ถูกพูดถึงมานานหลายปี และล้มประมูลหลายครั้งสำหรับโครงการจัดหารถโดยสารใหม่ ของบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) ในที่สุดก็ลงนามสัญญาจัดหารถใหม่ 311 คัน แบบเงียบๆ ตั้งแต่เดือนมี.ค. 2568 เพิ่งเปิดเผยรายละเอียดโครงการในวันจัดงานครบรอบปีที่ 95 ของบขส.เมื่อ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา



กรรมการผู้จัดการใหญ่ (เอ็มดี) บขส. คนใหม่ นายอรรถวิท รักจำรูญ (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2568) ประกาศว่า ได้ลงนามสัญญาจ้าง บริษัท อิทธิพร อิมปอร์ต จำกัด จัดหารถโดยสาร 311 คัน วงเงิน 3,018 ล้านบาท ระยะเวลาเช่า 5 ปี ครอบคลุมการซ่อมบำรุง เพื่อนำมาทดแทนรถเก่าที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันซึ่งมีประมาณ 250 คัน ในทุกเส้นทางทั่วประเทศ อายุใช้งาน 30-50 ปี โดยจะนำไปเปิดประมูลเพื่อจำหน่าย และบางส่วนนำไปปรับปรุงเพื่อเสริมบริการในอนาคต

รถโดยสารใหม่บขส. ยี่ห้อ MAN(เอ็มเอเอ็น) ของเยอรมัน ชิ้นส่วนบางอย่างนำเข้าจากเยอรมัน และโปแลนด์ อาทิ แซคสซี เครื่องยนต์ เกียร์ออโต้ นำมาประกอบในไทยทั้งหมด ใช้น้ำมันดีเซล มาตรฐานยูโร 5 ควบคุมการปล่อยมลพิษไอเสียจากยานยนต์ที่เข้มงวดกว่ามาตรฐานยูโร 4

ถือเป็นรถโดยสารยูโร 5 รุ่นแรกที่นำเข้ามาใช้งานในประเทศไทย จะช่วยประหยัดพลังงานลง 20-30% และลดการปล่อยมลพิษ รวมทั้งช่วยบขส. ประหยัดค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงปีละกว่า 100 ล้านบาท คำนวณค่าเช่ารวมค่าซ่อมบำรุงเฉลี่ยอยู่ที่ไม่เกิน 5,000 บาทต่อคันต่อวัน จะทำให้มีกำไรจากการเช่ารถ 300-400 ล้านบาทต่อปี

ตามแผนงานจะส่งมอบรถทั้งหมด 4 งวด ประกอบด้วย งวดแรก วันที่ 9 ก.ย.2568 จำนวน 99 คัน, งวด 2 วันที่ 9 ต.ค.2568 จำนวน 95 คัน, งวด 3 วันที่ 8 พ.ย.2568 จำนวน 76 คัน และงวด 4 วันที่ 8 ธ.ค.2568 จำนวน 41 คัน วันเริ่มต้นของสัญญาเช่ารถนับตั้งแต่วันส่งมอบรถ เช่น รับมอบงวด 1 จำนวน 99 คัน สัญญาจะเริ่มวันที่ 9 ก.ย.2568 มีอายุสัญญา 5 ปี ภายในสิ้นปี 2568 รถโดยสารที่บขส.ให้บริการจะเป็นรถใหม่ทั้งหมด ช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการ ที่สะดวก ปลอดภัย และได้มาตรฐาน มั่นใจว่ารถโดยสารใหม่จะรองรับผู้ใช้บริการได้เพียงพอ

รถโดยสาร 311 คัน แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 VIP (ม.1 ก) ขนาด 12 เมตร 24 ที่นั่ง 28 คัน 2.รถโดยสารปรับอากาศ ชั้น 1 พิเศษ (ม.1 พ) ขนาด 12 เมตร 32 ที่นั่ง 50 คัน และ 3.รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 (ม.1 ข) ขนาด 12 เมตร 36 ที่นั่ง 233 คัน


นายอรรถวิท บอกด้วยว่า นอกจากการเพิ่มรถใหม่แล้ว จะปรับปรุงพัฒนาการให้บริการต่างๆ รวมทั้งมีแผนสร้างรายได้เพิ่มโดยเฉพาะจากการบริการรับ-ส่งพัสดุภัณฑ์ และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายตั๋วโดยสารให้มากขึ้น ปัจจุบัน บขส. มีรายได้ 1,988 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายใน 2 ปีนี้ จะมีรายได้ปีละ 3,500 ล้านบาท เป็นรายได้จากการเดินรถ 2,500 ล้านบาท, รายได้เชิงพาณิชย์ 500 ล้านบาท และรับส่งพัสดุภัณฑ์ 500 ล้านบาท

ปี 2569 จะเป็นปีแรกที่ บขส. กลับมามีกำไรเป็นครั้งแรกประมาณ 1,000 ล้านบาท หลังโควิด-19 ขาดทุน 1,600 ล้านบาท และลดขาดทุนเหลือ 500 ล้านบาท จนปัจจุบันขาดทุน 170 ล้านบาท ปัจจุบัน บขส. มีหนี้สะสม 3,000 ล้านบาท จะแก้ขาดทุนสะสมได้ใน 2 ปี และจะล้างหนี้ได้หมดใน 4 ปี

ปัจจุบันบขส.เปิดบริการ 59 เส้นทางทั่วประเทศ 208 เที่ยววิ่ง ภาคเหนือ 21 เส้นทาง 68 เที่ยววิ่งต่อวัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) และภาคตะวันออก 23 เส้นทาง 86 เที่ยววิ่งต่อวัน และภาคใต้ 15 เส้นทาง 54 เที่ยววิ่งต่อวัน มีผู้โดยสารประมาณ 9 หมื่น-1.1 แสนคนต่อวัน ช่วงเทศกาลประมาณ 1.2-1.4 แสนคนต่อวัน และสูงสุดประมาณ 1.6 แสนคนต่อวัน นอกจากนี้ยังให้บริการเดินรถเส้นทางระหว่างประเทศ ไทย – สปป.ลาว 10 เส้นทาง

เรื่องการจัดหารถใหม่ เป็นการเปิดตัวเอ็มดีบขส.ได้น่าสนใจ ……อดใจรอ รถโดยสารใหม่ 311 คัน กำลังมา ไม่ธรรมดา! มาตรฐานเยอรมันยูโร 5 รุ่นแรกของประเทศไทย.
……………………………………………….
นายสปีด
***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต



