มรสุมประเทศ จากเดือนพฤษภาคม การเมืองไทย กำลังทวีความร้อนแรงแทบจะรายวัน เหมือนกำลังเดินเข้าสู่หมากทางตัน สารพัดเรื่องทั้ง ด้านการเมือง–เศรษฐกิจ–สังคม ถาโถมเข้ามาต่อเนื่องแบบไม่หยุดหย่อน
ใครจะไปเชื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม จู่ ๆ จะมี มรสุมอีกลูกใหญ่ ในด้าน ความมั่นคงระดับประเทศ เล่นงานแบบไม่ทันตั้งตัว จากปมพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ทหารกองกำลังสุรนารี ไปตรวจพบ ทหารกัมพูชา เข้ามาวางกำลัง ขุดแนวหลุมคูเลต (หลุมเพลาะ) บริเวณพื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เกิดการปะทะกันขึ้นทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย

ตอนแรก 2 ประเทศเจรจากันหาทางออกให้ทั้งสองฝ่าย ถอนทหารออกจากจุดปะทะ 200 เมตร พร้อมใช้กลไกเจบีซี แต่เมื่อกัมพูชา ออกมาแถลงจะไม่ยอมถอนทหาร อ้างเป็นจุดที่ถือครองก่อนลงนามเอ็มโอยู43 พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาค 2 และคณะรีบไปพบปะพูดคุยกับ พล.อ.เมา โซะพัน ผบ.ทบ.กัมพูชา และคณะฝ่ายกัมพูชา เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนการพูดคุยเจรจาด้วยสันติวิธี หาข้อตกลงร่วมกัน
แต่เมื่อ สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกฯกัมพูชา และบุตรชาย คือ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา ต่างออกมายืนยัน “สามเหลี่ยมมรกต” บริเวณช่องบก เป็นของกัมพูชา จะนำข้อพิพาทนี้ทั้งพื้นที่ช่องบก, ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลโลก(ICJ)เป็นผู้ตัดสิน
แม้ทาง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ออกแถลงการณ์รัฐบาล ยืนยันไทยตระหนักถึงความสำคัญสูงสุดในการปกป้องอธิปไตยคุ้มครองบูรณภาพของดินแดนอย่างเต็มที่ ยึดหลักการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ทั้งลงไปพื้นที่ช่องบก พร้อมนำคณะบินไปพบ พล.อ.เตีย เซยฮา รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมกัมพูชา หารือแนวทางแก้ไขปัญหา เห็นพ้องจะดำเนินการตามกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ และการปรับกำลังในพื้นที่ให้เหมือนในปี 2024โดยจะรอความชัดเจนประชุมร่วม JBC วันที่ 14 มิ.ย. ณ กรุงพนมเปญ กัมพูชา

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมากลายเป็นเรื่องขยายวงกว้างของทั้ง 2 ประเทศ โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของทหารสองประเทศ ตามแนวชายแดน 7 จังหวัด ไล่ตั้งแต่ อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์, สระแก้ว, จันทบุรี และ ตราด โดยมี กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2, กองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 และ กองบัญชาการป้องกันชายแดนฯ กองทัพเรือ จัดกำลังพร้อมยุทโธปกรณ์ดูแลในพื้นที่ เตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง
อีกทั้งปลุกความพร้อมของเหล่าทัพ บก–เรือ–อากาศ–ตำรวจ ตบเท้าออกมาให้ประชาชนได้เห็น พร้อมยังเชิญชวน ติด #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด กระทั่งวันเสาร์ที่ 7 มิ.ย. หลังจาก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ตัดสินใจออกคำสั่ง ยกระดับมาตรการควบคุมการเปิด–ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตามลำดับขั้นความเข้มงวดในแต่ละพื้นที่ โดยเน้นจากเบาไปหาหนัก แบ่งเป็น 4 ขั้นตอน

คำสั่ง ผบ.ทบ.เอาจริง ยกระดับควบคุมการเปิด–ปิดจุดผ่านแดนได้แค่วันเดียว ช่วงเย็นวันอาทิตย์ 8 มิ.ย. ฝ่ายทหารกัมพูชาเจรจากับกองกำลังสุรนารี โดยเห็นชอบ ’การปรับการวางกำลัง“ ลดการเผชิญหน้า พร้อมกลบหลุมคูเลตกลับคืนสู่สภาพเดิม สร้างบรรยากาศที่เกื้อกูลต่อการประชุม JBC ที่จะมีในวันเสาร์ที่ 14 มิ.ย.นี้
ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี สถานการณ์คลี่คลายไประดับหนึ่ง สองฝ่ายเจรจากันโดยไม่ต้องสู้รบให้เกิดการสูญเสีย จากนี้ต้องจับตาดู บทบาท “ภาวะผู้นำ” ด้านความมั่นคงจะรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมเพื่อนบ้าน หวังลากปัญหาไปสู้ศาลโลกได้หรือไม่?.
………………………………………
เชิงผา



