่า ควรจะมองจากฟอร์มปัจจุบันมากกว่า พร้อมแนะว่า 2 กองหลังในสังกัด เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว กับ ณัฐพงษ์ สายริยา น่าจะมีชื่อในรอบแรก
กุนซือโคราช พูดตามหลักการ แล้วก็น่าคล้อยตาม แต่ต้องเรียนตามตรงว่า ไม่ได้กางโผ 69 คน แบบชัดๆ ว่ามีใครบ้าง เพราะสโมสรเป็นฝ่ายเปิดเผยมาเอง จึงกระจัดกระจาย
แต่หากมาดูไทม์ไลน์ ของทีมชาติไทย ก่อนไป ซูซูกิคัพ แล้ว ก็เข้าใจ และเห็นใจ มาโน กับทีมงาน หากรายชื่อทีมชาตินั้น เลือกจากชื่อเสียงเก่าๆ

แน่นอนแล้วว่า ไทยลีก วันที่ 27-28 พ.ย. จะไม่เลื่อนแข่งขัน ดังนั้น ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็น่าจะเป็นไปตามไทม์ไลน์นี้
27-28 พ.ย. : แมตช์แข่งขัน รีโว่ ไทยลีก
29 พ.ย. : นักเตะตรวจโควิด (RT-PCR)
30 พ.ย. : ฟังผล หากเป็นลบ จะซ้อมช่วงเย็น
1 ธ.ค. : เดินทางไป สิงคโปร์, ตรวจโควิด (RT-PCR)
2 ธ.ค. : รอผลตรวจ
3 ธ.ค. : ซ้อมครั้งแรกที่สิงคโปร์
4 ธ.ค. : ออฟฟิเชียล เทรนนิง
5 ธ.ค. : เตะนัดแรกกับ ติมอร์เลสเต

แม้จะพยายามเคลียร์โปรแกรม แต่สุดท้าย ก็ไม่ลงตัว และจะเห็นได้ว่า ช้างศึก จะมีเวลาซ้อมเพียงแค่ 3 วันก่อนเริ่มเตะนัดแรก
ด้วยระยะเวลากระชั้นชิด คงจะยากที่เสี่ยงดึงนักเตะหน้าใหม่เข้ามา ไม่ว่าใครเป็นโค้ช ก็คงต้องเลือกคนที่เคยๆ เห็น เคยทำผลงานกับทีมชาติได้ดีมาก่อน เพราะจะว่าไป นักเตะไทยหลายคนที่เล่นกับสโมสรดี แต่พอมาเล่นทีมชาติกลับไม่ดี
นี่ยังดีที่นัดแรก เราเจอคู่แข่งที่เบาสุด คือ ติมอร์เลสเต จะถือเป็นเกมอุ่นเครื่องไปในตัวก็ได้ (แต่อย่าพลาดแล้วกัน)
เวลาซ้อมมีน้อย ไม่ได้ดู ไม่ได้ลอง ยังไงการเลือกคนที่มีประสบการณ์ เคยผ่านงานมาก่อน ก็ถือว่า “เพลย์เซฟ”
แม้จะไม่ดีกว่าเดิม แต่ก็คงไม่ดร็อปลงไปเท่าไหร่
ถือว่าแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ส่วนผลงานจะไปได้แค่ไหน ไปลุ้นกันหน้างาน
เฮ้อ ทุลักทุเล เหลือเกิน.
*** วุฒินล ***



