เนื้อความข้างต้นสะท้อนผ่านทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาโดย ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล ผู้อำนวยการศูนย์ที่ปรึกษาและสร้างการเติบโตทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เกี่ยวกับ “สงครามส่งด่วน”ซีรีส์สัญชาติไทยที่เป็นกระแสดัง เกิดไวรัลมากมาย…

นอกจากความบันเทิงจากซีรีส์แล้ว

มุมวิชาการ” ซีรีส์เรื่องนี้ “ก็น่าสนใจ”

น่านำมา “ถอดรหัสเป็นกรณีศึกษา”

ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล

ทั้งนี้ ทาง ผศ.ดร.ภูษิต นักวิชาการด้านการพัฒนาธุรกิจ สะท้อนมุมมองต่อซีรีส์ที่กำลังเป็นกระแสฮอตเรื่องดังกล่าวนี้ผ่านทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาน่าสนใจ โดยระบุว่า… หากพิจารณาลงลึกจะพบว่า…ซีรีส์เรื่อง “สงครามส่งด่วน” นั้นมีโครงเรื่องที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ “ไดอะล็อก” หรือ “บทพูด-บทสนทนา” ระหว่างตัวละครในเรื่องนี้ ที่สามารถนำมาใช้เป็น “แง่คิดการทำธุรกิจ” โดยเฉพาะกับ สตาร์ทอัพ”และ“เอสเอ็มอี” ได้เป็นอย่างดี

ผศ.ดร.ภูษิต ระบุอีกว่า… ถ้าพิจารณาจากเนื้อเรื่องซีรีส์ดังกล่าวจะพบว่า…มีจุดเริ่มต้นของเรื่องจาก คีย์พอยท์ของเด็กหนุ่มรุ่นใหม่ที่อยากจะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ ซึ่งเป็นภาพตัวแทนของคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ในสังคมไทย ที่ต้องเริ่มต้นธุรกิจจากศูนย์ หรือจากการไม่มีทุนรอนก้อนใหญ่ โดยซีรีส์ ฉายภาพให้เห็นว่าคนที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นจำเป็นต้องมีมุมมองหรือวิธีคิดที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่โดยคนส่วนใหญ่มักจะเชื่อว่า…คนที่ไม่มีเงินไม่สามารถทำธุรกิจได้ แต่ตัวเอกของซีรีส์เรื่องนี้ให้คำตอบว่า…ไม่จริงเสมอไป!! เพียงแต่คนที่ไม่มีทุนก้อนใหญ่นั้นจะต้องคิดให้มากกว่า

นอกจากนี้ ผอ.ศูนย์ที่ปรึกษาและสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ยังระบุว่า… อย่างไรก็ตาม หลายคนก็คงจะมีคำถามว่าถ้าทุนน้อย หรือขาดแคลนทุน แล้วจะทำอย่างไรจึงจะทำธุรกิจได้?? ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้ก็มีประเด็นน่าสนใจดังนี้…

เรื่องที่ 1 ต้องกล้าต้องคิดให้ต่าง” โดยในซีรีส์ตัวเอกหรือพระเอกของเรื่องมีฐานะครอบครัวยากจน และไม่ได้มีทุนรอนในการทำธุรกิจมากนัก แต่ก็เริ่มต้นธุรกิจของตัวเองได้จากศูนย์ เพราะมั่นใจในไอเดียธุรกิจที่อยู่ในหัว กับมี “ความกล้าบ้าบิ่น” มากพอที่จะทำตามความคิดของตัวเอง ซึ่งเป็นการ ฉีกตัวเองออกนอกกรอบ หรือพาตัวเองออกจาก “ข้อจำกัด”ที่คนรุ่นใหม่ยุคนี้มักเป็นกันมาก…นั่นคือ “ติดกับดักความกลัวจนไม่กล้าลงมือทำอะไร” เอาแต่เพ้ออยู่กับภาพฝันความสำเร็จที่ได้มาง่าย ๆ ซึ่งในซีรีส์นี้บอกไว้ชัดว่า… ความสำเร็จไม่มีทางลัด” แต่เกิดขึ้นได้จากความขยัน อดทน และต้องสู้สุดชีวิตเท่านั้น

เรื่องที่ 2 “ต้องรู้วิธีสู้-ต้องรู้จักสนามที่เล่น” ประเด็นนี้ทาง ผศ.ดร.ภูษิต ชี้ว่า… ในซีรีส์ตัวเอกต้องสู้รบปรบมือกับผู้ประกอบการรายใหญ่ หรือทุนใหญ่ยักษ์ โดยที่ตัวเองแทบจะไม่มีอาวุธอะไรในมือให้ใช้ได้ ทำให้ตัวเอกของเรื่องจึงใช้วิธีสู้แบบกองโจร หรือชกแบบมวยวัด โดย อาศัยขนาดธุรกิจที่มีความคล่องตัวมากกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ ที่นับเป็นความชาญฉลาดของตัวเอกในเรื่อง ที่พบ Pain Point และหาวิธีแก้จุดอ่อนของตัวเองเจอ โดยที่… “รู้จักเวทีที่สู้…ก็เป็นกลยุทธ์สำคัญ”

เรื่องที่ 3 ที่ซีรีส์ “สงครามส่งด่วน” สะท้อนออกมาคือ“ต้องรู้จักมองหาโอกาส” โดยตัวเอกของเรื่องมองเห็นโอกาสจากการไปส่งพัสดุที่บริษัทรับส่งของ โดยมองเห็นว่า…ราคาค่าจัดส่งที่ในเรื่องระบุไว้คือ 50 บาท เป็นราคาที่ทุกคนต้องยอมจ่าย ทำให้ตัวเอกของซีรีส์เห็นว่า… เบื้องหลังของราคานี้ มีโอกาสที่ซ้อนอยู่ด้านหลัง จึงนำเรื่องนี้มาใช้เป็นช่องทางสร้างโอกาส อย่างไรก็ดี ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่า…สิ่งที่ผลักดันให้ธุรกิจของตัวเอกเริ่มต้นขึ้นนั้น ก็มาจากคุณสมบัติเด่นของตัวเอกเอง คือ… กล้าลงมือทำ” และอีกอย่างคือ… ทำการบ้านอย่างหนัก” จนพบช่องที่จะเจาะเข้าไปได้ด้วยบริการที่ถูกกว่า-สะดวกกว่า

และประเด็นอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ผอ.ศูนย์ที่ปรึกษาและสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ระบุว่าก็ยังมี… เรื่องที่ 4 ต้องมีทีมที่ดี”เจ้าของธุรกิจไม่ได้เก่งทุกเรื่อง อย่างตัวเอกในซีรีส์ก็มีเพื่อนที่มีความถนัดต่างกันช่วย “อุดช่องว่าง” ให้ธุรกิจ, เรื่องที่ 5 ต้องกระหายความสำเร็จตลอดเวลา” จึงจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโต-สร้างจุดเปลี่ยนได้, เรื่องที่ 6 ไม่ควรทำสงครามราคา” เพราะเป็นกลยุทธ์ที่ไม่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอี ซึ่งในซีรีส์ก็สะท้อนความผิดพลาดเรื่องนี้

เรื่องที่ 7 ต้องมีหัวใจของการเป็นผู้นำ”ที่เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ สำหรับ เอสเอ็มอี หรือ สตาร์ทอัพ เพราะไม่ใช่เก่งแค่งานอย่างเดียว…ต้องเก่งคนด้วย ต้องจูงใจคนเป็น เพื่อให้คนอยากทำงานให้เต็มที่ ซึ่ง…คิดว่าศึกกับคู่แข่งว่าเหนื่อยแล้ว ศึกภายในนั้นยิ่งยากมากกว่า, เรื่องที่ 8 ให้ความสำคัญกับการร่วมทุน” โดยต้องคิดให้รอบคอบ และต้องถามตัวเองให้ดี ๆ ว่า…การร่วมทุนนั้นทำเพื่ออะไร สุดท้ายเรื่องที่ 9 ต้องมีตัวตนชัดเจน”เพื่อเป็นเหตุผลในการมีอยู่ของธุรกิจที่ก่อร่างสร้างขึ้นมา

ทั้งนี้ ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล ย้ำผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาด้วยว่า… ซีรีส์เรื่องนี้ผู้ประกอบการสามารถใช้เป็น “ข้อคิดธุรกิจ” ได้ สำคัญที่ว่า…ใครจะหาเจอและนำมาใช้ได้แค่ไหน ซึ่ง…ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะลำบากแค่ไหน ถ้าMind set ผู้ประกอบการ” ยังเชื่อมั่นว่า “จะต้องรอดจะต้องเติบโต” ก็จะ “เกิดวิธีคิดที่แตกต่าง” …ดังเช่นที่ตัวเอกซีรีส์เรื่องนี้ทำได้

นี่เป็น “มุมวิเคราะห์” จากมุมบันเทิง

ชวน “ถอดรหัสจากละครซีรีส์” ที่ดัง

ที่…“ใช้ประโยชน์ได้มากกว่าบันเทิง”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์