จะว่าไปเรื่องการแต่งตัวหรือแต่งหน้าในปัจจุบัน นอกจากจะเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้คนแล้ว ก็บอกเลยว่ามันคือศิลปะ เพราะการเปลี่ยนลุคที่ดีนั้น นอกจากจะทำให้เราดูดีขึ้นแล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความเหมาะสมและความน่าค้นหาในบุคลิกให้กับคนๆนั้นด้วย

งานนี้เมื่อมานับๆดู ก็พบว่าเหลืออีก 5 เดือนจะสิ้นปี 68 แล้ว ใครหลายคนที่เบื่อลุคช่วงต้นปีมาทางนี้เลยจ้า yimyim รวบรวมลุคและเทรนด์แต่งหน้า ทำผมรวมถึงการแต่งกายของคนบันเทิงที่สามารถนำมาปรับตามลุคของแต่ละคนได้เลย มาดูกันจ้า

โดยต้องบอกก่อนว่าเทรนด์การแต่งหน้าโดยรวมสำหรับคนบันเทิงไทยในครึ่งปีหลัง 2568 นี้ ยังคงเน้นความสวยงามที่เป็นธรรมชาติ เข้าถึงง่าย และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ แต่ก็ยังคงความมีสไตล์ในแบบฉบับของตัวเอง เรามาเจาะลึกในแต่ละส่วนกันจ๊ะ

1. “ผม” (Hair)

เทรนด์ผมจะมุ่งเน้นไปที่การดูแลสุขภาพผมเป็นหลัก และการจัดทรงที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก แต่ยังคงความเงางามและดูมีชีวิตชีวา ลองสังเกตดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของไทย พวกเขามักจะมีผมที่ดูสุขภาพดีเป็นพื้นฐานเสมอ การบำรุงด้วยทรีตเมนต์เข้มข้น มาร์กผม หรือเซรั่มปกป้องความร้อนจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ส่วนทรงผมก็เน้นไปอยู่สองแบบคือผมตรงธรรมชาติ/วอลลุ่มเบาๆ มีความพลิ้วไหว มีวอลลุ่มเล็กน้อยที่โคนผม ไม่แบนราบติดหนังศีรษะ หรือปลายผมอาจจะม้วนงุ้มเข้า/ออกเบาๆ เพื่อความละมุน ส่วนอีกทรงก็เป็นผมลอนคลายๆ ที่ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจทำ จะยังคงฮิต เพราะให้ลุคสบายๆ เหมือนเพิ่งตื่นนอนแต่ยังคงความชิค หรือการ มัดผมแบบบันยุ่งๆ (Messy Bun) ที่ดูเหมือนไม่ตั้งใจ แต่จริงๆ แล้วจัดทรงมาอย่างดี ให้ลุคที่ดูทะมัดทะแมงและน่ารักก็ยังคงฮิตไม่เลิก

ขณะที่ผมหน้าม้าซีทรูหรือการสไลด์กรอบหน้า ก็ยังคงเป็นทรงยอดนิยมสำหรับคนที่ต้องการ อำพรางใบหน้าให้ดูเล็กลง หรือต้องการเพิ่มความอ่อนหวานให้กับใบหน้า หน้าม้าซีทรูจะมีความบางเบา เห็นหน้าผากเล็กน้อย ส่วนการสไลด์กรอบหน้าจะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นโดยไม่ต้องตัดหน้าม้า ส่วนสีผมนั้น ครึ่งปีหลังคนบันเทิงก็จะเน้นไปทางผมโทนสีธรรมชาติเช่น โทนน้ำตาลช็อกโกแลต, น้ำตาลหม่น, น้ำตาลประกายเทา หรืออาจจะมี น้ำตาลอมแดงเล็กน้อย หรือจะเป็นสีดำสนิทก็จะมีให้เห็นในดาราหลายๆคน ซึ่งสีเหล่านี้จะช่วยขับผิวให้ดูสว่างขึ้น และเข้ากับสไตล์การแต่งหน้าที่เน้นความธรรมชาติอีกด้วย

2. “ใบหน้า” (Face)

การแต่งหน้าใบหน้าจะเน้นความสมดุล การปรับโครงสร้างให้ดูมีมิติ และดูสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ โดยงานผิวฉ่ำวาว ซึ่งนี่คือเทรนด์หลักของผิว ผิวที่ดูอิ่มน้ำ สุขภาพดี เปล่งประกายราวกับมีหยดน้ำเกาะอยู่ ไม่ใช่ความมันวาวจากเหงื่อหรือความมันส่วนเกิน การเลือกใช้สกินแคร์ที่ให้ความชุ่มชื้นสูง และเมคอัพเบสที่ช่วยเพิ่มความโกลว์จึงสำคัญมาก โดยดาราและนักร้องหลายคนนิยมแต่งหน้าโทนนี้เพื่อแสดงให้เห็นถึงความดูดีและมีสุขภาพที่ดีจากภายใน โดยจะเน้นการลดรองพื้นที่หนาๆ เน้นโชว์ผิวจริง เลือกใช้รองพื้นหรือคุชชั่นที่มีเนื้อสัมผัสบางเบา เพื่อให้ผิวหายใจได้และไม่รู้สึกหนักหน้า การใช้ คอนซีลเลอร์เฉพาะจุด เพื่อปกปิดรอยคล้ำใต้ตา รอยสิว หรือรอยแดงเล็กน้อยเท่านั้น ก็เพียงพอแล้ว ส่วนแป้งนิยมใช้แป้งฝุ่นทาซับเบาๆ ขณะที่คิ้วก็เน้นสีธรรมชาติอ่อนๆ และรับกับใบหน้า

3. “ตา” (Eyes)

ดวงตาจะเป็นส่วนที่สามารถเพิ่มลูกเล่นและสีสันให้กับใบหน้าได้มากขึ้น แต่ยังคงความละมุนและไม่ดูจัดจ้านจนเกินไป โดยอายแชโดว์ของคนบันเทิงที่นิยมนั้นจะเป็นโทนสีอบอุ่นหรือละมุน เช่น น้ำตาลนม, น้ำตาลเบจ, น้ำตาล Taupe ที่เป็นน้ำตาลอมเทา จะได้รับความนิยมมาก เพราะให้ความรู้สึก หรูหรา เป็นธรรมชาติ และสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เพียงเกลี่ยสีเดียวทั่วเปลือกตา หรือใช้สีเข้มขึ้นมาคัดเบ้าตาเบาๆ ตามด้วยประกาย Shimmer หรือ Glitter เบาๆ เพื่อเพิ่มความเปล่งประกายและทำให้ดวงตาดูมีชีวิตชีวามากขึ้น จะมีการใช้ อายแชโดว์เนื้อชิมเมอร์ละเอียด หรือ กลิตเตอร์เม็ดเล็กๆ เพียงเล็กน้อย บริเวณกลางเปลือกตา หรือหัวตา สีเงิน สีนู้ด หรือสีแชมเปญยังคงเป็นที่นิยมสำหรับประกายตา

ด้านอายไลเนอร์คนบันเทิงจะเน้นไปทางสีน้ำตาลเส้นเล็ก เพื่อลุคที่ดูเป็นธรรมชาติและอ่อนโยนกว่าอายไลเนอร์สีดำ การใช้อายไลเนอร์สีน้ำตาล หรือ กรีดเส้นไลเนอร์ให้เล็กและชิดขอบตาบนที่สุด จะได้รับความนิยม อาจจะวาดหางตาให้ตกเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความน่ารักและดูเป็นมิตรนั่นเอง

4. “ปาก” (Lips)

งานปากต้องบอกเลยว่าคนบันเทิงให้ความพิถีพิถันอย่างมาก โดยริมฝีปากเน้นความอวบอิ่ม ชุ่มชื้น และสีสันที่ดูสุขภาพดี ที่สำคัญต้องมีความวาวราวกับเพิ่งทานขนมหวานหรืออมลูกอม เป็นเทรนด์ที่ให้ความรู้สึกสดใสและน่ารัก ส่วนสีก็จะเน้นสีแดงเบอร์กันดีระเรื่อ, ชมพูราสเบอร์รี่ จะช่วยเพิ่มความสดใสและทำให้ใบหน้าดูมีเลือดฝาด หรือโทนชมพูตุ่นๆ หรืออาจจะเป็นส้มอมชมพูก็ดูสดใสมากๆ  สำหรับเทคนิคสำคัญของช่างแต่งหน้าในครึ่งปีหลังนี้จะเน้นไปที่การไล่สี เป็นเทคนิคที่ยังคงได้รับความนิยม โดยการทาลิปสติกสีเข้มด้านในปาก แล้วค่อยๆ เบลนด์สีออกมาด้านนอกปากด้วยสีที่อ่อนลง เพื่อสร้างมิติให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม หรือการทาลิปกลอสแบบใสทับ เพื่อเพิ่มความฉ่ำวาว

5. “ชุดต่างๆที่น่าสนใจ” (Fashion)

เทรนด์แฟชั่นจะสอดคล้องกับการแต่งหน้า คือเน้นความสบาย เรียบง่าย แต่มีสไตล์ และสามารถปรับใช้ได้ในหลากหลายโอกาส โดยการแต่งกายที่เน้น เสื้อผ้าพื้นฐาน ที่มีคุณภาพดี ใส่สบาย เช่น เสื้อยืดผ้าคอตตอนเนื้อนุ่ม, เสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ที่ดูพลิ้วไหว, กางเกงยีนส์ทรงสวยที่ใส่สบาย หรือกางเกงผ้าลินิน แต่จะมีการ Mix & Match ให้ดูมีสไตล์มากขึ้น เช่น ใส่กับรองเท้าส้นสูงเล็กน้อย, กระเป๋าดีไซน์เก๋ๆ หรือเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ที่เรียบหรู โทนสีก็เน้นไปที่สีธรรมชาติ เช่น สีเบจ, ครีม, ขาว, ดำ, เทา, น้ำตาล และเขียวมะกอก สีเหล่านี้สามารถนำมาจับคู่กันได้อย่างง่ายดาย สร้างลุคที่ดู เรียบหรู คลีน และเป็นอมตะไม่ตกยุค

นอกจากนี้การผสมผสานเสื้อผ้าแนวสปอร์ตเข้ากับชุดลำลองทั่วไป ยังคงเป็นที่นิยม เช่น การใส่ เสื้อฮู้ดดี้กับกระโปรงยาวทรงเอไลน์ หรือเสื้อบอมเบอร์แจ็คเก็ตกับกางเกงผ้าขากว้าง จับคู่กับ รองเท้าผ้าใบดีไซน์สวยๆ ที่ดูดี ไม่ใช่แค่รองเท้าออกกำลังกายอย่างเดียวก็ดูดีแล้ว เรียกว่าอันไหนที่จับมามิกซ์แอนด์แมสต์ได้แล้วใส่ได้อย่างสบายเหมาะสมกับตัวเองก็ถือว่าพรีเซ็นต์ความสวยด้านในของเราออกมาได้ดีแล้วอีกด้วย

ยังไงทุกคนน่าจะได้เทคนิคการแต่งกายและแต่งหน้าไปแล้ว อย่าลืมลองหัดแต่งดูนะคะ รับรองว่าจะเป็นอีกหนึ่งลุคที่คุณชื่นชอบแน่นอน


คอลัมน์ 1 Day With ซุปตาร์

โดย yimyim